การเกิดเพลิงไหม้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Battery) เป็นกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อนและอันตรายกว่าเพลิงไหม้ทั่วไป โดยมีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า Thermal Runaway หรือ สภาวะความร้อนหนีศูนย์ ซึ่งสามารถอธิบายลำดับเหตุการณ์และสาเหตุได้ดังนี้ 

สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้
ความร้อนสะสมจนเกิดการลุกไหม้มักมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 

ความเสียหายทางกายภาพ ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนแผ่นกั้น (Separator) ภายในเซลล์ฉีกขาด

ความผิดพลาดทางไฟฟ้า การชาร์จไฟเกิน (Overcharge) หรือการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรภายใน (Internal Short Circuit)

ความร้อนจากภายนอก การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดจนสารเคมีภายในเริ่มสลายตัว

กลไกการเกิด Thermal Runaway
เมื่อเซลล์แบตเตอรี่มีความร้อนสูงเกินขีดจำกัด (โดยปกติจะเริ่มที่ประมาณ 130-150°C) จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ดังนี้

...

การสลายตัวของชั้นเคลือบ: ชั้นป้องกันบนขั้วแบตเตอรี่จะเริ่มละลาย
ปฏิกิริยาคายความร้อน สารเคมีภายในเริ่มทำปฏิกิริยากันเองและปลดปล่อยความร้อนออกมามากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาความร้อนจากภายนอก

ความร้อนที่สูงขึ้นทำให้อิเล็กโทรไลต์ระเหยกลายเป็นก๊าซที่ไวไฟสูงและสะสมแรงดันภายในเซลล์
การระเบิดและลุกไหม้ เมื่อแรงดันสูงเกินไป เปลือกหุ้มจะแตกออกและปล่อยก๊าซไวไฟออกมาสัมผัสกับออกซิเจนภายนอก เกิดเป็นไฟที่รุนแรงและดับได้ยาก

ความแตกต่างจากการไหม้ของเชื้อเพลิงทั่วไป
Self-Oxygenating ปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่สามารถปลดปล่อยออกซิเจนออกมาได้เอง ทำให้ไฟลุกไหม้ต่อได้แม้จะใช้ถังดับเพลิงเคมีแห้งฉีดกลบเพื่อไล่ออกซิเจนภายนอก

Re-ignition แบตเตอรี่ที่ไฟดับแล้วสามารถกลับมาลุกไหม้ใหม่ได้ (Re-ignite) หากความร้อนภายในยังไม่ลดลงต่ำกว่าจุดวิกฤต เพราะความร้อนที่เหลืออยู่สามารถกระตุ้นเซลล์ข้างเคียงที่ยังไม่ไหม้ให้เกิด Thermal Runaway ต่อได้

Toxic Fumes ก๊าซที่ปล่อยออกมามีความเป็นพิษสูง เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (Hydrogen Fluoride) ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

เหตุผลที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วมีความรุนแรงและดับยากกว่าเพลิงไหม้ทั่วไป มาจากปัจจัยหลักทางเคมีและโครงสร้างภายใน ดังนี้ 

ปรากฏการณ์ Thermal Runaway (ความร้อนหนีศูนย์)

นี่คือหัวใจสำคัญของปัญหา เมื่อเซลล์แบตเตอรี่ได้รับความเสียหายหรือร้อนจัด จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ สร้างความร้อนด้วยตัวเอง ความร้อนที่เกิดขึ้นจะไปกระตุ้นให้เซลล์ข้างเคียงร้อนตามและไหม้ต่อไปเรื่อยๆ เหมือนโดมิโน ทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องยาวนานจนกว่าพลังงานในทุกเซลล์จะหมดไป

...

แบตเตอรี่ผลิตออกซิเจนได้เองขณะลุกไหม้
โดยปกติไฟต้องการองค์ประกอบ 3 อย่างคือ เชื้อเพลิง ความร้อน และออกซิเจน แต่ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อเกิดความร้อนสูง สารประกอบเคมีในขั้วแคโทดจะสลายตัวและปลดปล่อย ออกซิเจน ออกมาภายในเซลล์โดยตรง

ทำไมถึงดับยาก แม้เราจะใช้ถังดับเพลิงเคมีหรือทรายไปกลบเพื่อตัดออกซิเจนจากอากาศภายนอก แต่ไฟข้างในยังคงลุกไหม้ได้เพราะมันมีแหล่งผลิตออกซิเจนของตัวเอง 

พลังงานหนาแน่นสูง (High Energy Density)
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนถูกออกแบบมาให้เก็บพลังงานได้มหาศาลในพื้นที่จำกัด เมื่อพลังงานเคมีเหล่านี้ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนในคราวเดียว จึงมีความรุนแรงสูงมาก และอิเล็กโทรไลต์ที่อยู่ข้างในยังมีคุณสมบัติเป็นสารไวไฟ (Flammable Liquid) คล้ายน้ำมันเบนซิน

การลุกไหม้ซ้ำ (Re-ignition)
นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แม้เปลวไฟภายนอกจะดูเหมือนดับลงแล้ว แต่ถ้า ความร้อนสะสม ภายในใจกลางแบตเตอรี่ยังไม่ถูกกำจัดออกไป ปฏิกิริยาเคมีจะยังคงดำเนินอยู่ และสามารถกลับมาพ่นไฟหรือระเบิดซ้ำได้อีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหรือแม้กระทั่งเป็นวัน

...

วิธีเดียวที่จะสยบได้คือ การลดอุณหภูมิ

การดับไฟประเภทนี้ไม่ใช่แค่การทำให้ไฟดับ แต่คือการทำให้อุณหภูมิเย็นลง

ต้องใช้น้ำในปริมาณที่มหาศาล (มากกว่าการดับไฟรถยนต์สันดาปหลายเท่า) เพื่อระบายความร้อนออกจากแกนกลางของแบตเตอรี่

ในบางกรณี นักดับเพลิงอาจต้องปล่อยให้ไฟไหม้จนเชื้อเพลิงหมดไปเองพร้อมกับฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง

ข้อควรระวัง ควันที่เกิดจากการไหม้ของลิเธียมไอออนมีก๊าซพิษ เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ (HF) ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงและเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างมาก หากพบเหตุการณ์ควรอยู่ห่างในระยะปลอดภัยและอยู่เหนือลมเสมอ. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/   

...