ถ้าพูดถึงยอดสายลับอังกฤษรหัส 007 อย่าง เจมส์ บอนด์ คงไม่มีใครกล้าพูดว่าเขาเป็นเสือสิ้นลายที่หยุดอยู่กับผู้หญิงแค่คนเดียว! และพฤติกรรมรักพี่เสียดายน้องแบบนี้ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับรสนิยมการเลือกคบหากับยนตรกรรมคู่ใจเลยสักนิด แม้แฟนพันธุ์แท้จะฝังใจว่า Aston Martin คือรถคู่บารมีที่แท้ทรูของบอนด์ แต่ถ้าลองย้อนดูประวัติศาสตร์การกู้โลกตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จะเห็นว่าพี่บอนด์ของเราเคยควบม้าศึกมาแล้วแทบจะทุกสัญชาติ ตั้งแต่กล้ามโตสายพันธุ์อเมริกันอย่าง Ford Mustang ยุค 70s, ไปจนถึงรถสปอร์ตดำน้ำได้อย่าง Lotus Esprit และที่ขาดไม่ได้คือสปอร์ตคลาสสิกขึ้นหิ้งของฝั่งเอเชียอย่าง Toyota 2000GT ในตอน You Only Live Twice ในจำนวนยานพาหนะสุดหรูของบอนด์ มีเสือซ่อนเล็บค่ายหนึ่งจากเมืองเบียร์ที่เคยเข้ามาวาดลวดลายแบบสั้นๆ แต่ตราตรึงใจ นั่นคือทัพหน้าจากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW นำโดยโรดสเตอร์เปิดประทุน BMW Z3, ซีดานหรูรุ่นใหญ่ BMW 750iL และสปอร์ตโมเดิร์นคลาสสิกตัวแรงอย่าง BMW Z8 ซึ่งรถเยอรมันเหล่านี้ พกพาคุณสมบัติความแรง หรูหรา และเฉียบคม ไม่แพ้รถสปอร์ตจากเกาะอังกฤษ
...
เมื่อค่ายใบพัดเผยโฉม Vision BMW ALPINA (หรือเวอร์ชันโปรดักชันที่จะคลอดตามมาในอนาคต) บอกได้คำเดียวว่า "ลงตัวสุดๆ" และนี่แหละคือว่าที่ตัวตายตัวแทนที่จะมาเป็นรถคู่ใจคันใหม่ของ เจมส์ บอนด์ ได้อย่างสมศักดิ์ศรีที่สุด! ไม่ว่ายานพาหนะคันนั้นจะส่งตรงมาจากแคว้นบาวาเรีย (BMW) จากเมืองเกย์ดอน (Aston Martin) หรือจากมุมไหนของโลกก็ตาม การจะก้าวขึ้นมาเป็นรถคู่ใจของสายลับ 007 ได้นั้น รถรุ่นนั้นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่พิเศษกว่ารถทั่วไป และคุณสมบัติข้อแรกที่สำคัญที่สุดชนิดที่ขาดไม่ได้เลยก็คือความเอ็กซ์คลูซีฟระดับพรีเมียม! เพราะ 007 ชอบโฉบเฉี่ยวไปตามวงสังคมหรูหราเพื่อตามล่าเหล่าทรชน
ถ้ามองย้อนไปในบรรดาเสือร้ายตระกูลใบพัดสีฟ้า รถโรดสเตอร์ BMW Z8 คือโมเดลที่สะท้อนความลิมิเต็ดนี้ออกมาได้ชัดเจนที่สุด แต่ถ้าเหลียวไปดูรถคู่บารมีระดับขึ้นหิ้งคันอื่นๆ อย่าง Aston Martin DB5 หรือ DBS คำว่าความหายากระดับแรร์ไอเทมคือมาตรฐานที่ติดตัวรถพวกนี้มาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว รถที่แปะป้ายตราสำนัก ALPINA ทุกรุ่น สอบผ่านเกณฑ์นี้ได้อย่างสบายๆ! ยิ่งถ้าเป็นตัวถังโปรดักชันที่สืบทอดพันธุกรรมมาจากตัวคอนเซปต์อย่าง Vision BMW ALPINA (หรือแม้แต่ตัวคอนเซปต์เองก็ตาม) ยิ่งตอบโจทย์นี้ได้อย่างดีที่สุด
...
เป็นที่รู้กันในกลุ่มบีเมอร์ว่าตัวท็อปสายโหดของสำนัก ALPINA นั้นถูกผลิตออกมาอาละวาดบนท้องถนนในจำนวนที่ น้อยนิดเพียงไม่กี่คัน โดยตัวเลขประเมินคร่าวๆ ของรถแต่ละเจนเนอเรชั่นที่หลุดออกมาจากโรงงานในเมืองบุคโล (Buchloe) มีอยู่แค่ประมาณ 2,000 คันเท่านั้น! งานนี้ฟันธงได้เลยแบบไม่ต้องหมอดูอีทีว่า เจ้า Vision BMW ALPINA คันนี้ จะต้องกลายเป็นของหายากระดับตำนานที่จำกัดจำนวนผลิตไว้ให้เฉพาะระดับมหาเศรษฐี หรือสายลับระดับพระกาฬได้ครอบครอง
...
นอกจากความเอ็กซ์คลูซีฟระดับแรร์ไอเทมแล้ว อีกหนึ่งทีเด็ดที่ทำให้ Vision BMW ALPINA ถอดรหัสพันธุกรรมเดียวกับเจ้า Z8 และเข้าตากรรมการในจักรวาลของ เจมส์ บอนด์ ชนิดไร้ข้อกังขา ก็คือ หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ของมันนั่นเอง เป็นที่รู้กันว่ายนตรกรรมจากค่าย Aston Martin เกือบทุกรุ่น จัดว่าเป็นรถที่เส้นสายสะกดสายตาและสวยงามหยดย้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งโปรไฟล์หล่อๆ แบบนี้ก็เคยปรากฏอยู่ในร่างของเจ้า Z8 และแน่นอนว่ามันกำลังจะส่งต่อมาถึงเจ้า Vision BMW ALPINA คันนี้ด้วยเช่นกัน ตัวรถคือความลงตัวระดับมาสเตอร์พีซที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกในอดีตของสำนัก ALPINA เข้ากับงานดีไซน์ยุคใหม่ถอดด้ามอย่าง Neue Klasse ของ BMW แถมยังแอบได้กลิ่นอายความล้ำจากตัวโหดอย่าง Bovensiepen Zagato อีกด้วย
...
โป่งซุ้มล้อหลังอวบอิ่ม ฝากระโปรงหน้าที่ยาวเหยียด ระยะโอเวอร์แฮงก์ (หน้า-หลัง) สั้นกระชับ ห้องโดยสารหรูหราอลังการถึงขีดสุด ทั้งหมดนี้มันหลอมรวมให้ Vision BMW ALPINA กลายเป็นวัตถุจัดแสดงที่กระตุ้นกิเลสและน่าหลงใหลจนน้ำลายสอ และถ้าเจาะลึกเข้าไปในห้องโดยสาร... ไฮไลต์เด็ดจะอยู่ตรงไหนไปไม่ได้ นอกจาก "กลไกซ่อนกระจกและช่องลับ" ที่สามารถเปิดออกและเลื่อนส่งของออกมาได้เองโดยอัตโนมัติ! คิดดูเถอะครับ มันจะไม่มีอะไรเหมาะเจาะไปกว่าการเป็นช่องส่งอาวุธลับให้กับสายลับ MI6 ในยามที่โดนล้อมกรอบหรือกำลังหลังชนฝาอีกแล้ว
ยังไม่นับรวมหน้าจออัจฉริยะ BMW Panoramic Display ที่ลากยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งในชีวิตจริงอาจเอาไว้ดูแผนที่ แต่ถ้าอยู่ในมือพี่บอนด์ มันสามารถดัดแปลงให้กลายเป็นหน้าจอแสดงผลข้อมูลจารกรรม สแกนเรดาร์คู่ต่อสู้ หรือโชว์พิกัดมิสไซล์ได้อย่างสบายๆ
สำหรับบีเมอร์ที่กำลังสงสัยเรื่องความแรง ในความเป็นจริง รถคู่ใจของ เจมส์ บอนด์ ระดับท็อปฟอร์มเกือบทุกคัน จัดว่าเป็นยานพาหนะที่ทรงพลังและวิ่งได้เร็วจี๋บนท้องถนนในยุคนั้นๆ อยู่แล้ว สำหรับ Vision BMW ALPINA คันนี้ ก็พร้อมจะระเบิดพลังงานเกือบเกินความคาดหมายในสมรภูมิความเร็วด้วยหัวใจหลักอย่างเครื่องยนต์ V8 ที่สถิตอยู่ใต้ฝากระโปรงของ Vision BMW ALPINA เป็นเครื่องยนต์ตัวกลั่นที่สาวกค่ายใบพัดคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในรหัส S68 ประจำการอยู่ในร่างของตัวแรงหลายรุ่น ตั้งแต่พ่อบ้านขาซิ่ง M5 Touring ไปจนถึงเอสยูวีไซส์ยักษ์อย่าง X7 M60 และรุ่นอื่นๆ อีกเพียบ เครื่องยนต์บล็อกนี้มีกำลังทั้งหมดราวๆ 600 แรงม้า แบบไม่ต้องเค้นให้เหนื่อย ซึ่งนั่นหมายความว่า อัตราเร่งของ Vision BMW ALPINA ปรี๊ดปร๊าดหลังติดเบาะแน่นอน!
แม้ว่ารถจากสำนัก ALPINA เกือบทุกรุ่นจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นรถน้ำหนักเบาพิกัดเฟเธอร์เวต และต่อให้เจ้าคันนี้จะมีพิกัดตราชั่งพอกับรุ่นพี่อย่าง B7 โฉมก่อน (อยู่ที่ราวๆ 2,110 กิโลกรัม) แต่มันก็ยังวิ่งฉิวปลิวลมได้อย่างสบายๆ ลองนึกภาพเทียบกับ ALPINA B7 (รหัสตัวถัง G12) รุ่นล่าสุด ที่ตีนต้นจัดจ้านตะกุยจาก 0- 100 กม./ชม. ในเวลา 3.6 วินาที ความเร็วปลายยังไหลลื่นไปแตะท็อปสปีดระดับกำแพงความเร็วแตกที่ 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!
ทั้งหมดที่ว่ามานี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์บนความเป็นไปได้เท่านั้น เนื่องจากทาง ALPINA ยังไม่ยอมเปิดเผยสเปกอย่างเป็นทางการของ Vision BMW ALPINA หรือรถโปรดักชันที่จะคลอดตามมาออกมาเลยแม้แต่น้อย ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า รถต้นแบบที่เคยเปิดผ้าคลุมในงานระดับโลกอย่าง Villa d’Este ซึ่งเป็นเวทีแจ้งเกิดของ Vision BMW ALPINA ในปีนี้ หลายๆ รุ่น ก็เคยหลุดจากรถคอนเซปต์ เข้าสู่สายการผลิตจริงมาแล้ว ส่วนเจ้าหล่อคันนี้จะเดินตามรอยโปรเจกต์ในตำนานอย่าง BMW Speedtop หรือไม่? คงต้องรอกันต่อไป จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะส่งให้ Vision BMW ALPINA คันนี้ได้ไปโลดแล่นในฐานะม้าศึกคู่ใจคันใหม่ของสายลับ 007 อย่างสมบูรณ์แบบ ก็คือการคลอดเวอร์ชันโปรดักชันที่วิ่งได้จริงบนท้องถนนออกมาให้ทันเวลา ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ภาคใหม่ยังไม่ได้ตัวนักแสดงนำมารับบทแทนคนเก่าด้วยซ้ำ บอกเลยว่าค่ายใบพัดยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะปั้นโปรเจกต์นี้ให้เป็นจริง
ข้ามไปดูโปรเจกต์ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ภาคใหม่ (ที่คาดว่าจะเข้าฉายอย่างเร็วที่สุดช่วงปี 2027) ขอบอกตามตรงตรงนี้เลยว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการว่าสายลับรหัส 007 คนต่อไปจะขับรถยนต์รุ่นไหน แต่มีความเป็นไปได้ว่า Aston Martin นอนมาตามใบสั่งซึ่งมีโอกาสสูงถึง 80% ในการที่รถสปอร์ตแบรนด์ผู้ดีอังกฤษจะกลับมาเป็นรถยนต์ของ 007 อีกครั้ง (ค่อนข้างหน้าเบื่ออยู่เหมือนกัน) เนื่องจากรถยนต์คู่บารมีสายพันธุ์อังกฤษยังไงก็ยังถือไพ่เหนือกว่าค่ายอื่น เพราะสัญญาใจระดับแนบแน่นกับผู้สร้าง (EON Productions) นั้นยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ หากหนังภาคใหม่คลอดทันปี 2027 ยนตรกรรมที่บอนด์คนใหม่น่าจะได้ขับโฉบไปเฉี่ยวมาก็คือ Aston Martin Valhalla ไฮเปอร์คาร์พลังไฮบริด 950 แรงม้า เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ซึ่งเคยโผล่มาเป็นตัวประกอบแบบกะพริบตาแล้วพลาด Cameo ในภาค No Time To Die มาแล้ว สายข่าววงในคาดว่ามันถูกบ่มเพาะไว้เพื่อให้กลายเป็นยานพาหนะหลักใน 007 ภาคต่อไป! อีกคันก็คือ Aston Martin Vanquish (รุ่นใหม่ล่าสุด) เครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ ที่พร้อมจะสืบทอดบัลลังก์ Grand Tourer ต่อจากรุ่นพี่อย่าง DBS
กระแสฮือฮาของ Vision BMW ALPINA รถต้นแบบดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกที่เพิ่งเปิดผ้าคลุมไป แฟนๆ คอหนังและสื่อนอกต่างพากันเชียร์สุดตัวว่า หากภาพยนตร์ภาคใหม่ต้องการ "ล้างไพ่" (Reboot) เปลี่ยนตัวนักแสดงเจมส์ บอนด์ 007 คนใหม่ในยุคใหม่ การหันกลับมาจับมือกับค่ายเยอรมันอย่าง BMW หลังจากที่เคยเปรี้ยงปร้างสุดๆ ในยุค 90s (Z3, 750iL, Z8) ก็เป็นกลยุทธ์ที่เพลย์เซฟและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ปัญหาใหญ่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่รถแต่อยู่ที่ คน เพราะจนถึงนาทีนี้ ทางผู้สร้างยังไม่ได้เคาะตัวนักแสดงที่จะมารับบท เจมส์ บอนด์ คนใหม่อย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ (แม้จะมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการดึงตัว Aaron Taylor-Johnson มาเสียบก็ตาม) เมื่อโปรเจกต์หนังยังลูกผีลูกคน จึงยังไม่มีค่ายรถไหนกล้าควักกระเป๋าเซ็นสัญญา Sponsorship อย่างเป็นทางการ งานนี้คงต้องรอกันอีกนิด ถ้าสัญญาลับสีเขียวเข้มจากเกาะอังกฤษคืบหน้าเมื่อไหร่ คอลัมน์ยานยนต์ไทยรัฐจะรีบคาบข่าวคาบคาเวียร์มาเสิร์ฟให้มิตรรักแฟนเพลงได้แซ่บกันก่อนใครแน่นอน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/