ส.อ.ท.ชี้โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 เงื่อนไขต้องจูงใจและทำเพื่อ Supply Chain ในประเทศ คนไทยต้องมีงานทำ อุตสาหกรรมต้องโตจริง เสนอรวมปิกอัพ B20 ไอเสียต่ำ เข้าโครงการ เพราะใช้ชิ้นส่วนไทยกว่า 90% ช่วยดึงดูดการลงทุนและสร้างอาชีพได้ทันที

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.กล่าวถึงประเด็นโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ว่า ต้องรอดูเงื่อนไขว่าจะจูงใจผู้ซื้อรถแค่ไหน ถ้าจะให้กระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจริงๆ นั้นต้องดูว่าทำเพื่อ supply chain แค่ไหน เพื่อให้เศรษฐกิจภายในประเทศเราดีขึ้น จากการจ้างงานในประเทศ คนไทยต้องมีงานทำ สามารถซื้อสินค้ามาอุปโภคบริโภคได้มากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ ดีเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง 

"เราอยากให้รวมรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน B20 ได้ ปล่อยไอเสียในระดับต่ำ เข้าไปในโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ด้วย เช่น รถปิกอัพ ซึ่งจะช่วยดึงดูการลงทุนปี้นี้ให้เร็วขึ้น สร้างงานสร้างอาชีพ และที่สำคัญรถปิกอัพใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศกว่า 90% จะช่วยสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ในไตรมาสที่ 4/2568 มี การลงทุนผ่าน BOI 5 แสนล้านในช่วง Q4 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ GDP โตได้ดี" 

...


นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมีนาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 59,865 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ประมาณ 24.09% และเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ 7.29% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการส่งมอบรถยนต์ที่จองกว่าหนึ่งแสนคันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองกว่าร้อยละห้าสิบของยอดจอง รวมทั้งรถกระบะดัดแปลง PPV ที่มีบริษัทหนึ่งได้ออกใหม่ช่วงกลางปีที่แล้ว จึงไม่มียอดขายในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ตาม รถกระบะก็ยังขายลดลง 6.36% จากมีนาคมปีก่อนจากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราต่ำ รายได้ของผู้ซื้ออาจจะไม่สามารถชำระค่างวดได้ครบทุกงวด 

"เราจึงขอให้รัฐบาลใหม่รีบเสนอนโยบายและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2670 ต่อรัฐสภาโดยเร็วเพื่อจะได้ลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจไทยจะได้เติบโตไล่เรี่ยกับประเทศเพื่อนบ้าน"

ทั้งนี้เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศและในประเทศลงทุนมากขึ้นเป็นวัฏจักรเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงตลอดไปจนประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางเสียที ต้องกระตุ้นอุตสาหกรรมที่มีห่วงโซ่อุปทานมาก มีแรงงานจำนวนมากผลิตสินค้ามากขึ้นจากปีที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะได้เติบโตเลขสองหลัก ใช้กำลังการผลิตมากกว่า 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมด จะได้มีการลงทุนจ้างงานให้คนไทยมีงานทำมากขึ้น


สำหรับยอดขายรถกระบะมีจำนวน 13,991 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 6.36 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 141 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 161.11 รถกระบะ REEV มีจำนวน 3 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 1 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 3,718 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 9.26 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 2,253 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 53.06 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 9 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 939 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 26.98

...

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 163,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ร้อยละ 8.54 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2568 ร้อยละ 8.16

สำหรับเดือนมีนาคม 2569 ส่งออกได้ 80,394 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้วร้อยละ 0.99 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2568 ร้อยละ 0.64 ส่งออกเดือนมีนาคม 2569 ลดลงเล็กน้อยจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 15.96 จากเดือนมีนาคมปี 2568 แต่ส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย แอฟริกา ยุโรป เมริกากลางและอเมริกาใต้