นิสสัน มอเตอร์ ปรับทัพครั้งใหญ่ หั่นจำนวนรุ่นรถเหลือ 45 รุ่น ดัน Nissan X-Trail, Nissan Skyline และ Nissan JUKE EV ลุยตลาด พร้อมยกระดับประสบการณ์ขับขี่ด้วย AI
เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 69 มิสเตอร์อีวาน เอสปิโนซา ประธานและซีอีโอ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด หรือ Nissan กล่าวว่า นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวของนิสสัน ขณะที่เรามองข้ามแผนฟื้นฟู Re:Nissan ไปสู่การสร้างเส้นทางที่ชัดเจนในอนาคต
โดยมีประสบการณ์ของลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรา การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนจะช่วยให้เราส่งมอบรถยนต์ที่ปลอดภัยกว่า ใช้งานง่ายกว่า และเข้าถึงได้ดีขึ้น พร้อมมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม สำหรับทิศทางและกลยุทธ์หลักในอนาคตประกอบด้วย
1. เทคโนโลยีแห่งอนาคต (AI และยานยนต์ไฟฟ้า)
- เทคโนโลยี AI คือหัวใจหลัก โดยจะรวม Nissan AI Drive และ Nissan AI Partner เข้าด้วยกันเพื่อยกระดับการเดินทางและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
- นิสสันเล็งติดตั้งเทคโนโลยี Nissan AI Drive ในรถยนต์ถึง 90% ในระยะยาว
- รถยนต์ Nissan Elgrand รุ่นใหม่ (กำหนดเปิดตัวช่วงฤดูร้อนปี 2026) จะมาพร้อมระบบ ProPILOT เจเนอเรชันถัดไปที่สามารถขับขี่อัตโนมัติได้อย่างสมบูรณ์ (End-to-End Autonomous) ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027
- นอกเหนือจากระบบไฮบริด e-POWER นิสสันจะเพิ่มระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและไฮบริดทางเลือกอื่นๆ รวมถึงปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในตลาดยานยนต์ระดับโลก
...
2. การปรับกระชับกลุ่มผลิตภัณฑ์
นิสสันจะลดจำนวนรุ่นรถยนต์ทั่วโลกจาก 56 รุ่นเหลือ 45 รุ่น ยกเลิกรุ่นที่ยอดขายน้อยเพื่อนำเงินทุนไปเน้นในส่วนที่กำลังเติบโต โดยแบ่งกลุ่มรถเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่
- Heartbeat (รุ่นแห่งเอกลักษณ์): รถยนต์รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ คุณค่าทางอารมณ์ และนวัตกรรมของนิสสัน
- Core (รุ่นหลัก): รถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ช่วยรักษาระดับธุรกิจระดับโลกให้มีความเสถียรภาพและสามารถผลิตได้ในจำนวนมาก
- Growth (รุ่นเพื่อการเติบโต): รถยนต์รุ่นต่างๆ ที่พุ่งเป้าไปที่การขยายตลาดในพื้นที่ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น
- Partner (รุ่นพันธมิตร): รถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ช่วยขยายการครอบคลุมตลาดผ่านการทำงานร่วมกันอย่างมีระเบียบแบบแผน
โมเดลรถยนต์เรือธงของนิสสันที่ประกาศในครั้งนี้
- Nissan New X-Trail / Rogue Hybrid e-POWER: รถยนต์รุ่นหลัก (Core) ระดับโลกที่ให้สมรรถนะแบบไฮบริดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
- Nissan Juke EV: รถยนต์รุ่นหลัก (Core) สำหรับตลาดยุโรปที่มาในรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% เต็มรูปแบบ
- Nissan Xterra: รุ่นแห่งเอกลักษณ์ (Heartbeat model) สำหรับตลาดสหรัฐฯ เป็นรถยนต์สายลุยแบบ Body-on-Frame
- Nissan Skyline: รุ่นแห่งเอกลักษณ์ (Heartbeat model) สำหรับตลาดญี่ปุ่น ที่เน้นสมรรถนะและความแม่นยำในการขับขี่
- นอกจากนี้ แบรนด์หรูอย่าง INFINITI จะได้รับการฟื้นฟู โดยเริ่มจากการเตรียมเปิดตัว QX65 SUV รุ่นใหม่ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
3. การปรับแนวทางการตลาดระดับโลกใหม่
นิสสันปรับกลยุทธ์โดยเน้นบทบาทที่ชัดเจนใน 3 ตลาดหลัก
ญี่ปุ่น: เป็นตลาดบ้านเกิดและสนามทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้ายอดขาย 550,000 คันต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2030
...
สหรัฐอเมริกา: ตั้งเป้ากลับไปทำยอดขาย 1 ล้านคันต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2030 กลยุทธ์จะเน้นความเป็นผู้นำในรถยนต์ขนาดใหญ่ รวมถึงการนำรถตระกูล Xterra กลับมาทำตลาดพร้อมเครื่องยนต์ V6 และ V6-hybrid
จีน: จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านความรวดเร็วในการพัฒนา ความคุ้มค่าด้านต้นทุน และฐานการส่งออก โดยตั้งเป้ายอดขายในประเทศ 1 ล้านคัน ภายในปีงบประมาณ 2030 พร้อมผลักดันการส่งออกโมเดลไฟฟ้าอย่าง N7 และ Frontier Pro ไปยังภูมิภาคละตินอเมริกา อาเซียน และตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานและความแข็งแกร่งของแบรนด์นิสสันในเม็กซิโกและตะวันออกกลาง ยังคงสร้างมูลค่าที่สูงอย่างต่อเนื่องภายในกลุ่มธุรกิจ (Portfolio) ระดับโลกของบริษัท โดยเม็กซิโกถือเป็นฐานอุตสาหกรรมหลักและเสาหลักด้านการทำกำไร ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการขยายระดับของธุรกิจและรายได้ทั่วทั้งทวีปอเมริกาและภูมิภาคอื่นๆ ผ่านฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและส่วนแบ่งการตลาดระดับโลกที่สูงที่สุดของนิสสัน
ขณะที่ตะวันออกกลางยังคงเป็นตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในด้านการเติบโตและการทำกำไร โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกจากกลุ่มตลาดหลัก และสัดส่วนยอดขายที่เอนเอียงไปทางกลุ่มรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่และกลุ่มพรีเมียม ซึ่งเป็นจุดแข็งของนิสสันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคนี้ได้อย่างลงตัว
...
นอกเหนือจากตลาดหลักแล้ว ตลาดอื่นๆ ซึ่งรวมถึง ยุโรป อินเดีย และแอฟริกา จะมีบทบาทสำคัญในการขยายการเข้าถึงของนิสสันและสนับสนุนการเติบโตในภาพรวม เมื่อรวมกันแล้ว ตลาดทั้งหมดนี้จะประกอบกันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหนียวแน่นและสอดคล้องกับแนวทางการจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของนิสสัน
"ในขณะที่เรายังคงเดินหน้าบนเส้นทางแห่งการฟื้นฟู สิ่งสำคัญคือนิสสันต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า การคว้าโอกาสที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI การขยายขอบเขตยานยนต์ไฟฟ้า และการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่รถยนต์ของเรา เพื่อสร้างการเติบโตของตลาดอย่างยั่งยืน"