หากพิจารณาถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จีนในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน (ปี 2026) BYD (บีวายดี) ยังคงครองตำแหน่งแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งในแง่ของยอดขาย ส่วนแบ่งการตลาด และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างไรก็ตาม ตลาดนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก โดยมีแบรนด์อื่นๆ ที่โดดเด่นในมิติต่างกันไป
...
อันดับที่ 1. ต้องยกให้ BYD ผู้นำที่ไร้ข้อกังขา (The Dominant Leader) BYD คือแบรนด์รถยนต์จีนยอดขายเบอร์ 1 ในไทย ด้วยเหตุผลหลายประการ จากยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด ในปี 2025 BYD มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในกลุ่มรถ BEV โดยเฉพาะรุ่น BYD Dolphin และ Atto 3 ที่ติดอันดับ Top 5 ของประเทศอย่างต่อเนื่องนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem): มีโรงงานผลิตในไทย (จังหวัดระยอง) ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2024 ทำให้ได้เปรียบเรื่องภาษีและต้นทุนอะไหล่ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery กลายเป็นชื่อที่ผู้บริโภคไทยเชื่อมั่นในความปลอดภัยและความทนทาน ส่วนเครือข่าย มีศูนย์บริการครอบคลุมมากที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์จีนด้วยกัน และขยายตัวอย่างรวดเร็วผ่านตัวแทนจำหน่ายหลักอย่าง Rever Automotive
...
...
2. MG ผู้บุกเบิกและขวัญใจมวลชน (The Market Pioneer) MG แข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ที่คนไทย "คุ้นเคย" มากที่สุด ความหลากหลายของแบรนด์ มีรถตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดอย่าง MG EP/ES ไปจนถึงรถสปอร์ตเปิดหลังคาอย่าง MG Cyberster และรถตู้ไฟฟ้าหรู เครือข่ายศูนย์บริการ มีจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในไทย (รวมทั้งรถน้ำมันและไฟฟ้า) การเข้ามาก่อนใคร และทำตลาดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริการหลังการขาย สร้างความอุ่นใจเรื่องการซ่อมบำรุง สำหรับความคุ้มค่า รถยอดนิยมอย่าง MG4 Electric ได้รับคำชมเรื่องช่วงล่างและการขับขี่ที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
...
3. GWM (Great Wall Motor): เจ้าแห่งนวัตกรรมและ Lifestyle
GWM เน้นการสร้างแบรนด์ที่ทันสมัยและเจาะกลุ่มตลาดบนขึ้นมาเล็กน้อย รุ่นเรือธง ORA Good Cat ยังคงเป็นไอคอนของรถ EV ดีไซน์โดดเด่น ส่วนแบรนด์ TANK (Hybrid/PHEV) ก็ครองใจสายลุย User Experience เน้นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันและการบริการแบบ Super App ที่เชื่อมต่อกับผู้ใช้งานได้ดี ส่วนการขยายตัว ในปี 2026 GWM ซึ่งถือเป็นปีที่ 5 ในการประกอบธุรกิจรถยนต์ของเกรทวอลล์มอเตอร์ เริ่มรุกตลาด MPV ไฟฟ้าหรูด้วยแบรนด์ WEY ซึ่งได้รับรางวัลการันตีในระดับสากล
4. Changan และ GAC Aion ผู้ท้าชิงที่เติบโตเร็วที่สุด
Changan มาแรงด้วยแบรนด์ Deepal (S07, L07) และล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ NEVO ในปี 2026 โดยตั้งเป้าเป็น Top 3 แบรนด์จีนในไทย พร้อมฐานการผลิตใหญ่ในระยอง
GAC Aion แข็งแกร่งมากในกลุ่มรถใช้งาน (Taxi และ Fleet) ด้วยรุ่น Aion ES และรถครอบครัวอย่าง Aion Y Plus ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเกินราคา
เปรียบเทียบความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีน (ปี 2025-2026)
ยอดขายสะสม BYD ครองส่วนแบ่งตลาด BEV เกือบ 40%
ความเชื่อมั่นด้านบริการ MG ศูนย์บริการเยอะและอยู่มานานที่สุด
ทคโนโลยีแบตเตอรี่ BYD Blade Battery ได้รับการยอมรับสูงสุด
ดีไซน์และไลฟ์สไตล์ GWM ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และมี Community ที่แข็งแรง
พื้นที่และการใช้งาน GAC Aion เน้นความกว้างขวางและคุ้มค่าต่อตารางนิ้ว
เทคโนโลยีขับขี่อัจฉริย ะChangan / XPENG ระบบ ADAS และ AI ในรถรุ่นใหม่ๆ มีความล้ำสมัย
สรุป
หากถามว่าแบรนด์ไหนแข็งแกร่งสุด ในภาพรวม แบรนด์ BYD คือคำตอบ แต่การให้ความสำคัญกับ "เครือข่ายบริการที่คุ้นเคย MG จะเป็นคู่แข่งที่สูสีที่สุด ส่วนใครที่ชอบ ความล้ำสมัยและดีไซน์ GWM และ Changan คือตัวเลือกที่กำลังมาแรง รวมถึงงานหลังบ้านที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับแบรนด์ Chery (เชอรี) ในปี 2026 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่แบรนด์กำลัง "พิสูจน์ตัวเอง" ครั้งใหญ่ในตลาดไทย หลังจากกลับมาบุกตลาดอย่างเป็นทางการภายใต้การบริหารของบริษัทแม่เอง พร้อมการเปิดตัวแบรนด์ลูกอย่าง Omoda และ Jaecoo
หากถามถึงเรื่อง "ความเชื่อมั่น" สามารถสรุปแยกเป็นรายประเด็นได้ดังนี้ครับ:
1. สถานะของแบรนด์ในใจคนไทย
Chery เคยมีภาพจำในอดีต (เมื่อหลายสิบปีก่อน) ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักในเรื่องความทนทานและการบริการ แต่ในรอบนี้ Chery ทำการบ้านมาหนักมาก
การยอมรับใหม่ ในปี 2025-2026 Chery ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับรุ่น Chery V23 (EV ทรงกล่อง) ที่คว้ารางวัล Car of the Year 2026 ในไทย ซึ่งช่วยลบภาพจำเก่าๆ และสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดีมาก
ยอดขายที่เติบโต: ในปี 2025 Chery สามารถก้าวขึ้นมาติด Top 5 ของแบรนด์ EV ในไทยได้ในบางเดือน แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มเปิดใจยอมรับมากขึ้น
2. ความเชื่อมั่นด้านการผลิตและการลงทุน
จุดที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้ดีที่สุดคือ "การมีโรงงานในไทย":
โรงงานที่ระยอง: Chery มีแผนเดินเครื่องโรงงานผลิตในจังหวัดระยอง (คาดว่าเริ่มผลิตจริงจังในปี 2026) เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตทั้งในประเทศและส่งออก ซึ่งเป็นสัญญาณว่า Chery มาเพื่ออยู่ยาว ไม่ได้มาแค่ขายแล้วไป แต่การยกเลิกพิธีเปิดโรงงาน Omoda & Jaecoo ก่อนหน้าที่งานจะเริ่มไม่ถึง 12 ชั่วโมง ทำให้ความเชื่อมั่นหดหายไปพอสมควร
ความร่วมมือระดับชาติ: มีโปรเจกต์ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในไทยเพื่อผลักดันให้ไทยเป็น Hub ของ EV ซึ่งเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือในเชิงธุรกิจ
3. การบริการหลังการขายและอะไหล่ (จุดที่คนกังวลที่สุด)
Chery พยายามแก้ Pain Point เรื่องนี้ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก การขยายศูนย์บริการ: ปัจจุบันมีดีลเลอร์และศูนย์บริการครอบคลุมกว่า 30-40 แห่งทั่วประเทศ และมีเป้าหมายขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนการรับประกัน (Warranty) มีการชูจุดเด่นเรื่องการรับประกันที่ยาวนาน (ในบางรุ่น/บางแคมเปญ ให้สูงถึง 7-8 ปี หรือระยะทางที่สูงมาก) เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ผู้ซื้อรายใหม่ สำหรับคลังอะไหล่ มีการจัดตั้งคลังอะไหล่ส่วนกลางในไทย เพื่อลดระยะเวลาการรอซ่อม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของแบรนด์น้องใหม่
4. เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ ความหลากหลายของรุ่นรถ Chery ไม่ได้มีแค่ EV (Omoda E5, V23 J5 EV J6T) แต่ยังมีรถกลุ่ม Hybrid และ Plug-in Hybrid (ตระกูล Tiggo) ซึ่งตอบโจทย์คนที่ยังไม่พร้อมใช้ไฟฟ้า 100%
คุณภาพการประกอบ: รีวิวจากผู้ใช้จริงส่วนใหญ่ให้การยอมรับว่า วัสดุภายในและการประกอบของรุ่นใหม่ๆ ทำได้ดีกว่ามาตรฐานรถจีนทั่วไปในระดับราคาเดียวกัน
ข้อควรพิจารณา .....แม้จะดูดีขึ้นมาก แต่ความเชื่อมั่นยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ในระยะยาวต่อไป
ความเสถียรของซอฟต์แวร์เหมือนกับรถจีนแบรนด์อื่นๆ ที่บางครั้งอาจมีบั๊กในระบบ Infotainment หรือเซนเซอร์ช่วยขับขี่ที่ไวเกินไป ส่วนราคาขายต่อ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่เพิ่งกลับมา ราคาขายต่อในตลาดมือสองยังเป็นเครื่องหมายคำถาม เมื่อเทียบกับแบรนด์เจ้าตลาดอย่าง BYD หรือ MG แน่นอนว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้น การขายเป็นรถมือสอง ราคาจะลดลงอย่างมาก มากกว่ารถยนต์สันดาปมือสอง (รุ่นปีเท่ากัน) 20 -30% หรือมากกว่านั้น
การเลื่อนกำหนดการเปิดโรงงานออกไปโดยไม่มีกำหนด ในช่วงต้นปี 2026 มีข่าวการเลื่อนพิธีเปิดโรงงานออกไป ซึ่งเป็นปัญหาภายในของบริษัท Omoda & Jaecoo อาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มที่กำลังตัดสินใจเกิดความลังเลไม่มั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/