FGM-148 Javelin จรวดต่อต้านรถถังแบบประทับบ่ายิงที่กองทัพไทยนำเข้าประจำการเมื่อปีที่แล้ว (พศ. 2568) จรวดต่อต้านรถถังรุ่นนี้ ใช้ระบบนำทางไปยังเป้าหมายแบบอัตโนมัติหลังจากยิง ทำให้พลยิงสามารถหลบเข้าที่กำบังทันทีหลังยิงเสร็จ เพื่อหลบหลีกการยิงตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม ทหารราบหรือนาวิกโยธิน สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ทันทีหลังจากยิง หรือทำการบรรจุจรวดนัดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับภัยคุกคามหุ้มเกราะที่ติดตั้งปืนใหญ่ 105 มิลลิเมตร อย่าง T59D รถถังรุ่นใหม่ของจีนที่เขมรสั่งซื้อมาสดๆร้อนๆ ล่าสุดเมื่อรับรถถังรุ่นดังกล่าวแล้ว ฮุนมาเนตสั่งนำเข้ามาประจำการในแนวหน้าทันที ส่วนหนึ่งประจำการอยู่ใกล้กับเขาพระวิหาร จังหวัดอุดรมีชัย อีกส่วนหนึ่งคาดว่าจะอยู่แถวๆบันเตียเมียนเจย
ด้วยรูปแบบการโจมตีจากด้านบนแบบโค้ง FGM-148 Javelin ถือเป็นขีปนาวุธต่อต้านยานรบหุ้มเกราะ รถสายพานลำเลียงและรถถัง รวมถึงบังเกอร์และอากาศยานปีกหมุนที่บินในระดับต่ำ Javelin เมื่อเข้าใกล้จะพุ่งขึ้นเหนือเป้าหมาย แล้วโจมตีในจุดที่รถถังมีเกราะที่อ่อนแอที่สุด ในการยิง พลยิงจะวางเคอร์เซอร์ไว้เหนือเป้าหมายที่เลือก หน่วยควบคุมการยิง Javelin จะส่งสัญญาณล็อกเป้าก่อนยิงไปยังตัวขีปนาวุธ ด้วยการออกแบบการยิงแบบนุ่มนวลแรงสะท้อนถอยหลังไม่มาก Javelin จึงสามารถยิงจากภายในอาคารหรือบังเกอร์ได้อย่างปลอดภัย
...
Javelin จรวดประทับบ่าต่อต้านยานรบหุ้มเกราะ พัฒนาและผลิตขึ้นสำหรับกองทัพบกและนาวิกโยธินสหรัฐฯ โดยบริษัทร่วมทุน ระหว่าง Lockheed Martin ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา และ Raytheon ในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนาปัจจุบันมีประจำการทั้งในกองทัพบกและนาวิกโยธินสหรัฐฯ และกองทัพของประเทศอื่นๆ ประมาณ 20 ประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย บาห์เรน เอสโตเนีย จอร์เจีย อินโดนีเซีย จอร์แดน ลิทัวเนีย นอร์เวย์ ซาอุดิอาระเบีย ยูเครน ฯลฯ สำหรับ ทบ.ไทย ได้จัดหา Javelin มาทดแทน ปรส. 106 มม. ที่ใช้มานานเมื่อปี พศ. 2568 ทำให้ปัจจุบัน ทบ.ไทยมี จรวดต่อสู้รถถังแบบ Spike MR จากอิสราเอลและ FGM-148 Javelin ของสหรัฐอเมริกา ประจำการแบบพร้อมรบเต็มที่
จรวดต่อต้านยานเกราะและบังเกอร์ Javelin มีระยะยิง 2.5 – 4.75 ก.ม. (ขึ้นกับรุ่น) ติดหัวรบ 2 จังหวะ (Tandem-charge) สามารถเจาะเกราะปฏิกิริยาระเบิด (ERA) ได้ โดยหัวรบที่หนึ่งจะพุ่งเข้าไปเพื่อทำลายเกราะ ERA ในชั้นแรกก่อน เพื่อเปิดช่องให้หัวรบที่สองซึ่งเป็นหัวรบหลักตามเข้าไปเจาะเกราะรถถังโดยตรงอีกครั้งหนึ่ง มีระบบนำวิถีด้วยอินฟราเรดล็อกเป้าด้วยความร้อน มีคุณสมบัติยิงแล้วลืม (Fire and Forget) คือเมื่อทำการยิงออกไปแล้ว จรวดจะนำวิถีพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยตัวเอง พลยิงสามารถหลบเข้าที่กำบังหรือเคลื่อนย้ายไปตำแหน่งอื่นได้ทันที ไม่ต้องเล็งเป้าหมายไว้ตลอดเวลาจนจรวดกระทบเป้าเหมือนจรวดต่อสู้รถถังแบบนำวิถีด้วยเส้นลวดเช่น TOW ส่งผลให้กำลังพลไม่ตกเป็นเป้านิ่ง ทำให้มีโอกาสอยู่รอดในพื้นที่การรบมากกว่า
จุดเด่นสำคัญของ Javelin อยู่ที่โหมด Top Attack คือจรวดจะไม่พุ่งเข้าหารถถังตรงๆ เหมือนจรวดต่อสู้รถถังทั่วไป แต่วิถีจรวดจะขึ้นไปเป็นมุมสูงประมาณ 100-200 เมตรก่อน จากนั้นจะพุ่งลงมาหาป้อมปืนรถถังเป็นวิถีโค้งจากด้านบน ซึ่งเป็นจุดที่มีเกราะบางมาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้โหมด Direc Attack เพื่อทำลายสิ่งปลูกสร้างและเป้าหมายภายใต้สิ่งกีดขวางได้โดยตรง ซากรถถังที่รัสเซียส่งเข้ามาในยูเครนแล้วเจอ Javelin ยิงทำลายเละเทะพังยับไปนับสิบๆคัน บ่งบอกถึงประสิทธิภาพความร้ายแรงของอาวุธต่อต้านรถถังรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี
...
มิติและน้ำหนัก จรวด Javelin มีความยาวประมาณ 1.2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 127 มิลลิเมตร และหนัก 22.1 กิโลกรัม โดยอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับรุ่น บรรจุหัวรบระเบิดแรงสูงต่อต้านรถถัง (HEAT) แบบสองชั้น น้ำหนัก 8.4 กิโลกรัม มีระยะทำการสูงสุดที่ผ่านการรับรองคือ 2,500 เมตร แต่สหรัฐฯ ระบุว่า จรวดต่อต้านรถถังรุ่นนี้ ประสิทธิภาพในการยิงได้ไกลถึง 4,000 เมตร
...
Javelin พุ่งเข้าหาเป้าด้วยความเร็วประมาณ 140 เมตร/วินาที และขึ้นไปถึงระดับความสูง 150 เมตร - 50 เมตร ในโหมดโจมตีจากด้านบนหรือโจมตีโดยตรง ความสามารถในการเจาะเกราะของ Javelin เป็นความลับของทางราชการ แต่เอกสารการฝึกอบรมทางทหารของสหรัฐฯ ระบุว่า Javelin สามารถเจาะเกราะทุกชนิดในปัจจุบันได้ โดยมีความหนามากกว่า 30 นิ้ว [762 มม.] ของเหล็กกล้าเนื้อเดียวกัน
Javelin ใช้เลนส์ออปติคอลและเครื่องยิงที่เรียกว่า Command Launch Unit (CLU) CLU มีน้ำหนัก 6.4 กิโลกรัม ใช้ระบบนำทางอินฟราเรดแบบพาสซีฟในการล็อกและติดตามเป้าหมาย กล้องเล็งกลางวันมีกำลังขยาย 4 เท่า ส่วนกล้องเล็งกลางคืนแบบอินฟราเรดมีกำลังขยาย 9 เท่า นอกจากนี้ CLU ยังใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังและค้นหาเป้าหมายแบบเดี่ยว หรือใช้เสริมระบบเฝ้าระวังแบบติดตั้งบนฐาน LRAS และ ITAS ที่มีประสิทธิภาพ
...
FGM-148 ถูกออกแบบมาให้ประทับบ่ายิงจากไหล่ของพลยิง แต่สามารถติดตั้งบนยานพาหนะ 4/6/8 ล้อหรือรถหุ้มเกราะสายพานตีนตะขาบ ใช้เวลาในการบรรจุใหม่และเล็งเป้าหมายประมาณหนึ่งนาที การฝึกอบรมใช้เวลา 72 ชั่วโมง ถือเป็นการพัฒนาที่โดดเด่นของกองทัพไทยเมื่อเทียบกับ M47 Dragon ซึ่งต้องใช้เวลาฝึกอบรมอย่างเป็นทางการนานถึง 10 วัน
จรวด Javelin ใช้กลไกการปล่อยแบบนุ่มนวล ซึ่งหมายความว่าเมื่อพลยิงเหนี่ยวไก มอเตอร์แรง G ต่ำตัวแรกจะดีดจรวดออกจากท่อปล่อย เมื่อจรวดออกจากท่อปล่อยแล้ว มอเตอร์หลักจะทำการจุดระเบิดเพื่อขับเคลื่อนจรวดไปยังเป้าหมาย กลไกการปล่อยแบบนุ่มนวลของจรวด FGM-148 Javelin ช่วยป้องกันไอเสียจากจรวดไม่ให้กระทบผู้ควบคุม สามารถยิงจากภายในพื้นที่จำกัดและอาคารได้ ลดแรงถีบกลับสำหรับการยิงจากไหล่ และลดควันจากการปล่อยจรวดที่อาจบ่งบอกตำแหน่งการปล่อย
พลยิงสามารถเลือกยิง FGM-148 ได้สองโหมด คือ โหมดโจมตีจากด้านบน หรือโหมดโจมตีตรง โหมดโจมตีจากด้านบน ออกแบบมาเพื่อโจมตีรถถัง ขีปนาวุธจะพุ่งขึ้นไปถึงระดับความสูงสูงสุด 150 เมตร ก่อนจะปักดิ่งลงมาปะทะกับส่วนด้านบนของรถถังซึ่งเป็นจุดที่เปราะบาง ส่วนโหมดโจมตีตรง ออกแบบมาเพื่อโจมตีเป้าหมายที่มีการเสริมความแข็งแรงอย่างแน่นหนา เช่น บังเกอร์ อาคาร รวมถึงอากาศยานปีหมุนอย่างเฮลิคอปเตอร์ ในโหมดยิงตรง ขีปนาวุธ FGM-148 จะพุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ระดับความสูง 50 เมตร หลังจากนั้นจะกระทบเป้าด้วยความแม่นยำสูงสุด.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/