ส.อ.ท.หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางกระทบชิ้นส่วนรถยนต์และส่งออกรถยนต์เต็มแรง เกิดภาวะเงินเฟ้อซ้ำเติมกำลังซื้อในไทย ด้าน โตโยต้า เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เหตุการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลกับอิหร่าน ที่เรายังไม่ทราบว่าจะนานแค่ไหน สร้างความกังวลในเรื่องการส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
โดยส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อที่อ่อนแออยู่แล้วทรุดลงไปอีก ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตราวๆ 1.2% ซึ่งอาจกระทบยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศด้วย
สำหรับยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนก.พ. 2569 ส่งออกได้ 81,195 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 39.02% แต่ลดลงจากเดือนก.พ. 68 ที่ 0.05% ลดลงเล็กน้อยเพียง 41 คัน ขณะที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 53,363.33 ล้านบาท ลดลงจากก.พ. 68 ที่ 6.17%
...
อย่างไรก็ตามช่วง 2 เดือนนี้ส่งออกไปตะวันออกกลางยังเติบโตดีอยู่ โดยมองว่าผลกระทบจากสงครามน่าจะส่งผลต่อการส่งออกทั้งหมดในภาพรวม ในเดือนเม.ย. มีรถบางรุ่นส่งไปไม่ได้ เรือบางลำไปถึงฮอร์มุซแล้วเรือไม่กล้าผ่านต้องวกกลับมา ทั้งนี้ ประเมินว่าถ้าสงครามยืดเยื้อ 2 แสนคันคงส่งไม่ถึง อยู่ระหว่างจับตาว่าจะทำให้เกิดเงินเฟ้อประเทศคู่ค้า ทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบหรือไม่ ซึ่งจะทำให้อำนาจซื้อของผู้ค้าได้รับผลกระทบ อาจทำให้ส่งออกลดน้อยลง
นอกจากนี้ ยอดขายในประเทศอาจได้รับผลกระทบ ถ้าสงครามและราคาน้ำมันมีราคาสูงนานก็เกิดภาวะเงินเฟ้อ อำนาจซื้อลดลง ยอดขายชะลอลง ก็จะทำให้สินค้าทุกอย่างราคาแพงขึ้น ยอดขายในประเทศไทยก็อาจไม่ถึงเป้าได้เช่นกัน เรายังมีความกังวลเรื่องขาดแคลนฮีเลียม เนื่องจากผลิตในประเทศกาตาร์ค่อนข้างเยอะ ซึ่งฮีเลียมนั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ทั้งนี้ ตะวันออกกลางเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของการส่งออกรถยนต์ รถยนต์เป็นสินค้าที่มีมูลค่าส่งออก มากเป็นอันดับ 1 ในเกือบทุกประเทศในตะวันออกกลาง ดังนั้น จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการสู้รบจะยุติลงเมื่อไร เพราะปี 68 ไทยส่งรถยนต์ไปตะวันออกกลาง 200,001 คัน เพิ่มขึ้น 0.61% จากปี 67 เท่ากับ 21.17% ของยอดส่งออกทั้งหมด 935,750 คัน มูลค่ามากกว่า 120,000 ล้านบาท
ส่วนยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวน 48,242 คัน ลดลง 34.75% จากเดือนมกราคม 2569 และลดลง 2.17% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพราะรถยนต์ไฟฟ้าขายลดลง 18.56% จากเดือนเดียวกันปี 2568 เพราะสิ้นสุดโครงการ EV 3.0 และรถกระบะกับรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในขายลดลง จากความเข้มงวดของสถาบันการเงินเพราะเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้ออ่อนแอ
โตโยต้าเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด หรือ Toyota กล่าวว่า แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2569 นี้ คาดว่าจะ เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัว ตามภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์ เนื่องจากความกังวลด้านต้นทุนพลังงาน แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกจากงาน Motor Show 2026 ที่คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในเดือน มีนาคม-เมษายน
สำหรับขายสะสม 2 เดือนแรกของปี โตโยต้า มียอดขายอยู่ที่ 40,238 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 32.92% เติบโต 11.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Eco segment ได้แก่ Yaris และ Yaris ATIV ยอดขายอยู่ที่ 12,715 คัน และ Pure Pick Up ได้แก่ Hilux Travo, Revo และ Champ อยู่ที่ 12,019 คัน
ทั้งนี้ตลาดรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชะลอตัว โดยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,242 คัน ลดลง 2.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 28,635 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา 6.84%
ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 12,998 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว 1.41% รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีปริมาณการขาย 94 คัน เพิ่มขึ้น 168.57% จากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และรถ PPV มีปริมาณการขาย 4,277 คัน เพิ่มขึ้น 43.76% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา
สำหรับยอดขายรถยนต์สะสมสองเดือนแรก มียอดขาย 122,218 คัน เพิ่มขึ้น 25.49% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
...
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 84,635 คันเพิ่มขึ้น 38.11% จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะ ยอดขาย 24,502 คัน ลดลง 3.69% จากปีที่ผ่านมา
- รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 173 คัน เพิ่มขึ้น 343.69% จากปีที่ผ่านมา
- รถ PPV ยอดขาย 8,409 คัน เพิ่มขึ้น 37.13% จากปีที่ผ่านมา