แบรนด์ Avatr (อวิ๋นถ่า) ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นความร่วมมือระดับ "ยักษ์ชนยักษ์" ที่รวมเอาเจ้าแห่งเทคโนโลยี จาก 3 อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในประเทศจีนไว้ด้วยกัน ภายใต้โมเดลธุรกิจที่เรียกว่า CHN (Changan - Huawei - Ningde Times/CATL)  จุดกำเนิดและผู้ก่อตั้งแบรนด์หรูนี้ เดิมทีเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Changan และ NIO ในปี 2018 แต่ภายหลังมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี 2021 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Avatr Technology  ผู้ถือหุ้นหลัก (3 ขั้วอำนาจ) คือ Changan Automobile (41%): รับผิดชอบด้านการผลิต วิศวกรรมตัวถัง และประสบการณ์การทำรถยนต์กว่า 100 ปี บริษัท CATL (14%): ยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่อันดับ 1 ของโลก (ชื่อจีนคือ Ningde Times) เป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานและการชาร์จ และ Huawei  แม้ไม่ได้ถือหุ้นโดยตรง แต่เป็น Strategic Partner ที่ดูแล "หัวใจ" ทั้งหมด คือระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADS) และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ (HarmonyOS)

...


ผู้บริหารของแบรนด์ ปัจจุบันนำโดย Chen Zhuo (CEO) และ Wang Hui (Chairman) ทั้งสองคน..มีวิสัยทัศน์ที่จะทำให้รถยนต์เป็น "Emotional Intelligent Companion" หรือเพื่อนคู่ใจที่มีอารมณ์ความรู้สึก สำหรับ ทีม R&D และการพัฒนา Avatr มีทีมวิจัยและพัฒนาที่กระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อให้ได้มาตรฐานสูง ศูนย์การออกแบบ (Global Design Center) ตั้งอยู่ที่ มิวนิก ประเทศเยอรมนี นำทีมโดย Nader Faghihzadeh เพื่อให้รถมีดีไซน์สไตล์ยุโรปที่ล้ำสมัย ศูนย์วิศวกรรมและซอฟต์แวร์ ตั้งอยู่ที่ เซี่ยงไฮ้ และ ฉงชิ่ง ประเทศจีน เน้นการบูรณาการระบบ AI และแพลตฟอร์ม CHN เข้าด้วยกัน สำหรับหัวใจของรถก็คือ ทีมพัฒนาระบบขับเคลื่อน เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างวิศวกรเครื่องกลของ Changan และวิศวกรไฟฟ้าของ CATL พัฒนาแพลตฟอร์ม 800V High-voltage ที่รองรับการชาร์จระดับ 5C ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีระดับสูงสุดในปัจจุบัน


...


ความเชื่อมั่นและการทำตลาดประเทศไทย
ในความเป็นจริง ประเทศไทยถูกวางให้เป็น ยุทธศาสตร์หลัก (Global Strategic Hub) ในการขยายตัวสู่ตลาดโลก ของแบรนด์รถยนต์จากรัฐบาลจีน  ฐานการผลิต Changan ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างโรงงานในระยอง ซึ่งจะทำหน้าที่ผลิตรถพวงมาลัยขวา (RHD) รวมถึง Avatr เพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย

การยอมรับ
แบรนด์ Avatr วางตำแหน่งตัวเองเป็น Premium High-end EV ซึ่งในไทยได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการเทคโนโลยีของ Huawei และความมั่นใจในแบตเตอรี่ CATL

...

การดูแลหลังการขาย (After-sales Service) 
ในปี 2026 นี้ Avatr ในไทยได้ยกระดับมาตรฐานการบริการผ่านเครือข่ายที่เข้มแข็ง Flagship Showrooms เช่น สาขาพระราม 3 (โดย Infinite Automobile) ที่เป็นศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่กว่า 9,000 ตร.ม. รองรับทั้งงานซ่อมทั่วไป งานสี และตัวถังมาตรฐานยุโรป เครือข่ายดีลเลอร์  มีการจับมือกับพันธมิตรอย่าง asap (Evante) และกลุ่มดีลเลอร์อื่นๆ เพื่อขยายโชว์รูมให้ครอบคลุมกว่า 60 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2026

มาตรฐานการบริการ

First-time-right repairs: เน้นการซ่อมให้จบในครั้งเดียวด้วยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจากโรงงานโดยตรง

Mobile Service & Roadside Assistance: มีหน่วยบริการเคลื่อนที่คอยดูแล 24 ชั่วโมง

Parts Security การที่มีโรงงานตั้งอยู่ในไทย ทำให้มั่นใจได้เรื่องการสำรองอะไหล่ที่ไม่ต้องรอนานเหมือนรถนำเข้าในอดีต

...

ด้วยการผนึกกำลังของ Changan (ผลิต) + Huawei (ฉลาด) + CATL (อึด) ทำให้ Avatr 06T ไม่ได้เป็นแค่รถที่สวยงาม แต่เป็นรถที่มีรากฐานทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาดปัจจุบัน การรวมตัวของ 3 แบรนด์ดังทำให้ Avatr 11 มีจุดขายที่ไม่เหมือนใคร แต่ก็ต้องลงมาสู้ในตลาด SUV ไฟฟ้าที่กำลังดุเดือดสุดๆ ในจีน เพราะช่วงไม่กี่เดือนมานี้มีแบรนด์เจ้าถิ่นเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพียบ ทั้ง ES7 จาก NIO, L9 จาก Li Auto, M7 จาก AITO และ G9 จาก XPeng



ค่ายรถจีนอย่าง Avatr ขึ้นไปเทียบชั้นกับรถหรูระดับโลกแบบตรงๆ ไม่ว่าจะเป็น BMW X3, Mercedes-Benz GLS หรือแม้แต่ Rolls-Royce Cullinan อย่างตอนเปิดตัวรุ่น Li L9 ซีอีโอของก็บอกเลยว่า "เราไม่กลัว Rolls-Royce เลยสักนิด" หรือซีอีโอของ XPeng ก็เอาตัว G9 ไปเทียบกับ Porsche Cayenne จริงๆ แล้ว ด้วยราคาประมาณ 2 ล้านบาท Avatr 11 กำลังท้าชนกับรถเยอรมันที่มีประวัติศาสตร์นับร้อยปีอย่าง BMW iX3 และ Mercedes-Benz EQC ที่ขายราคาพอกัน




เหตุผลที่แบรนด์จีนมั่นใจขนาดนี้ก็เพราะ ตลาดรถ EV โตเร็วมาก และเทคโนโลยีนี้ยังใหม่สำหรับทุกคน ทำให้ทุกคนเริ่มสตาร์ทจากจุดที่เท่ากัน และความมั่นใจนี้ไม่ใช่เรื่องโม้  เพราะระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะของรถจีนรุ่นใหม่ๆ ถูกมองว่าล้ำหน้ากว่าระบบในรถต่างชาติอย่าง Audi e-tron ไปแล้วด้วยซ้ำ

Avatr ไม่ได้เน้นแค่ความเก่าแก่ของแบรนด์ แต่เน้นที่เทคโนโลยีการขับขี่สุดล้ำ (เช่นที่ Huawei ทำให้) และประสิทธิภาพของตัวรถกับแบตเตอรี่ (เช่นที่ CATL ทำ) ซึ่งตอนนี้แบรนด์จีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว และอาจจะทำได้ดีกว่ามาตรฐานความหรูหราเดิมๆ ที่แบรนด์ต่างชาติเคยครองตลาดมาตลอด.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/