หลังจากเปิดตัว Ford Everest ไลน์อัปใหม่ล่าสุดในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้ยังครองใจผู้ใช้งานคือรากฐานอันเข้มข้นของทีมวิศวกร ที่เริ่มต้นจากคำถามสำคัญว่า จะพัฒนาให้ Everest เป็นรถนั่งอเนกประสงค์ที่ขับขี่นุ่มนวลเหมือนรถยนต์นั่งทั่วไป หรือจะสร้างให้เป็นรถที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมลุยสำหรับทุกการผจญภัย สำหรับทีมวิศวกรฟอร์ด คำตอบคือ ‘ต้องการทั้งสองอย่าง’ แนวคิดนี้จึงกลายเป็นมาตรฐานสำคัญที่ถ่ายทอดสู่ Everest ทุกคันในปัจจุบัน
...
พื้นฐานการออกแบบ
ตั้งแต่เริ่มพัฒนารถรุ่นนี้ คริส โอแชนแนสซีย์ วิศวกรด้านพลศาสตร์ยานยนต์ Ford กล่าวว่า "คำตอบของเราชัดเจนตั้งแต่แรก เพราะเรารู้ว่ารถคันนี้ต้องรับมือได้กับทุกสถานการณ์ที่ครอบครัวยุคใหม่ต้องเจอ ตั้งแต่การรับส่งลูกที่โรงเรียน การเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุด ไปจนถึงการลุยเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย" ทีมวิศวกร เลือกสร้างรถคันนี้บนโครงสร้างแชสซีแบบขั้นบันได (Ladder-frame) พร้อมปรับแต่งระบบช่วงล่างให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำและสัมพันธ์กับผู้ขับขี่ ช่วยลดการโคลงตัวของตัวถัง ลดอาการหน้าทิ่มขณะเบรก และทำให้พวงมาลัยตอบสนองได้ฉับไว กลายเป็น DNA จากการออกแบบและพัฒนารถ โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมรถของผู้ขับขี่และความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
การตัดสินใจเลือกพัฒนา Everest จากพื้นฐานความแข็งแกร่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่กำหนดเอกลักษณ์ของรถอเนกประสงค์ และยังเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึง Everest รุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับการขับขี่
...
การปรับแต่งช่วงล่าง
รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดใหญ่หลายคัน พยายามปรับให้ช่วงล่างนุ่มเกิน สร้างความรู้สึกยวบยาบหรือเกิดอาการส่ายเมื่อผ่านเนิน ขับแล้วรู้สึกขาดการเชื่อมต่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นใต้ล้อรถ ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังรู้สึกเมารถ การปรับจูนระบบรองรับของ Everest การเลือกขนาดของล้อ และชนิดของยาง โดยให้ความสำคัญกับ 'การควบคุม' เป็นหลัก ผลที่ออกมาคือ การโคลงตัวของตัวถังรถจะน้อยลงมากเวลาเข้าโค้ง อาการหน้าทิ่มของรถจะน้อยลงเมื่อเบรก และรู้สึกถึงการตอบสนองของยาง เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ขับ สามารถบังคับรถไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ทำให้การควบคุมรถที่มีขนาดใหญ่และมีสมรรถนะสูง เป็นไปอย่างสนุกและมั่นใจ
...
...
ห้องโดยสาร
การใช้แชสซีแบบขั้นบันได (Ladder-Frame) ไม่ได้มีจุดเด่นแค่เรื่องความแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นการสร้างห้องโดยสารที่ปลอดภัยให้คุณและครอบครัวอีกด้วย การสร้างรถนั่งอเนกประสงค์ขึ้นจากโครงสร้างแบบนี้มีข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับการใช้โครงรถเก๋งธรรมดาอย่างมาก
ขับผ่านถนนลูกรังด้วยรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ทั่วไปที่ใช้โครงแบบรถเก๋ง รถทั้งคันจะทำหน้าที่ส่งผ่านทุกแรงสั่นสะเทือนจากสภาพพื้นผิวถนนเข้าสู่ห้องโดยสาร แต่ Everest มีโครงสร้างเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรง รับแรงกระแทกจากสภาพพื้นผิวถนน ไม่ให้ส่งถึงห้องโดยสาร โดยห้องโดยสารที่วางอยู่บนโครงสร้างแชสซีมีจุดยึดตัวถังที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ กรองการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนจากพื้นถนน ห้องโดยสารจึงเงียบสงบขณะขับขี่บนถนนที่สมบุกสมบัน
ระบบกันสะเทือนหลังแบบวัตต์ลิงค์
รถเอสยูวีบางคันดูไม่มั่นคงเมื่อวิ่งผ่านเนินหรือหลุม เหมือนส่วนท้ายควบคุมยาก ในขณะที่รถกระบะส่วนใหญ่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบแหนบ ซึ่งเหมาะกับการบรรทุกหนัก แต่แลกมาด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายภายในห้องโดยสาร วิศวกรเลือกใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบวัตต์ลิงค์ โดยใช้ระบบคอยล์สปริงที่ทันสมัยกว่า และมีวัตต์ลิงค์ที่ช่วยทำให้ทุกอย่างนิ่งสงบ
ระบบวัตต์ลิงค์ คือ กลไกกันสะเทือนหลังที่ถูกคิดมาอย่างชาญฉลาด โดยใช้หลักการยึดเพลาหลังไม่ให้เคลื่อนไปมาในขณะที่ขับขี่ผ่านทางขรุขระ ผลที่ได้คือ ผู้โดยสารแถวหลังไม่รู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงไปมา และคนขับก็ควบคุมรถให้ตรงได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก ระบบนี้ช่วยทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ แต่ส่งผลชัดเจน
เป้าหมายสูงสุดของวิศวกรรม
Ford Everest ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ออกไปขับเท่านั้น แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ 'ใช้งานจริง' ไม่ว่าจะขับในเมืองที่การจราจรแน่นหนา หรือพาครอบครัวที่รักการผจญภัยไปสำรวจเส้นทางใหม่ๆ ที่เจ้าของรถไม่คิดว่าตนเองจะไปได้มาก่อน คริส โอแชนแนสซีย์ กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการสร้างรถที่มอบทั้งความมั่นใจในการขับขี่และความสบายเมื่อเดินทาง เพื่อให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารรู้สึกได้ถึงสมรรถนะที่ดีในทุกสถานการณ์ สะท้อนถึงหัวใจของการออกแบบ ด้วยพื้นฐานความแข็งแกร่งจากรถกระบะ ผสมผสานเข้ากับความสบายสำหรับยานพาหนะของครอบครัว
Everest ใหม่ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ปรับจูนใหม่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ระบบความปลอดภัยครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น พร้อมปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ดูเท่และดุดันขึ้น ประกอบด้วยรุ่นย่อย 4 รุ่น ได้แก่ Ford Everest Platinum 3.0 ลิตร วี 6 2,279,000 - 2,284,000 บาท
Ford Everest Platinum 2.0 ลิตร เทอร์โบ 4x4 1,779,000 บาท
Ford Everest Sport 2.0 ลิตร เทอร์โบ 1,299,000 - 1,379,000 บาท
Ford Everest Active ในราคาเริ่มต้น 1,299,000 บาท