โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดโรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า บ้านโพธิ์ ประกอบกระบะ HILUX รวมถึง LAND CRUISER FJ และ  FORTUNER  รถกระบะไฟฟ้า  Hilux Travo-e  อีกด้วย

นายสมคิด ประดิษฐกำจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย หรือ Toyota จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง 

พร้อมยกระดับมาตรฐานการผลิต ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น โปร่งใส และยั่งยืน ทั้งนี้ โตโยต้าพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสู่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งผลิตภัณฑ์จากโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ เช่น HILUX นั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากลของโตโยต้า

ทั้งนี้ เราภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย และมีโอกาสในการส่งเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศไทย

สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านโพธิ์ 
จ.ฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ โดยเริ่มเปิดสายการผลิตเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 มีกำลังการผลิตในระยะแรก 100,000 คันต่อปี ทำการประกอบรถกระบะ ไฮลักซ์ เพื่อตลาดภายในประเทศและการส่งออก โดยโรงงานบ้านโพธิ์ เป็นโรงงานแห่งความยั่งยืนติด 1 ใน 5 อันดับ จากโตโยต้าทั่วโลก

...


ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีกระบวนการผลิตรถยนต์ ภายใต้มาตรฐาน TOYOTA PRODUCTION SYSTEM  ประกอบด้วย 6 สายการผลิตหลัก พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างระบบอี-คัมบัง (E-KANBAN) มาใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและระบบขนส่งแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด


1. ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS) 

ระบบการผลิตที่ได้รับการยอมรับระดับโลกคุณภาพสูง ต้นทุนเหมาะสม ระยะเวลาดำเนินการสั้น ประกอบด้วย 2 เสาหลัก คือ

  • JUST IN TIME คือ การผลิตรถยนต์ตรงตามเวลาและปริมาณตามความต้องการของลูกค้าเท่านั้น 
  • JIDOKA คือ การรับประกันคุณภาพ ที่ทุกฝ่ายทั้งโตโยต้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้โดยไม่มีข้อยกเว้น 

อีกทั้งโตโยต้าตรวจกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนด้วย ระบบ POKAYOKE ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่คอยตรวจจับสิ่งผิดปกติหรือข้อผิดพลาด


2. กระบวนการผลิตรถยนต์

โรงปั๊มชิ้นส่วน ผลิตชิ้นส่วนตัวถังโดยการขึ้นรูปทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความสามารถในการผลิตสูงถึง 2,380 ชิ้นต่อชั่วโมง ทั้งนี้โรงงานปั๊มชิ้นส่วนตัวถังยังมีระบบการควบคุมคุณภาพที่ดีเยี่ยม ภายใต้แนวคิดที่คำนึงถึงคุณภาพเป็นหลักในทุกกระบวนการผลิต

โรงเชื่อมตัวถัง เชื่อมโครงสร้างตัวถังด้วยระบบหุ่นยนต์แทนกลที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการเชื่อมโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้มีความถูกต้องและแม่นยำสูงสุด อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

...

โรงพ่นสี โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรายแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการพ่นสีรถยนต์ โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลายซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถลดสารประกอบอินทรีย์ระเหยที่มีผลกระทบต่อระบบหายใจ


โรงฉีดขึ้นรูป โรงฉีดชิ้นส่วนพลาสติกมี 3 กระบวนการหลัก คือ กระบวนการฉีดชิ้นส่วนพลาสติก โดยสามารถผลิตชิ้นงานได้เร็วกว่าเครื่องฉีดปกติ กระบวนการผลิตโฟมของคอนโซลรถยนต์ และกระบวนการพ่นสีโดยใช้พนักงานที่มีทักษะสูงในการพ่นสีชิ้นส่วน

โรงประกอบรถยนต์ ชิ้นส่วนภายในตัวรถ เช่น ระบบปรับอากาศ เบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย และชิ้นส่วนภายนอกตัวรถ เช่น กันชน ไฟหน้า เครื่องยนต์ รวมไปถึงล้อรถและชิ้นส่วนระบบช่วงล่างของตัวรถ จะถูกประกอบเข้ากับตัวรถที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ โดยถูกติดตั้งที่โรงประกอบแห่งนี้ พร้อมทั้งทดสอบและตรวจคุณภาพก่อนที่จะส่งให้ลูกค้าต่อไป

...


ระบบการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้นำเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบมาใช้ในทุกขั้นตอน ตลอดทั้งกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด โดยแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ดังนี้

a. การตรวจสอบคุณภาพภายในกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพในแต่ละสถานีการทำงานจะมีระบบการควบคุม เพื่อไม่ให้ปัญหาทางด้านคุณภาพถูกส่งต่อไปยังกระบวนการถัดไป ซึ่งถือเป็นปรัชญาหลักของระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS) ดังนั้นหากมีสิ่งที่ผิดปกติ อาทิ ข้อผิดพลาดหรือการทำงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ระบบการผลิตจะหยุดในจุดที่กำหนด เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างทันท่วงที และส่งมอบชิ้นงานที่มีคุณภาพไปยังกระบวนการถัดไป

b. การตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน การตรวจสอบขั้นสุดท้ายจึงเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดและพิถีพิถัน โดยพนักงานที่มีความชำนาญจะทำการตรวจสอบครอบคลุมทุกระบบ ตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วน การตั้งค่าการทำงานของระบบต่าง ๆ รวมถึงการทดสอบการขับขี่จริงในสนามทดสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

...


3. เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม

โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงงานแห่งความยั่งยืน ติดอันดับ 1 ใน 5 จากโรงงานโตโยต้าทั้งหมด
ทั่วโลก ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเติบโต ด้วยคุณภาพการผลิตระดับโลก และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยี WATERBORNE PAINTING SYSTEM คือระบบการพ่นสีที่ใช้น้ำเป็นตัวการทำละลาย  มีคุณภาพเทียบเท่าการใช้สีผสมทินเนอร์ และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

Regenerative thermal เตาเผาอุณหภูมิสูง ที่ช่วยลดปริมาณสารระเหย ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ

การออกแบบภายในโรงงาน ให้ใช้พลังงานจากธรรมชาติด้วยหลังคาโปร่งแสง เพื่อลดการเปิดไฟ 

การนำเอาเทคโนโลยี มาช่วยลดพลังงานในกระบวนการผลิต เช่น 


- SERVO MOTOR มอเตอร์ที่ควบคุมการเคลื่อนที่ และปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเครื่องจักร 

- ระบบ KARAKURI การใช้กลไกลำเลียงชิ้นส่วนในกระบวนการผลิตอย่างง่าย โดยการใช้หลักการฟิสิกส์พื้นฐาน เช่น แรงโน้มถ่วง การหนุนส่งถ่ายกำลัง การใช้คานและรอกใน การทุ่นแรงเพื่อยกชิ้นส่วนหนัก เป็นต้น 

- เครื่องยกชิ้นส่วนรถยนต์  Regenerative Lifter  ที่มีการกักเก็บพลังงาน จากการเคลื่อนที่ มาแปลงเป็นไฟฟ้า 

- ระบบลำเลียงชิ้นส่วนรถยนต์แบบยืดหยุ่น Friction Dolly ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับการผลิต โดยใช้พลังงานตามความเหมาะสม

- การจัดการน้ำในโรงงาน มีระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในโรงงานรวมถึงการใช้ระบบ RO เพื่อผลิตน้ำสะอาดแทนการใช้น้ำประปาแบบปกติ 


- การนำพลังงานมาหมุนเวียนใหม่ๆ จาก SOLAR CELL และ ROOF TOP มาทดแทนการใช้พลังงานในโรงงาน  

นอกจากนี้โตโยต้ายังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ ชีวพนาเวศ ที่มุ่งสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดำเนิน โครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาดใหญ่ ที่สามารถผลิตพลังงานสะอาดและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าในประเทศไทย

สำหรับ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2505 ด้วยทุนจดทะเบียน 7,520 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดต่อปี (ข้อมูล ณ มีนาคม พ.ศ. 2569) ที่ประมาณ 770,000 คันต่อปี และถือเป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญระดับโลกของเครือข่ายโตโยต้า 


โดยมียอดการผลิตรวมเป็นอันดับ 2 ของโรงงานโตโยต้าทั่วโลก (นอกประเทศญี่ปุ่น) มีโรงงานประกอบรถยนต์ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจำนวน 3 แห่ง ครอบคลุมการผลิตทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถเพื่อการพาณิชย์ ภายใต้ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System: TPS) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิตระดับสูงสุด

ปัจจุบัน มีบุคลากรจำนวน 13,207 คน  (ข้อมูล ณ เมษายน พ.ศ. 2569) ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ พร้อมเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวมกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ มีนาคม พ.ศ. 2569) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการให้บริการลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศไทย


1. โรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า สำโรง หรือ Toyota Samrong Plant 

โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2507 เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ รุ่นรถที่ผลิตได้แก่ Hilux Revo, Hilux Champ ทั้งนี้มีกลุ่มงานการผลิต 3,937 คน กลุ่มงานการตลาด และกลุ่มงานการบริหาร 1,387 คน โดยมียอดส่งออกรถเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 136,639 คัน เงินลงทุนสะสมทั้งสิ้น 63 พันล้านบาท


2. โรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า เกตเวย์ หรือ Toyota Gateway Plant

ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2539 ปัจจุบันเป็นฐานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ตามยุทธศาสตร์ Multi-Pathway โดยสายการผลิตนี้มีความยืดหยุ่นสูง สลับระหว่างรถเก๋งกับรถ SUV, ระหว่าง ICE กับ Hybrid 

สำหรับรถยนต์โตโยต้าที่ผลิตในโรงงานดังกล่าวได้แก่ Yaris Ativ Yaris Hatchback, Yaris Cross, Corolla Altis, Corolla Cross และ Camry โดยมีพนักงานอยู่ในโรงงานอยู่ที่ 4,334 คน มียอดการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 113,820 และมีเงินลงทุนสะสมที่ 107 พันล้านบาท


3. โรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า บ้านโพธิ์ หรือ Toyota Ban Pho Plant

ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นโรงงานที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเครือข่ายของโตโยต้าประเทศไทย ที่สำคัญเป็นฐานการผลิต IMV และมีศูนย์การเรียนรู้ ชีวพนาเวศ ที่มีพื้นที่ชุ่มน้ำและป่านิเวศขนาด 63 ไร่

ปัจจุบันผลิตรถยนต์ Hilux Revo, Hilux Travo, Hilux Travo-e, Fortuner และ Land Cruiser FJ โดยมีพนักงานอยู่ในโรงงานอยู่ที่ 3,549 คน คน มียอดการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 126,014 และมีเงินลงทุนสะสมที่ 91 พันล้านบาท