ดีลการร่วมทุนครั้งนี้นับเป็น การขยับตัวครั้งใหญ่ที่สุดของแบรนด์สี่ห่วงในประเทศไทย การที่ PON Holdings ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจยานยนต์และจักรยานจากเนเธอร์แลนด์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 75% และกลุ่ม Meister Technik (ไมซ์เตอร์ เทคนิค) ของตระกูลล่ำซำ ลดสัดส่วนเหลือ 25% จะเปลี่ยนทิศทางและสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับการทำตลาด Audi ในไทย ทั้งในแง่โปรไฟล์ของ PON Holdings และผลกระทบต่อตลาดรถยนต์หรูในไทย  

PON Holdings คือใคร? ทำไมถึงเป็น บิ๊กดีล

นี่คือบริษัทที่ทำธุรกิจยานยนต์และรถจักรยานแบรนด์ชั้นนำของโลกจากฮอลแลนด์ แต่สำหรับในระดับโลกและในกลุ่ม Volkswagen Group แล้ว PON Holdings คือ ตัวจริงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดบริษัทหนึ่งในอียู

พันธมิตรระดับประวัติศาสตร์ของ VW Group บริษัท PON ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1867 และเป็นบริษัทที่สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับ VW มาอย่างยาวนาน   PON Holdings เป็นผู้แทนจำหน่าย Volkswagen รายแรกของโลกนอกประเทศเยอรมนี (ปี 1947) และยังเป็นผู้นำเข้า Porsche รายแรกของโลก (ปี 1949)  

...



ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ในเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบัน PON ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเนเธอร์แลนด์มากกว่า 20% เป็นผู้นำเข้ารถยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยดูแลแบรนด์ในเครือ VW ทั้งหมด (Volkswagen, Audi, SEAT, SKODA, Cupra, Bentley, Lamborghini, Bugatti Porsche รวมถึง Ferrari Mclaren)

Pon Holdings BV  บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในห้าผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นเจ้าของแบรนด์จักรยาน Caloi , Cannondale , Cervélo , Derby Cycle (เจ้าของFocus ), GT , Gazelle , IronHorse , Kalkhoff , Mongoose , Santa Cruz , Urban Arrow (จักรยานขนส่งสินค้า), Veloretti และ Schwinn ก่อตั้งขึ้นในปี 1980 โดย เบน พอน จูเนียร์ อดีตนักแข่งรถและบุตรชายของเบน พอน ซีเนียร์ ผู้ซึ่งเป็นผู้นำเข้าโฟล์คสวาเกนในเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1947 และจนถึงปี 2026 บริษัทก็ยังคงเป็นของตระกูลพอนอยู่

ธุรกิจระดับแสนล้าน PON Hlodings ดำเนินธุรกิจรถยนต์และจักรยานในกว่า 35 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 10,000 คน และนอกจากรถยนต์แล้ว PON ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเจ้าของแบรนด์จักรยานชั้นนำอย่าง Cannondale, Gazelle, Cervélo 

...

หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องปรับโครงสร้างการถือครองหุ้น ที่ PON ถือครองมากกว่าถึง 75% และ ไมซ์เตอร์ เทคนิค เหลือเพียง 25%? ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ไมซ์เตอร์ เทคนิค ภายใต้การนำของ กฤษฎา ล่ำซำ ทำโครงสร้างพื้นฐานและภาพลักษณ์แบรนด์ Audi Thailand ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ  สร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นของการใช้รถยนต์ Audi ในประเทศไทย ความมั่นใจของลูกค้า ทำให้ Audi มียอดขายสะสมกว่า 8,000 คัน แต่การเป็นแค่ผู้แทนจำหน่ายอิสระในท้องถิ่น หรือ Local Importer มีข้อจำกัดในการต่อสู้ทางธุรกิจขายรถหรูกับเบอร์ใหญ่ในตลาดอย่าง BMW Group Thailand และ Mercedes-Benz Thailand

การปรับสัดส่วนให้ PON Holdings เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 75% มีเป้าหมายหลักๆ คือ 

การต่อรองกับบริษัทแม่ อย่าง Audi AG เนื่องจาก PON เป็นคู่ค้ารายใหญ่ระดับ Top-tier ของ VW Group อยู่แล้ว พลังในการต่อรองเพื่อขอโควตารถยนต์ รุ่นรถ การทำราคา หรือการขอเคลมงบการตลาดสนับสนุนจากเยอรมนี จะมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอย่างมหาศาล ปัญหาเรื่องการรอคิวรถยนต์รุ่นใหม่นาน หรือการทำราคาจำหน่ายสู้คู่แข่งรายอื่นไม่ได้ จะถูกปลดล็อกตรงนี้ทันที

...

เสริมความแข็งแกร่งและคล่องตัวทางการเงิน สภาวะเศรษฐกิจไทยและการรุกตลาดของรถยนต์จากจีน ส่งผลกระทบกับแบรนด์หรูของเยอรมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เงินทุนและระบบการบริหารจัดการระดับ Global Client ของ PON Holdings จะเข้ามาเติมเต็มโครงสร้างการเงินของ Audi Thailand ให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมลุยตลาดในระยะยาว

ทิศทางของ Audi Thailand ยุคใหม่ (หลังการร่วมทุน)

หลังจากการประกาศร่วมทุนอย่างเป็นทางการ ทิศทางของแบรนด์สี่ห่วงในไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในหลายมิติ คือ การบริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ โครงสร้างใหม่จะมีการตั้งทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมานำทัพ โดยแต่งตั้งให้ นายธีรคุปต์ ธรรมณีวงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบันมากขึ้น ส่วนผู้บริหารระดับสูง ยังคงเหมือนเดิม 

หลังจากการควบรวมซึ่งตรงกับแบรนด์ Audi ที่กำลังออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง Audi Thailand จะเข้ามาถล่มไลน์อัพโปรดักต์ใหม่แบบครบทุกขุมพลัง แผนงานการควบรวมในครั้งนี้ ชี้ชัดว่าจะไม่โฟกัสแค่ขุมพลังใดขุมพลังหนึ่ง แต่จะมาครบ ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ทั้งเบนซินและดีเซล (พ่วงระบบ Mild Hybrid 48V หรือ Mild Hybrid Plus), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ครอบคลุมทุกตัวถัง ทั้ง SUV, Sedan และ Avant (แวกอน)  โมเดลสำคัญที่จะทยอยทัพเข้ามา เช่น All-new RS 5 (High-Performance PHEV 639 แรงม้า),  , Q7 Q9 ต่อเนื่องด้วยรถ A3 และรุ่นอื่นๆอีกเพียบ  

...

Audi Thailand ยังคงประกาศจุดยืนโดยไม่เล่นสงครามราคา แต่ใช้ความคุ้มค่าและความเข้มข้นด้านงานบริการ บอร์ดบริหารฝั่ง PON นายเจอร์ราร์ด แจนเซน รองประธาน พอน ออโตโมทีฟ เอเชีย ระบุชัดเจนว่า จะไม่ลงไปแข่งหั่นราคาแบบไร้ทิศทาง แต่ระดับราคาของรถรุ่นใหม่ ๆ จะสามารถแข่งขันและเปรียบเทียบกับคู่แข่งตรงรุ่นได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยต้นทุนการต่อรองที่ถูกลง

อีกเรื่องที่มีความสำคัญกับธุรกิจยานยนต์ (ในไทย) ก็คือ การยกระดับบริการหลังการขาย ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการที่มีช่องซ่อมรวมกันมากกว่า 100 ช่องซ่อมในปัจจุบัน รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานสูง Audi Body & Paint Center ที่เปิดไปก่อนหน้านี้  PON จะเข้ามาลงทุนเพิ่มในส่วนของเทคโนโลยีและบุคลากร เพื่อให้งานซ่อมเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ รวมถึงลูกค้าใหม่ที่ยังกล้าๆกลัวๆ 

ดีลการร่วมทุนในครั้งนี้ Meister Technik ได้พาร์ทเนอร์ระดับโลกมาช่วยแบกรับความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันอย่างเต็มสูบ PON Holdings ได้สิทธิ์ในการทำธุรกิจรถยนต์ในตลาดพรีเมียมของไทยที่มีฐานแข็งแกร่ง และคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือ ลูกค้าชาวไทย ที่จะได้เห็นรถยนต์ Audi รุ่นใหม่ เข้ามาขายเร็วขึ้น ในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น รวมถึงบริการหลังการขายที่มีมาตรฐานระดับโลกมารองรับอย่างแท้จริง. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/