การทดสอบยางรถยนต์คือสถานการณ์ปราบเซียนมากที่สุดในบรรดาการทดสอบรถยนต์ ยาง เป็นเรื่องของกลศาสตร์ผสานการจับความรู้สึกที่ยากจะแปลงออกมาเป็นตัวเลขหรือคำพูดให้คนอ่านจินตนาการตามได้ง่ายๆ ยางรถยนต์แต่ละเส้น มีตัวแปรที่ซ่อนอยู่เยอะมาก การแยกแยะความต่างต้องอาศัยความจำของประสาทสัมผัสสูงมาก สิ่งที่ทำให้การทดสอบยางแล้วบรรยายออกมาถึงความรู้สึกขณะขับเคลื่อนผ่านสถานีทดสอบต่างๆนั้น มีเรื่องความต่างในระดับ มิลลิวินาทีและมิลลิเมตร เวลาเราเปลี่ยนยางใหม่ แบรนด์มักจะเคลมว่าเงียบขึ้น ระยะเบรกสั้นลง เกาะถนนดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงตอนที่เราขับทดสอบ ยางใหม่จะส่งถ่ายความนุ่ม นั่นคือการแยกแยะระหว่าง แรงสะเทือนที่ส่งผ่านแก้มยางขึ้นมาถึงพวงมาลัยและก้น ว่ามันเป็นความรู้สึกตึงตังแบบขอนไม้ หรือนุ่มนวลซับแรงแบบลูกบอลยาง ซึ่งบางครั้งต่างกันแค่ 5-10% เท่านั้น การควบคุมก็มีความสำคัญ เวลาหักพวงมาลัยเข้าโค้ง ท่ามกลางพื้นที่ทดสอบที่จำลองถึงสิ่งที่ยางจะต้องเจอ ยางที่แก้มยางคม (Stiff) จะตอบสนองในระดับมิลลิวินาทีได้ไวกว่ายางนุ่มเงียบ ซึ่งถ้าคนขับไม่สังเกตอาการหน่วงของพวงมาลัยจริงๆ ก็แทบจะแยกไม่ออกเลย
...
ตัวแปรยางเก่ากับยางใหม่ ที่มักหลอกความรู้สึก ธรรมชาติของมนุษย์เรา พอถอดยางเก่าที่ดอกโล้น แข็งกระด้าง และดังลั่นกระพือออก แล้วใส่ยางใหม่แกะกล่องเข้าไป (ไม่ว่าเป็นยางแบรนด์ไหนหรือเกรดอะไร) ความรู้สึกแรกคือ มันดีขึ้นหมดทุกอย่าง เพราะประสาทสัมผัสเราจำความแย่ของยางเส้นเก่าไว้ การจะจับความรู้สึกเนื้อแท้ของยางเส้นใหม่จริงๆ ต้องตัดอคติตรงนี้ออกไป แล้ววัดกันที่ขีดจำกัดของยางเส้นนั้นจริงๆ บนผิวทางที่คุ้นเคย
Continental เชิญสื่อทดสอบความแกร่ง CrossContact A/T² ยางออลเทอร์เรนรุ่นล่าสุด เพิ่มความมั่นใจทุกเส้นทาง ในงาน Continental Driving Experience 2026 กิจกรรมครั้งนี้นำเสนอ CrossContact A/T² ยางออลเทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุด ผ่านประสบการณ์ทดสอบสมรรถนะจริงบนเส้นทางที่หลากหลาย เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของคอนติเนนทอลในการพัฒนายางที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย ความทนทาน และประสบการณ์ขับขี่ในทุกการเดินทาง
Continental CrossContact A/T² (หรือ AX6) เป็นยางในกลุ่ม All-Terrain (A/T) เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ยางจากเยอรมนี ออกแบบมาสำหรับรถกระบะสมรรถนะสูง รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4) และรถ SUV สายลุย ยางรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลบจุดอ่อนเดิมๆ ของยาง A/T ทั่วไป นั่นคือความดังและกระด้างบนถนนเรียบ โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพการตะกุยในทางออฟโรดไว้อย่างเหนียวแน่น
รายละเอียดทางวิศวกรรม เทคโนโลยี และสมรรถนะของยาง Continental CrossContact A/T²
เทคโนโลยีและส่วนผสมเนื้อยาง (Rubber Compound) ส่วนผสม Silica คุณภาพสูง (Advanced Silica Compound) Continental พัฒนาสูตรเนื้อยางขึ้นมาใหม่ โดยเพิ่มความหนาแน่นของซิลิกา ช่วยเพิ่มการยึดเกาะบนถนนเปียกได้อย่างยอดเยี่ยม และลดระยะการเบรกบนถนนลื่น สูตรเนื้อยางต้านทานการตัดเจาะ (High-Resistance to Cuts and Chips) เนื้อยางมีความเหนียวเป็นพิเศษ ช่วยลดความเสียหายจากการถูกหินบาด หินตำ หรือแก้มยางขูดขีดเมื่อนำไปลุยทางกรวดหรือโขดหิน
...
การออกแบบลายดอกยาง (Tread Pattern Design) การออกแบบของ A/T² เน้นความสมดุลระหว่างแรงตะกุย และ ความเงียบ ด้วยโครงสร้างดอกยางเฉพาะตัว Traction Grooves & Grip Teeth ร่องดอกยางขนาดใหญ่มาพร้อมกับ ปุ่มฟันปลา (Grip Teeth) ด้านในร่อง ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและแรงตะกุยในทางโคลน ดินแดง และหญ้าเปียก Noise Blocker (ระบบลดเสียงรบกวน) บริเวณไหล่ยางมีการออกแบบแนวกั้นเสียง (Noise Bar) เพื่อดักและกระจายคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้เป็นยาง A/T ที่เงียบใกล้เคียงกับยางตระกูล Highway Terrain (H/T) Stone Ejectors มีปุ่มสลัดหินที่ก้นร่องยาง เพื่อป้องกันไม่ให้กรวดหินเข้าไปติดค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โครงสร้างหน้ายางเสียหาย
...
สมรรถนะและประสิทธิภาพ (Performance)
On-Road (ถนนเรียบ 60-70%) นุ่มนวลและรีดน้ำได้ดีเยี่ยม แก้มยางซับแรงกระแทกจากรอยต่อถนนได้นุ่มกว่ายาง A/T ยุคเก่า ควบคุมทิศทางในความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ
Off-Road (ทางลุย 30-40%) ลุยทางดิน ลูกรัง และโคลนระดับปานกลางได้อย่างสบาย สลัดโคลนออกจากร่องยางได้เร็ว ทำให้หน้ายางพร้อมตะกุยต่ออย่างต่อเนื่อง
...
โครงสร้างแก้มยางแข็งแกร่ง (Large Sidewall Blocks) บล็อกยางบริเวณแก้มยางหนาเป็นพิเศษ ช่วยป้องกันการแก้มยางปูดหรือฉีกขาดเมื่อต้องวิ่งผ่านร่องหินลึก
อายุการใช้งาน (Durability & Lifespan) ด้วยการกระจายแรงกดทับของหน้ายางที่สม่ำเสมอ (Even Footprint) ทำให้หน้ายางสึกเรียบเท่ากันตลอดทั้งเส้น ลดปัญหาหน้ายางสึกเป็นบั้ง อายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 80,000 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับการสลับยาง ลมยาง และลักษณะการขับขี่) ถือว่ามีความคุ้มค่าและทนทานสูงตามมาตรฐานยางเยอรมัน
ขนาดและราคาโดยประมาณ (Sizes & Pricing)
CrossContact A/T² ผลิตออกมาครอบคลุมรถกระบะและ SUV ยอดนิยมในตลาด (ขอบ 15 ถึง 20 นิ้ว) โดยนี่คือตัวอย่างขนาดและราคาโดยประมาณต่อเส้น
รายการขนาดและราคาโดยประมาณ (Sizes & Pricing)
ขอบ 16 นิ้ว ขนาด 245/70 R16 เหมาะสำหรับ: Isuzu D-Max, Toyota Revo (รุ่นตัวเตี้ยยกสูง) ราคาประมาณ: 3,800 – 4,500 บาท ต่อเส้น
ขนาด 265/70 R16 เหมาะสำหรับ: Toyota Fortuner, Mitsubishi Triton, Ford Ranger (รุ่นเริ่มต้น) ราคาประมาณ: 4,200 – 5,000 บาท ต่อเส้น
ขอบ 17 นิ้ว ขนาด 265/65 R17 เหมาะสำหรับ: Toyota Hilux Travo / Fortuner, Ford Ranger, Mitsubishi Pajero Sport ราคาประมาณ: 4,800 – 5,800 บาท ต่อเส้น
ขอบ 18 นิ้ว ขนาด 265/60 R18 เหมาะสำหรับ: Ford Ranger Wildtrak / Everest, Isuzu Mu-X, Toyota Fortuner Legender ราคาประมาณ: 5,500 – 6,800 บาท ต่อเส้น
ขอบ 20 นิ้ว ขนาด 265/50 R20 เหมาะสำหรับ SUV ตกแต่งพิเศษ หรือรถกระบะยกสูงที่เปลี่ยนล้อแม็กขนาดใหญ่ราคาประมาณ: 7,000 – 8,500 บาท ต่อเส้น
ราคาดังกล่าวเป็นราคาประเมินกลางสำหรับการสั่งซื้อปลีก หากคุณซื้อครบ 4 เส้นตามร้านตัวแทนจำหน่ายใหญ่ๆ มักจะมีโปรโมชั่น "ซื้อ 3 แถม 1" หรือส่วนลดพิเศษพร้อมบริการติดตั้ง ฟรีค่าแรง และบริการหลังการขายครับ
Continental Tire Thailand ผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลกจากเยอรมนี จัดกิจกรรม Continental Driving Experience 2026 เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ลงขับทดสอบสมรรถนะของยางกระบะ/ เอสยูวี รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งใส่ยางรุ่นใหม่ล่าสุด CrossContact A/T² (ผลิตในประเทศไทย ที่โรงงานใหม่ในจังหวัดระยอง) ยางออลเทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความมั่นใจ และความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งบนถนนทั่วไป และเส้นทางออฟโรด พร้อมชูจุดเด่นด้านความทนทาน การควบคุมที่แม่นยำ และสมรรถนะที่เชื่อถือได้ในทุกการเดินทาง CrossContact A/T² ยางออลเทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุดจากคอนติเนนทอล ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ทั้งบนถนนทั่วไป และเส้นทางออฟโรด ด้วยสมรรถนะที่รองรับสภาพเส้นทางหลากหลาย ผสานจุดเด่นด้านการยึดเกาะ ความแข็งแกร่ง และความทนทาน เพื่อมอบการควบคุมที่มั่นคง และประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ในทุกการเดินทาง เทคโนโลยี TRAX PLUS, TUFF PLUS และ BLACKPAW COMPOUND ที่ช่วยเสริมเสถียรภาพการขับขี่ ความทนทานต่อการใช้งาน และการยึดเกาะถนนอย่างมีประสิทธิภาพ
Continental Driving Experience 2026 ส่งมอบความมั่นใจ และความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ในสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ยาง CrossContact A/T² เป็นการต่อยอดความมุ่งมั่นดังกล่าวสู่กลุ่มยางออลเทอร์เรน ด้วยการผสานความนุ่มสบายบนถนนทั่วไปเข้ากับสมรรถนะการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด มอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ แม้ในเส้นทางที่ท้าทายยิ่งขึ้น แนวทางดังกล่าวสอดรับกับบริบทของตลาดประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบทบาทของรถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์ที่ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มยานยนต์สำคัญของประเทศ ทั้งในมิติของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการรองรับรูปแบบการเดินทาง และการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทย ความสำคัญของเซกเมนต์นี้จึงยิ่งตอกย้ำความต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับการขับขี่ได้หลากหลาย พร้อมมอบความมั่นใจ ความปลอดภัย และความอเนกประสงค์ในการใช้งานบนเส้นทางต่างๆ ในประเทศไทย
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของ CrossContact A/T² ผ่านสถานีทดสอบที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อจำลองสภาพการขับขี่จริงในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การขับขี่บนถนนทั่วไป (On-Road) การทดสอบสลาลอม (Slalom) เส้นทางลาดชันจำลอง (Mountain Hill) เส้นทางโคลน (Mud Terrain) ไปจนถึง Scenic Driving Experience ซึ่งจำลองประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางจริง เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสิทธิภาพของยางรุ่นนี้บนพื้นผิว และสภาพเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างใกล้ชิด โดยทุกกิจกรรมจัดขึ้นภายใต้การดูแลของทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ สะท้อนความอเนกประสงค์ของยางออลเทอร์เรนรุ่นนี้ ควบคู่กับการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยตลอดประสบการณ์การขับขี่
การทดสอบสมรรถนะของ CrossContact A/T² ด้วยรถที่ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งในกลุ่มรถกระบะ รถอเนกประสงค์ SUV และ PPV เพื่อถ่ายทอดสมรรถนะของยางในสภาพการใช้งานที่หลากหลาย และใกล้เคียงการขับขี่จริง ตั้งแต่ประสิทธิภาพการยึดเกาะ การตอบสนองต่อการบังคับควบคุม เสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ไปจนถึงความมั่นใจบนสภาพเส้นทางที่เปลี่ยนแปลง โดยประสบการณ์ขับขี่ครั้งนี้สะท้อนแนวทางของคอนติเนนทอลในการพัฒนายางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยวพักผ่อน และการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย
Continental CrossContact A/T² ท่ามกลางสถานการณ์ออฟโรดหนักหน่วง เช่น ทางโคลนเลนลึก (Deep Mud), ร่องหินสลับชัน (Rock Crawling), หรือป่าปิดช่วงหน้าฝน... บอกกันตรงๆ แบบไม่เกรงเลยครับว่า เหนื่อยเหนี่ยวเหนอะหนะ แต่ยางและระบบขับเคลื่อนของรถทดสอบก็เอาตัวรอดมาได้ ธรรมชาติของยางตระกูล A/T (All-Terrain) ใช้เทคโนโลยีเนื้อยาง BlackPaw Compound ดีไซน์ไหล่ยางแบบเปิดกว้างขึ้นเพื่อช่วยตะกุย แต่โครงสร้างและวัตถุประสงค์หลักของมันยังเป็นยาง 50/50 (วิ่งถนนดำครึ่งหนึ่ง วิ่งทางฝุ่นลูกรังครึ่งหนึ่ง) เมื่อต้องเอาไปหวดในทางออฟโรดระดับ Hardcore อาการที่พอจะจับความรู้สึกได้ คือ ร่องดอกยางของ CrossContact A/T² หนาและลึกในแถวของยางใช้งานทั่วไป เมื่อเจอดินเหนียวเมืองไทยหรือโคลนหนาร่องลึก ดินโคลนจะเข้าไปอุดเต็มร่องดอกยางอย่างรวดเร็ว (Mud Packing) จนกลายสภาพเป็นยางหัวโล้นสลิก แต่ก็สามารถตะกุยเอาตัวรอดออกมาจากหล่มโคลนได้
ความรู้สึกที่พวงมาลัย การควบคุมรถสไลด์ออกข้างขวางร่องดัก กดคันเร่งกระแทกเพื่ออาศัยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal Force) ให้ดอกยางสลัดโคลนก็เอาออกไปได้พอสมควร ระยะห่างระหว่างบล็อกดอกยาง ไม่ได้ห่างและกว้างเท่าพวกยางกลุ่ม M/T (Mud Terrain) แต่ถือว่าทำหน้าที่บนเส้นทางวิบากได้ดีเยี่ยม
แรงจิกตะกุยบนทางชันและหินลื่น บล็อกดอกยางของมันยังมีลักษณะเป็นก้อนที่ต่อเนื่องกันพอสมควรเพื่อลดเสียงดังบนถนนดำ ขับไต่ขึ้นเนินชันที่เป็นดินฟรีลื่นหรือหินลอย ยางมี "Biting Edges" หรือสันขอบบล็อกที่คม ใหญ่โตพอที่จะไปจิกตะกุยพื้นผิวพยุงตัวถังรถหนัก 2 ตันกว่าขึ้นไปได้อย่างสบายๆ ลายดอกยางและการใช้คันเร่งที่ถูกต้อง ทำให้ล้อไม่ปั่นฟรีทิ้ง ทรานส์เฟอร์และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ทำงานตามปกติ เพราะยางหาแรงยึดเกาะและทำได้ดีพอใช้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ความทนทานของแก้มยางต่อการบดหิน ยางรุ่นนี้เสริมแก้มยางมาให้หนากว่ายาง HT ทั่วไป เมื่อเจอสถานการณ์ออฟโรดหนักหน่วง การไต่หิน แก้มยางเอาอยู่มีความยืดหยุ่นสูง โครงสร้างชั้นผ้าใบแก้มยางของยาง AT2 บ้านเราไม่ได้หนาขนาด 3 ชั้น (3-Ply Sidewall)
Continental CrossContact A/T² คือยางออฟโรดสายสำอาง ที่เกิดมาเพื่อทางฝุ่น ลูกรัง และโคลนตื้น ถ้าเอา Continental CrossContact A/T² ไปวิ่งทางลูกรังเข้าไซต์งาน ไต่เขาเนินหญ้าแห้ง หรือลุยลำธารตื้นๆ ทั่วไป ตัวนี้ทำได้ดีเยี่ยม แถมขากลับวิ่งบนถนนลาดยางด้วยความเร็วสูง มันยังให้ความนุ่ม เงียบ และรีดน้ำได้คมชัดกว่ายางลุยสายพันธุ์แท้มาก แต่ถ้าโจทย์คือออฟโรดหนักหน่วงมากแบบขับในทุ่งใหญ่นรศวรตอนฤดูฝน CrossContact A/T² อาจไม่เหมาะสม ซึ่งไม่ใช่ความผิดของยาง แต่มันผิดประเภทการใช้งาน ถ้าจะลุยระดับนั้น ต้องปลดป้าย A/T ออก แล้วปีนขึ้นไปเล่นยางพวก M/T (Mud Terrain) หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้อง Extreme X/T ที่มีบากไหล่ยางหนาเท่าฝ่ามือ ถึงจะเอาตัวรอดออกมาจากป่าแบบไม่ต้องรอเพื่อนเอารอกวินซ์มาลาก
มร. คาเรล คูเซรา กรรมการผู้จัดการ Continental Tire Thailand กล่าวว่า Continental พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ในหลากหลายเซกเมนต์ โดยเชื่อว่า ความมั่นใจคือหัวใจสำคัญของการเดินทาง และ CrossContact A/T² ได้สะท้อนแนวคิดนี้ผ่านการผสานความนุ่มสบายในการขับขี่บนถนนทั่วไปเข้ากับสมรรถนะบนเส้นทางออฟโรด พร้อมมอบความปลอดภัย ความทนทาน และสมรรถนะที่ผู้ขับไว้วางใจได้ในทุกวัน ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ Continental และเรายังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่รถยนต์นั่ง รถยนต์อเนกประสงค์ ไปจนถึงรถกระบะ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญที่เราให้ความสำคัญในปีนี้”
สำหรับ CrossContact A/T² ผลิตในประเทศไทย ณ โรงงาน Continental จังหวัดระยอง และได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะยางออลเทอร์เรนอเนกประสงค์ที่รองรับการขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การเดินทางระยะไกล หรือการขับขี่บนเส้นทางนอกเหนือจากถนนทั่วไป ด้วยการผสานความบนถนนทั่วไปเข้ากับสมรรถนะบนเส้นทางออฟโรด ยางรุ่นนี้จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมมอบสมรรถนะที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในทุกการเดินทาง
กิจกรรม Continental Driving Experience 2026 เป็นการถ่ายทอดแนวคิดของ Continental ในการพัฒนายางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านประสบการณ์ทดสอบขับขี่ที่สะท้อนทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในการเดินทางบนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย พร้อมตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในการส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่มั่นใจ และเชื่อถือได้ในทุกสภาพเส้นทาง
Continental ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในฐานะแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยียางรถยนต์ โดยล่าสุด ยาง Continental ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำทั่วโลก โดยผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดการผลิตสูงสุด 17 จาก 20 ราย เลือกใช้ยางContinental นอกจากนี้ แบรนด์ยังเป็นผู้จัดหายางให้แก่ผู้ผลิตชั้นนำ 8 จาก 10 รายในภูมิภาคอเมริกา และ 7 จาก 10 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรระดับโลกและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของ Continental ความไว้วางใจในระดับสากลนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาว ในการส่งมอบคุณภาพ นวัตกรรม และความมั่นใจในการขับขี่ให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย พร้อมมอบความอุ่นใจผ่านความปลอดภัย และความเชื่อถือได้ในยาง Continental ทุกเส้น.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/