กรมการขนส่งทางบกกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกับ ป้ายทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อแยกแยะออกจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (รถใช้น้ำมันปกติ) อย่างเด็ดขาด
ความคืบหน้าล่าสุด ขนส่งฯ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ ร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะแผ่นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ ซึ่งสาระสำคัญของรูปแบบใหม่นี้ มีรายละเอียดที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างรถ EV และรถปกติ ดังนี้
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ป้ายรูปแบบใหม่จะใช้ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสงแทนที่สีขาวของเดิม สำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) ขนส่งฯ เตรียมเปลี่ยนมาใช้แผ่นป้ายทะเบียนที่มีพื้นแผ่นป้ายเป็นสีฟ้าสะท้อนแสง ส่วนขนาดป้าย ตัวอักษร และตัวเลขระบุหมวดยังคงเดิม แต่จะต่างกันที่สีพื้นและสีของตัวอักษรตามประเภทการใช้งาน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนและได้ป้ายแบบเดิมพื้นสีขาวไม่ต้องเปลี่ยน เอาเป็นว่า รถ EV ที่จดไปแล้วมีทะเบียนอยู่แล้วไม่ต้องเปลี่ยนป้ายแค่จะมีสติกเกอร์แปะเพิ่มไปบนป้ายเท่านั้น
รถยนต์นั่ง (ไฟฟ้า) ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ (กลุ่มรถเก๋ง/SUV ไฟฟ้าทั่วไป)
รถยนต์นั่ง (ไฟฟ้า) ส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีน้ำเงิน (กลุ่มรถตู้ไฟฟ้า)
รถยนต์บรรทุก (ไฟฟ้า) ส่วนบุคคล (รย.3) ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีเขียว (กลุ่มรถกระบะไฟฟ้า)
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (รย.12) ป้ายพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ
กลุ่มรถ EV สาธารณะ หรือรถเชิงพาณิชย์ เช่น แท็กซี่ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถบริการ จะใช้แผ่นป้ายขนาดและสีตามรูปแบบเดิม แต่จะมีการเพิ่ม "เครื่องหมายพิเศษ" บนป้ายตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดในภายหลัง
...
แล้วทำไมต้องวุ่นวายแยกป้ายรถ EV ออกมาเป็นสีฟ้าสะท้อนแสง?
ความปลอดภัยในการกู้ภัย รถยนต์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่และระบบกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือผู้เข้าช่วยเหลือจะสามารถสังเกตเห็นป้ายสีฟ้าสะท้อนแสงได้ทันทีจากระยะไกล ทำให้สามารถวางแผนตัดกระแสไฟหรือรับมือกับอัคคีภัยได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และรวดเร็ว
การบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ ช่วยให้หน่วยงานรัฐและเอกชนจำแนกประเภทรถได้ง่าย เพื่อรองรับมาตรการส่งเสริมในอนาคต เช่น การยกเว้น/ลดค่าผ่านทาง, สิทธิ์การเข้าจอดในพื้นที่พิเศษ หรือการจำกัดพื้นที่ปล่อยมลพิษ (Low Emission Zone) ในอนาคต
2. รถยนต์ปกติ (เครื่องยนต์สันดาป / Hybrid / Plug-in Hybrid)
สำหรับรถยนต์ที่ยังคงใช้น้ำมัน หรือรถกลุ่มไฮบริด (HEV / PHEV) ที่ยังมีเครื่องยนต์สันดาปอยู่ จะยังคงใช้ป้ายทะเบียนรูปแบบเดิมทุกประการ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน พื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวอักษรสีดำ
รถตู้/รถเกิน 7 คน พื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวอักษรสีน้ำเงิน
รถกระบะ/บรรทุกส่วนบุคคล พื้นสีขาวสะท้อนแสง ตัวอักษรสีเขียว
รถกลุ่ม Plug-in Hybrid (PHEV) แม้จะชาร์จไฟได้และวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ในระยะหนึ่ง แต่ตามหลักเกณฑ์นี้ยังถือว่ามีเครื่องยนต์สันดาปอยู่ จึงจัดอยู่ในกลุ่มรถปกติและใช้ป้ายขาวตามเดิม
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ใช้รถ EV อยู่ในปัจจุบัน (รถเก่า)
หากกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริง เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนไปก่อนหน้านี้ (ซึ่งปัจจุบันได้ป้ายขาวปกติ หรือป้ายประมูลลายกราฟิก) ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวแผ่นป้ายทะเบียนใหม่เป็นสีฟ้าทันที ขนส่งฯ จะใช้วิธีออก เครื่องหมายพิเศษให้แทน เจ้าของรถต้องนำเครื่องหมายนี้ไปติดแสดงเพิ่มเติมบนแผ่นป้ายทะเบียนเดิม โดยจะมีระยะเวลาผ่อนผันให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ป้ายประมูลเลขสวยเดิมที่เคยประมูลมา ก็ยังคงใช้ลายกราฟิกเดิมได้ เพียงแต่ต้องติดเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเข้าไปแค่นั้นไม่ต้องตกใจกับป้ายราคาแพงที่ซื้อมาใส่ เพราะยังไงตำรวจเห็นถ้าผิดก็โดนเหมือนกัน!
นอกจากเรื่องป้ายทะเบียน EV แล้ว ทางกระทรวงคมนาคมและขนส่งฯ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบจดทะเบียนออนไลน์ร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถออกป้ายทะเบียนถาวรได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการลากใช้ " ป้ายแดงผิดประเภทได้อีกทางหนึ่ง ทางที่ดีก็ควรจะยกเลิกป้ายแดงไปเลย ไม่ต้องให้คุณตำรวจตามตรวจตามถามให้เสียอารมณ์.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
...