งาน Beijing Auto Show 2026 (Auto China 2026) ที่กำลังจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ เมื่อหันมาดูแบรนด์หรูหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของบูธ Lexus คือการโชว์ All-New Lexus ES เจนเนอเรชั่นใหม่ มาครบทั้งไฟฟ้าและไฮบริด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบหลายปีของซาลูนไซล์กลางรุ่นขายดี เมื่อมองดูที่ตัวเลขยอดขายของแบรนด์หรูญี่ปุ่นในประเทศจีน ความนิยมของ Lexus ในจีน และสถานการณ์ของแบรนด์หรูญี่ปุ่นในสมรภูมิรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นเกิดอะไรขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่เวลาหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว มาดูกันว่า Lexus รุ่นที่ขายดีที่สุดในจีนคือรถรุ่นอะไร?


...

ในความเป็นจริง คนจีนก็นิยมชมชอบของหรูเหมือนกัน Audi BMW Mercedes-Benz Porsche และ Lexus เป็นรถหรูยอดนิยมของคนมีเงินในจีน Lexus เองก็ยังดำรงค์คงเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่สามารถรักษายอดขายเติบโตสวนทางกับตลาดรถหรูนำเข้า (Import) ที่ซบเซาลงในจีน  รุ่นที่เป็นหัวใจสำคัญคือ  Lexus ES ซีดานไซล์กลางซึ่งเป็นรถตัวขาย ออกจากโชว์รูมในจีนมากที่สุด ครองแชมป์รถยนต์นำเข้าอันดับ 1 ในจีนมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี (ตั้งแต่ปี 2017) โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ตอบโจทย์ความหรูหราและความประหยัดในเมืองใหญ่ ตามด้วยเอสยูวีหรู Lexus RX  เข้าวินมาเป็นอันดับสองในกลุ่ม SUV หรู  ในปี 2025-2026 โมเดล RX ในจีน สามารถทำยอดขายแซงหน้าคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz GLE ในบางช่วงเวลาได้ เนื่องจากความเชื่อมั่นในเรื่องความทนทาน (Reliability) และรถ Lexus ขายดีในจีนอันดับสามก็คือ น้องเล็ก Lexus NX ซึ่งยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มองหา Compact Crossover ที่มีความคล่องตัวสูง

ส่วนปัญหาและอุปสรรคของแบรนด์หรูญี่ปุ่นในตลาดจีน แม้ Lexus จะยังประคับประคองตัวได้ดี แต่ภาพรวมของแบรนด์ญี่ปุ่น (Toyota, Honda, Nissan) ในจีน กำลังเผชิญกับมรสุมทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ พายุละลอกแรกผ่านไปแล้ว แต่ระลอกที่สองกำลังตามมา นั่นก็คือการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า รถพลังงานผสม ด้วยเทคโนโลยีใหม่บวกความหลากหลายของระบบขับเคลื่อน 

มุมมองด้านช่องว่างทางเทคโนโลยี แบรนด์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังเน้นหนักที่เครื่องยนต์สันดาปและ Hybrid ขณะที่ตลาดจีนเปลี่ยนผ่านสู่ NEV (New Energy Vehicles) หรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% และ Plug-in Hybrid อย่างรวดเร็ว โดยมีสัดส่วนสูงถึง 60% ในปี 2025  รถไฟฟ้าจากแบรนด์ญี่ปุ่นมักถูกมองว่ามีดีไซน์และฟีเจอร์ที่ไม่หวือหวาเท่าแบรนด์จีน (เช่น BYD, Xiaomi, Zeekr Avatr)  การเสียเปรียบด้าน Software & Intelligence  ผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ไม่ได้ซื้อรถแค่ที่การขับขี่ แต่เล็งไปที่ระบบอัจฉริยะคอยประคับประคองรถทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เช่น ระบบช่วยขับอัตโนมัติ (AD), หน้าจอ Infotainment ที่ลื่นไหลเหมือนสมาร์ทโฟน และการเชื่อมต่อ Ecosystem ในชีวิตประจำวัน ซึ่งแบรนด์จีนทำงานในจุดนี้ได้ดี 

เรื่องสงครามราคา แน่นอนว่า แบรนด์ท้องถิ่นของจีนสามารถทำราคารถระดับหรูให้ถูกลงได้มากเพราะมี Supply Chain แบตเตอรี่เป็นของตัวเอง ทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นต้องยอมลดราคา (Discount) เพื่อรักษา Market Share ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ความพรีเมียมในระยะยาว

...

สำหรับความเร็วในการพัฒนา (R&D Speed) บริษัทรถยนต์จีนสามารถพัฒนารถรุ่นใหม่ได้ในเวลาประมาณ 18 เดือน ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นอาจใช้เวลา 3-4 ปี ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้ทัน



...

Lexus ยังคงเป็นความหวังสุดท้าย ของรถยนต์พรีเมียมญี่ปุ่นในจีน เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่จงรักภักดี (Brand Loyalty) สูงมาก โดยเฉพาะในมณฑลกวางตุ้งที่มองว่า Lexus คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความประณีต แต่ความท้าทายหลังจากนี้คือ All-New Lexus ES (BEV) ที่เปิดตัวในปี 2026 จะสามารถดึงใจคนรุ่นใหม่ที่รักเทคโนโลยีกลับมาจากแบรนด์จีนได้มากน้อยเพียงใด
รถรุ่นเด่นที่ Lexus นำมาจัดแสดงมีดังนี้ 

1. All-New Lexus ES (The Star of the Show)

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการปรับโฉมแบบ Full Model Change ที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดหรูและเทคโนโลยีไฟฟ้า:

ดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าแบบ Seamless Spindle Grille ที่ดูทันสมัยและกลมกลืนไปกับตัวถังมากขึ้น พร้อมมือเปิดประตูแบบ Semi-hidden (กึ่งซ่อน) ขนาดมิติของตัวถัง ES Electric รุ่นที่ขายในจีนมีการขยายความยาวเพิ่มขึ้นถึง 165 มม. และระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 80 มม. เพื่อเน้นพื้นที่วางขาในเบาะหลังให้กว้างขวางเป็นพิเศษ (Executive/Chauffeur focus) นับเป็นครั้งแรกของ Lexus ซีดานที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (BEV) มีการยืนยันรุ่นพลังงานไฟฟ้า 100% ในรหัส ES 350e และ ES 500e ซึ่งรุ่น 500e จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ DIRECT4

...




ภายในห้องโดยสาร: ปรับสู่แนวคิด Minimalist ลดปุ่มกดแบบ Physical และใช้หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่คู่ พร้อมระบบสร้างกลิ่นหอม (Fragrance system) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไม้ไผ่

 นอกจาก ES Electric รุ่นใหม่แล้ว ในงานยังมีรถรุ่นอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้เข้าชมงาน เช่น

Lexus ES 300h รุ่นไฮบริดที่ยังคงเป็นกำลังหลักในตลาดจีน โดยมีการปรับจูนระบบขับเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

Lexus GX รถ SUV สายลุยที่มาโชว์ตัวพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง

งานปีนี้แสดงให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของ Lexus ในการเปลี่ยนผ่านสู่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (Electrified Brand) อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการใช้รุ่นยอดนิยมอย่าง ES เป็นหัวหอกในการบุกตลาด BEV

รายละเอียดทางเทคนิคของ All-New Lexus ES (Generation 8) ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Beijing Auto Show 2026 โดยเน้นไปที่การปฏิวัติสู่ขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกของตระกูล ES  


ระบบขับเคลื่อน 

BEV (ไฟฟ้า 100%):

ES 350e มอเตอร์เดี่ยวขับหน้า 221 แรงม้า

ES 500e มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ DIRECT4 338 แรงม้า

Hybrid (HEV)

ES 350h เครื่องยนต์ 2.5L พ่วงระบบ Hybrid เจนฯ ใหม่ 244 แรงม้า

แบตเตอรี่ (Battery)

แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 74.7 kWh

รองรับการชาร์จ DC Fast Charge (10-80%) ภายใน 28 นาที

ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 480 - 500 กม. (ตามมาตรฐานทดสอบ)

ระบบส่งกำลัง (Transmission) 
BEV Single-speed Automatic
Hybrid E-CVT (Electrically Controlled Continuously Variable Transmission)

ช่วงล่าง (Suspension)
ด้านหน้า MacPherson Strut
ด้านหลัง Multi-link (ออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับน้ำหนักแบตเตอรี่และเพิ่มความนุ่มนวล)
มาพร้อมระบบ Adaptive Variable Suspension (AVS) ในรุ่นท็อป
ล้อและยาง (Wheels & Tires)

ES 350e ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ Aero-dynamic

ES 500e ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง Performance EV ซีรีส์ยางเน้นความเงียบ (Low Noise Tires)

เทคโนโลยีเด่น (Key Tech)

Lexus Safety System+ 4.0: ระบบความปลอดภัยเวอร์ชันล่าสุด

Responsive Hidden Switches: ปุ่มกดแบบสัมผัสที่ซ่อนเนียนไปกับแผงคอนโซล

14-inch Infotainment: หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง AI

มิติตัวถัง (Dimensions) ความยาวประมาณ 5,140 มม. (ยาวกว่ารุ่นเดิม 165 มม. สำหรับรุ่นฐานล้อยาวในจีน) ระยะฐานล้อ 2,950 มม.

ราคาจำหน่ายประมาณการในประเทศจีน (Estimated Price) สำหรับตลาดจีน Lexus ES รุ่นปี 2026 มีช่วงราคาที่น่าสนใจเพื่อสู้กับคู่แข่งในกลุ่ม Premium Sedan 

Lexus ES 350e (Electric): เริ่มต้นประมาณ 320,000 - 350,000 หยวน (ประมาณ 1.6 - 1.8 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้าไทย)

Lexus ES 500e (Electric AWD): เริ่มต้นประมาณ 380,000 - 410,000 หยวน (ประมาณ 1.9 - 2.1 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้าไทย)

Lexus ES 350h (Hybrid): เริ่มต้นประมาณ 290,000 หยวน (ประมาณ 1.48 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้าไทย)

หมายเหตุ ราคาข้างต้นเป็นราคาสำหรับตลาดจีน ซึ่งโครงสร้างภาษีแตกต่างจากประเทศไทย หากนำเข้ามาจำหน่ายในไทย ราคาอาจพุ่งไปอยู่ที่ช่วง 3.6 - 4.5 ล้านบาท ตามกลไกตลาดและสิทธิประโยชน์ทางภาษีรถไฟฟ้า.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/