โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส เผยโฉมสุดยอดผลงานแห่งความทะเยอทะยานกับ  โปรเจ็กต์ ไนติงเกล ซึ่งเป็นอัครยนตรกรรมผลิตพิเศษระดับ Coachbuild Collection รุ่นแรกของแบรนด์ โดดเด่นด้วยการผสมผสานอิสระในการออกแบบตัวถังพิเศษเข้ากับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนอันทรงพลัง โดยจะทำการผลิตจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก และมีกำหนดเริ่มส่งมอบให้แก่ลูกค้าในช่วงปี พ.ศ. 2571 เป็นต้นไป   

คริส บราวน์ริดจ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส กล่าวว่า เมื่อลูกค้า Rolls-Royce ขอให้เราสร้างสรรค์ผลงานสุดทะเยอทะยาน เราจึงตอบสนองด้วยการผสมผสานสามสิ่งที่ไม่เคยอยู่ร่วมกันในแบรนด์ของเรา คือ อิสระในการออกแบบตัวถังพิเศษ (Coachbuilding), ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนอันสงบเงียบแต่ทรงพลัง และสุนทรียะแห่งการขับรถเปิดประทุน


โดยการบรรลุเป้าหมาย ต้องใช้ทัศนคติที่กล้าหาญ แบบเดียวกับที่ผลักดันให้ เซอร์ เฮนรี่ รอยซ์ สรรสร้างรถทดสอบ EX ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2460 ส่งผลให้ โปรเจกต์ ไนติงเกล เป็นการแสดงออกที่หรูหราที่สุด ถึงสิ่งที่ โรลส์-รอยซ์ สามารถทำได้ในปัจจุบัน

...

"Project Nightingale สร้างขึ้นบนหลักการออกแบบ ที่นิยามความเป็นแบรนด์นี้ได้อย่างน่าดึงดูดใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นห้องโดยสารที่โอ่อ่า ความเป็นระเบียบของพื้นผิวที่สมบูรณ์แบบ และความชัดเจนของเส้นสายที่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้น ยังนับเป็นการนำหลักการไปพัฒนาสู่สิ่งใหม่ สำหรับผม ยนตรกรรมคันนี้เสมือนเป็นนิยามของสิ่งที่คาดไม่ถึง รวมถึงเป็นผู้กำหนดทิศทางของทุกสิ่งที่ตามมา"


ลู่ลม รวดเร็ว แต่หนักแน่นดุจเสาหิน

ตัวถังสีฟ้าอ่อน ผสมเกล็ดสีแดงละเอียด เป็นการรำลึกถึงโลโก้สีแดงของรถรุ่น EX ในอดีต ได้รับการออกแบบโดยผู้ที่หลงใหลในพื้นผิว ซึ่งผ่านการขัดเกลาอย่างไร้ที่ติ ผสานมนต์เสน่ห์ของตัวถังเปิดประทุนที่ดูลื่นไหลและสง่างาม ได้แรงบันดาลใจจากหลักการออกแบบ Streamline Moderne จากปลายยุค อาร์ต เดโค่

ขณะที่อีกหนึ่งแรงบันดาลใจ คือ รถทดสอบรุ่น 16EX และ 17EX ที่ได้นำเส้นสายจากรุ่น แฟนธอม (Phantom) มาผลิตเป็นตัวถังอะลูมิเนียม และสามารถสร้างสถิติความเร็วได้สูงกว่า 145 กิเลมตรต่อชั่วโมง


โปรเจ็กต์ ไนติงเกล ตัวถังยาว 5.76 เมตร ใกล้เคียงกับรุ่น แฟนธอม มุมมองด้านหน้าใหญ่อลังการ เนื่องจากไม่ต้องมีช่องรับอากาศขนาดใหญ่เหมือนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ นักออกแบบจึงสามารถสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องระหว่างตัวถังซ้าย-ขวาและกระจังหน้าแพนธิออน

โดยขอบกระจังกว้างเกือบหนึ่งเมตร แกะสลักจากโลหะชิ้นเดียว พร้อม 24 ซี่กระจัง ส่วนสัญลักษณ์ สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี (Spirit of Ecstasy) ติดตั้งอยู่ด้านบน ให้ความรู้สึกลื่นไหล ราวกับกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว

...


ไฟหน้าแนวตั้งทรงเรียวยาว เสริมด้วยแถบโลหะปัดเงา พาดผ่านตัวถังจากไฟหน้าถึงไฟท้าย ด้านข้าง ผลกระทบของการออกแบบทรงตอร์ปิโดที่เน้นผู้ขับจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

ฝากระโปรงหน้ากว้างนำไปสู่กระจกบังลมที่ลาดเอียง เสริมด้วยกระจกหน้าต่างสามเหลี่ยม (Quarterlight window) อันละเอียดอ่อน ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น แฟนธอม ดรอปเฮด คูเป้ (Phantom Drophead Coupé)

เส้นตัวถังวิ่งต่อเนื่องจากหน้าสู่หลัง ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นแบ่งระหว่างตัวเรือและโครงสร้างส่วนบนของเรือยอทช์ การตั้งเส้นนี้ไว้สูงทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเข้าไปในรถ 



ส่วนที่พักเท้าผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากบันไดข้างของ โรลส์-รอยซ์ ในอดีต ขณะที่ล้อขนาด 24 นิ้ว ใหญ่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน โรลส์-รอยซ์ ชวนให้นึกถึงใบพัดของเรือยอทช์ที่กำลังหมุนอยู่ใต้น้ำ ด้านหลัง โป่งซุ้มล้อที่ผายออก สร้างความรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นคง


...


ฝากระโปรงท้ายเปิดออกด้านข้างด้วยกลไกคานเหวี่ยง (Cantilever) ลักษณะเดียวกับแกรนด์เปียโน ปิดท้ายความอลังการด้วยดิฟฟิวเซอร์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพช่วงความเร็วสูง


เปลี่ยนลุคได้ตามใจ เลือกได้เพียงกดปุ่ม

ห้องโดยสารโทนสีฟ้า Charles Blue ตัดกับสีขาว Grace White แซมด้วยสีชมพู Peony Pink ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ป่าริมชายฝั่งริเวียร่า เมื่อเปิดหลังคา ยนตรกรรมคันนี้กลายเป็นยานพาหนะแห่งการเดินทางที่เงียบสงบ แต่เมื่อหลังคาที่ทำจากผ้าแคชเมียร์ (Cashmere) ปิดลง ภาพลักษณ์จะเปลี่ยนไปเป็นรถคูเป้ที่ดูสง่างาม ภายใต้ประสบการณ์ขับที่เงียบสงบ ผสานเสียงธรรมชาติที่เพิ่มความโรแมนติก 

เช่น เสียงหยดน้ำฝนบนผ้าใบ เสียงคลื่น เสียงลมผ่านต้นไม้ หรือเสียงนกร้อง พร้อมแสงสว่างจากดวงดาวแอลอีดี 10,500 ดวง โดยใช้รูปแบบของแสงสว่าง
จากคลื่นเสียงของนกไนติงเกล และเมื่อเปิดประตู ที่พักแขนก็เลื่อนไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นปุ่มควบคุมที่ทำจากโลหะที่ผิวสัมผัสเป็นเลิศ

...


ความสง่างามทางวิศวกรรมและมรดกตกทอด

ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งความเงียบและการถ่ายทอดกำลังที่นุ่มนวล เป็นการตอกย้ำถึงแก่นแท้ของยนตรกรรม โรลส์-รอยซ์ ที่ยาวนานกว่าศตวรรษ และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว Coachbuild Collection ผสมผสานจิตวิญญาณของนักทดสอบอย่าง เฮนรี่ รอยซ์

รวมถึงความหรูหราของยุค อาร์ต เดโค่ ผลิตด้วยมือของวิศวกรชั้นเลิศที่ Home of Rolls-Royce ที่เมืองกู้ดวูด จำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก สะท้อนคุณค่าของยนตรกรรมที่ผ่านการรังสรรค์มาอย่างลึกซึ้ง นับเป็นประสบการณ์เหนือระดับ ที่สัมผัสได้เฉพาะในรถยนต์ โรลส์-รอยซ์  เริ่มส่งมอบช่วงปีพ.ศ. 2571 เป็นต้นไป