Mercedes-Benz Thailand แถลงผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 แจงเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เติบโตด้วยตัวเลข 130% สะท้อนความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้าไซล์เล็กที่เข้าถึงง่ายอย่าง The all-new electric CLA พร้อม Mobility Solutions Provider ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ด้วยแคมเปญ FLEX Mobility พร้อมคอนเซปต์ Flex to fit you เป็นเจ้าของเบนซ์ได้ง่าย จากความยืดหยุ่นของโปรโมชันใหม่ที่เปิดโอกาสให้คนที่กำลังอยากได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของ Mercedes-Benz ได้มากขึ้น แพ็กเกจ StarChoice เปิดให้เลือกเสริมออปชัน ทั้งแผนประกันภัยชั้น 1 StarProtection โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง StarCare และโปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ StarGuarantee แพ็กเกจสูงสุดที่ครอบคลุมทั้ง 3 รายการ จ่าย 6,000 บาทต่อเดือน ประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาท เมื่อเทียบกับการซื้อแพ็กเกจในราคาปกติ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ทั้งบุคคลทั่วไป กลุ่มนิติบุคคล และองค์กรที่ซื้อรถยนต์แบบฟลีท (Fleet Sales) โดยจะเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับยอดขายรวมของ Mercedes-Benz ทั่วโลก ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 สร้างยอดขายได้กว่า 511,900 คัน เซกเมนต์ที่ขายดีที่สุดคือ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โดยมีอัตราเติบโต 50% ด้วยยอดขายกว่า 52,900 คัน คิดเป็นสัดส่วน 13% จากยอดขายรวมของรถยนต์ในกลุ่ม Passenger Cars ส่วนใหญ่มาจากรุ่นที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง new CLA Electric , และ GLC นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับจอง The all-new electric C-Class ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พร้อมเปิดตัว The all-new electric GLA แบบ World Premiere ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม สำหรับเซกเมนต์ Top-End Vehicle ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเปิดตัว The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class ในช่วงไตรมาสแรกของปี โดยมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงปลายปีนี้
ในประเทศไทย Mercedes-Benz แจ้งผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีตัวเลขจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน ยอดขายรวม 2,845 คัน จากความนิยมในเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยอัตราการเติบโต 130% จากยอดขายของ new CLA กว่า 300 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และมียอดจองสะสม 1,350 คัน กำลังการผลิตของรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 100–200 คันต่อเดือน ผ่านโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของบริษัทในกลุ่มธนบุรี (Thonburi Group) ซึ่งมีการร่วมมือกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยี โซลูชั่น (Power Tech Energy Solutions) ในการจัดหาแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของ Mercedes-Benz โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ในกลุ่ม Top-End Vehicle แบรนด์ Mercedes-Maybach มีการเติบโต 83% และ G-Class เติบโตขึ้น 100% โดยรถยนต์ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริดมีอัตราการเติบโตทั้งเซกเมนต์อยู่ที่ 34% และในส่วนของรถแวนมี 2 รุ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดย Sprinter ที่เติบโตขึ้น 83% และ V-Class เติบโตขึ้น 14%
คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Mercedes-Benz Thailand กล่าวว่า จากตัวเลขผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของ Mercedes-Benz ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าเรายังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายรอบด้านที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเติบโตในเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแผนการขยาย Product Portfolio ของแบรนด์ อย่างในประเทศไทยที่มีโมเดลสำคัญอย่าง CLA Electric และในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังมีโมเดลที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยอีกมากมาย ทั้งในเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเซกเมนต์ Top-End Vehicle
ในปี 2569 นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) แสดงให้เห็นผ่านโมเดลธุรกิจ Retail of the Future และในก้าวต่อไป Mercedes-Benz มีความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ในฐานะ Mobility Solutions Provider ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคน ภายใต้แคมเปญ FLEX Mobility Campaign กับแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ Pre-FLEX ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อรถที่ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งแพ็กเกจได้ตามความต้องการ ผ่านบริการของ StarChoice ต่อเนื่องด้วย We-FLEX ที่เราจะร่วมออกแบบประสบการณ์ร่วมกันกับลูกค้า ผ่านกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ และสุดท้ายกับ Re-FLEX ที่จะเกิดขึ้นเมื่อครบกำหนดสัญญา สามารถตัดสินใจได้ 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการคืนรถยนต์ให้ทางบริษัทฯ (Return) การขยายเวลาการทำสัญญาผ่อนชำระ (Refinance) หรือการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (Retain) ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญ FLEX ที่มีความยืดหยุ่น การเดินทางแบบไร้รอยต่อ และประสบการณ์ที่ลูกค้าทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบได้ตามสไตล์ของตัวเอง”
Mercedes-Benz ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ FLEX Mobility พร้อมการรีแบรนด์ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการบริการหลังการขาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารให้อยู่ภายใต้แพ็กเกจ StarChoice ประกอบไปด้วยแผนประกันภัยชั้น 1 StarProtection จากเดิม MB Protection โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทาง StarCare จากเดิมคือ MBSP Easy Care และโปรแกรมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ StarGuarantee จากเดิม MBSP Extra Guarantee
แคมเปญ FLEX ลู สามารถเลือกเสริมออปชันได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ แพ็กเกจแบบ 1 รายการ ราคา 3,000 บาท แพ็กเกจแบบ 2 รายการ ราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Full Package ที่จะครอบคลุมทั้งหมด 3 รายการ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวจะถูกนำไปรวมกับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเลือก โดยในเฟสแรกจะมีรถยนต์ที่เข้าร่วมแคมเปญทั้งหมด 8 รุ่น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามรายละเอียดดังนี้
กลุ่มที่ 1 เงินชำระงวดแรก 500,000 บาท
GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท
The all-new electric CLA ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
C 220 d AMG Line (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
C 350 e AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท
กลุ่มที่ 2 เงินชำระงวดแรก 750,000 บาท
E 220 d AMG Line ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
E 350 e AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
E 350 e Exclusive ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท
GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท
สนใจเข้าร่วมแคมเปญ FLEX สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/