กองทัพอากาศไทยได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส C295 จำนวน 2 ลำ ในรูปแบบเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี เพื่อเสริมขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ โดยเครื่องบินทั้งสองลำจะประจำการและปฏิบัติภารกิจกับกองบิน 46 ของกองทัพอากาศไทย ณ ฐานทัพอากาศพิษณุโลก ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเครื่องบิน C295 ประจำการอยู่จำนวน 3 ลำ ภายใต้การปฏิบัติการของกองทัพบกไทย โดยถูกใช้งานในภารกิจขนส่งกำลังพลและลำเลียงยุทโธปกรณ์มาตั้งแต่ปี 2559 เครื่องบินทั้งสองลำจะถูกประกอบที่โรงงาน Airbus Defence and Space ในเมืองเซบียา ประเทศสเปน โดยมีกำหนดส่งมอบลำแรกภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2572
...
เครื่องบิน C295 ในรูปแบบลำเลียงสามารถบรรทุกกำลังพลได้ 70 นาย หรือพลร่ม 49 นาย สามารถขึ้นและลงจอดบนรันเวย์ที่ไม่ได้รับการเตรียมสภาพพื้นผิวไว้ รองรับภารกิจทิ้งสัมภาระและพลร่มทางอากาศ รวมถึงภารกิจลำเลียงผู้ป่วยทางการแพทย์ Airbus มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยผ่านความร่วมมือกับ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (TAI) ในการสนับสนุนงานซ่อมบำรุงฝูงบิน C295 ผ่านระบบการฝึกอบรมขั้นสูง
ประเทศไทย เป็นหนึ่งในเจ็ดประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ใช้งานเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Airbus C295 โดย C295 เป็นผู้นำตลาดระดับโลกในกลุ่มเครื่องบินประเภทนี้ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 85% มียอดสั่งซื้อสะสมรวม 333 ลำ จาก 39 ประเทศทั่ว 4 ทวีป และจนถึงปัจจุบัน ฝูงบิน C295 ทั่วโลกมีชั่วโมงบินสะสมรวมกว่า 750,000 ชั่วโมงบิน
เครื่องบินลำเลียง Airbus C295 ถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินลำเลียงยุทธวิธีขนาดกลาง (Medium Tactical Transport) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวทีโลก และเป็นเครื่องบินที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกองทัพไทย ปัจจุบันประจำการในกองทัพบกไทย 2 ลำ และกองทัพอากาศไทยเพิ่งมีการจัดหาเพิ่มเติม
...
ข้อมูลและสมรรถนะทางเทคนิค
เครื่องยนต์ (Powerplant) รุ่นเครื่องยนต์: เครื่องยนต์ใบพัดทอร์โบพรอบ (Turboprop) ยี่ห้อ Pratt & Whitney Canada PW127G จำนวน 2 เครื่องยนต์ ให้กำลัง 2,645 แรงม้า (shp) ต่อเครื่องยนต์ พร้อมใบพัดแบบ 6 กลีบ ทำจากวัสดุคอมโพสิต น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ข้อดีของเครื่องยนต์ Pratt & Whitney Canada PW127G ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดน้ำมัน และถูกออกแบบมาให้ซ่อมบำรุงง่าย มีระยะเวลาใช้งานยาวนานถึง 10,000 ชั่วโมงบินก่อนถึงกำหนดซ่อมบำรุงใหญ่
เพดานบิน (Service Ceiling) เพดานบินสูงสุดของเครื่องบินลำเลียง C295 อยู่ที่ 25,000 - 30,000 ฟุต (ประมาณ 7,620 - 9,144 เมตร) ตัวเครื่องมีระบบปรับความดันอากาศในห้องโดยสาร (Pressurized Cabin) ทำให้สามารถบินเหนือสภาพอากาศแปรปรวนในระดับต่ำได้ดี กำลังพลบินไปปฏิบัติภารกิจไม่ล้า
...
พิสัยบิน (Range) และการบรรทุก C295 มีพิสัยบินสูงสุด บินได้ไกลสุดประมาณ 4,260 กิโลเมตร (เมื่อติดตั้งถังน้ำมันสำรองพิเศษ) ระยะบินเมื่อบรรทุกน้ำหนักสูงสุด หากบรรทุกน้ำหนักเต็มพิกัด จะบินได้ไกลประมาณ 1,300 - 2,300 กิโลเมตร ครอบคลุมทั่วประเทศไทยและประเทศเพื่อนในภูมิภาคอาเซียนได้สบายๆ โดยไม่ต้องลงจอดเติมน้ำมัน สำหรับความสามารถในการบรรทุก C295 รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดได้ประมาณ 9.2 ตัน (9,250 กก.) รองรับทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ 71 นาย หรือพลร่ม 50 นาย
...
ความเหมาะสมกับกองทัพอากาศ (และกองทัพไทย) C295 เข้ามาตอบโจทย์ช่องว่างระหว่างเครื่องบินลำเลียงขนาดเล็กอย่างตระกูล CN-235 และเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่อย่าง C-130 Hercules จากขีดความสามารถแบบ STOL (Short Take-Off and Landing) สามารถวิ่งขึ้นและร่อนลงจอดบนทางวิ่งที่สั้นและทุรกันดารได้ดีมาก (Unprepared Runway เช่น สนามบินดินลูกรัง พื้นหญ้า หรือพื้นทราย) เหมาะกับภูมิประเทศในค่ายทหารแนวชายแดน หรือพื้นที่ประสบภัยพิบัติที่ทางวิ่งหลักเสียหาย
ความอเนกประสงค์ (Multi-role) ปรับเปลี่ยนห้องโดยสารได้รวดเร็ว (Modular Cabin) สามารถใช้ขนส่งกำลังพล, ปล่อยพลร่ม, ส่งสิ่งอุปกรณ์, เคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางยุทธวิธี (Medevac) หรือใช้ในภารกิจบรรเทาสาธารณภัย เช่น ขนส่งวัคซีน ถุงยังชีพ และแพทย์สนามเมื่อเกิดวิกฤต
ขนาดที่พอดีกับภารกิจส่วนใหญ่ ภารกิจทางทหารและบรรเทาสาธารณภัยในประเทศกว่า 70% ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องใหญ่อย่าง C-130 การใช้ C295 บินในภารกิจที่ขนาดเล็กลงมา ช่วยลดการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
ความคุ้มค่าในระยะยาว และราคา
ราคาตัวเครื่องเปล่าในตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 - 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาแพ็กเกจจัดซื้อของไทย จากสัญญาการจัดซื้อของกองทัพไทยที่ผ่านๆ มา ราคาเฉลี่ยจะตกอยู่ราวๆ 1,200 - 1,300 ล้านบาทต่อลำ ซึ่งราคานี้เป็นราคาแพ็กเกจรวม ครอบคลุมถึงชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง, อุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น, การฝึกอบรมนักบินและช่างเครื่อง รวมถึงการรับประกัน
ความคุ้มค่าในระยะยาว (Long-term Value) ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบิน เครื่องยนต์ใบพัด Turboprop ของ C295 กินน้ำมันน้อยกว่าเครื่องยนต์ของ C-130 ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบิน (Cost per Flight Hour) ต่ำกว่ากันมหาศาล ทำให้กองทัพสามารถส่งบินทำภารกิจได้บ่อยขึ้นภายใต้งบประมาณน้ำมันที่จำกัด
ความคุ้มค่าด้านระบบส่งกำลังบำรุง เนื่องจากกองทัพไทยมีเครื่องบินในตระกูลนี้ใช้งานอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของกองทัพบกและกองทัพอากาศ ทำให้มีโครงสร้างพื้นฐานในการซ่อมบำรุง ช่างเครื่องที่มีความชำนาญ และการบริหารจัดการอะไหล่ร่วมกัน (Commonality) ได้ง่าย ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ในการตั้งศูนย์ซ่อม
อายุการใช้งาน ตัวเครื่องและโครงสร้างของ Airbus ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30+ ปี ทำให้ในระยะยาว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเงินภาษีในการดูแลน่านฟ้าและช่วยเหลือประชาชน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/