TOYOTA HILUX กระบะฝีมือคนไทยถูกส่งออกไป 133 ประเทศทั่วโลก ยอดขายสะสมกว่า 4.6 ล้านคันก่ อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนไทย ผ่านการจ้างงานกว่า 275,000 คน
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด หรือ TOYOTA กล่าวว่า รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ หรือ Hilux Travo 2025 นั้นผลิตในประเทศไทย และมีวิศวกรชาวไทยร่วมพัฒนาโปรดักส์
ปัจจุบัน TOYOTA HILUX ที่ผลิตในไทยได้ถูกส่งออกไปยัง 133 ประเทศทั่วโลก มียอดส่งออกสะสมกว่า 4.6 ล้านคัน มีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ หรือ Local Content ด้วยสัดส่วนสูงสุดถึง 95% ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับคนไทย ผ่านการจ้างงานกว่า 275,000 คน ทั้งพนักงานในเครือ พนักงานของผู้แทนจำหน่ายฯ 153 แห่ง และผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 290 แห่งทั่วประเทศ
"รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย คิดเป็นกว่า 30% ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมด และมีส่วนช่วยสร้าง GDP ให้ประเทศไทยมากถึง 3% ต่อปี หรือมูลค่า 3.1 ล้านล้านสะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจอันมหาศาลตลอดห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นอีกด้วย"
...
สำหรับการวางกลยุทธ์รถกะบะ Hilux เราแบ่งไว้ดังนี้
- TOYOTA HILUX REVO : เน้นการใช้งานเชิงธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์ และผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ
- TOYOTA HILUX TRAVO : เน้นฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้ง Off road และ Urban Lifestyle
- TOYOTA HILUX TRAVO-e : เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพระดับพรีเมียม และองค์กรที่มีวิสัยทัศน์
- TOYOTA HILUX CHAMP : เน้นไปที่ตลาด Conversion ตอบโจทธ์ธุรกิจ และผู้ใช้ส่วนตัวที่รักการตกแต่งรถ
นายศุภกร กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมาย TOYOTA HILUX TRAVO ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 68 เราตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 5,000 คัน หากรวมกับ TOYOTA HILUX REVO และะ TOYOTA HILUX CHAMP นั้น จะมีไม่น้อยกว่า 10,000 คัน
ส่วนปี 2569 โตโยต้าคาดว่าจะมียอดขายจาก TOYOTA HILUX TRAVO ไม่น้อยกว่า 80,000 คัน และในจำนวนนี้จะเป็นกระบะไฟฟ้า TOYOTA HILUX TRAVO-e อยู่ที่ 500 คันต่อปี
ทั้งนี้โตโยต้าได้ทำโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถกระบะTOYOTA HILUX TRAVO ได้ง่ายขึ้น ประกอบกับโครงการกระบะพี่ มีคลังค้ำของบสย. สำหรับ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะเพื่อประกอบอาชีพ ซึ่งล่าสุด โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) ได้เข้าร่วมโครงการ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น และช่วยเหลือให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นตามมาตรการดังกล่าว
ประกันรถไฟฟ้า TOYOTA HILUX TRAVO-e ถูกสุดในตลาด
นายศุภกร กล่าวอีกว่า สำหรับรถกระบะไฟฟ้า TRAVO-e ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมียม และองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โตโยต้าได้เตรียมแผนการดูแลลูกค้าทุกมิติ ทั้งประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมแพ็กเกจการดูแลรักษารถ BEV แบบครบวงจร และการช่วยลดต้นทุนผ่านโปรแกรมการเช่าใช้ Kinto โดยเราได้จัดราคาพิเศษสำหรับลูกค้าประเภทองค์กรอีกด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของประกันภัย โตโยต้าได้ร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ 7แห่ง จัดทำประกันภัยชั้น 1 Toyota CARE PHYD เพื่อมอบความคุ้มครองที่คุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า และด้วยคุณภาพมาตรฐานจากโตโยต้า ทำให้บริษัทประกันภัยมั่นใจใน TRAVO-e ด้วยเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดในตลาดรถยนต์ BEV สำหรับการต่ออายุประกันภัย ยังได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% และสามารถต่ออายุความคุ้มครองต่อเนื่องถึง 8 ปี นี่คืออีกหนึ่งความตั้งใจของเรา ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าสำหรับลูกค้า
...
ชมรัฐบาลชุดนี้ทำงานเร็ว หวังเห็นมาตรการช่วยประชาชนและอุตสาหกรรมยานยนต์
นายศุภกร กล่าวอีกว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้หารือกับรัฐบาลชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลทำงานค่อนข้างเร็ว หลายโครงการที่พูดคุยกันก็ได้รับการประสานอยู่ต่อเนื่อง โดยข้อเสนอหลักเราต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของ PM 2.5 โดยให้นำไปทำลายและซื้อรถใหม่ที่ผลิตในประเทศ จะช่วยสิ่งแวดล้อม สนับสนุนผู้มีรายได้น้อย และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งเราก็ยืนยันว่า โตโยต้าจะปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ซึ่งยังคงยึดมั่นหลักการที่จะไม่ทิ้งลูกค้ากลุ่มใดไว้ข้างหลัง
รถโตโยต้าผลิตที่ไทยมีผู้คนใช้งานกว่า 14 ล้านคัน
มร.ไซม่อน ฮัมฟรีส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านแบรนด์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า โตโยต้ามีความผูกพันอันยาวนานกับประเทศไทยมากกว่า 60 ปี ซึ่งความผูกพันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนทางธุรกิจ แต่คือหุ้นส่วน ที่กลายเป็นมิตรภาพ ซึ่งโตโยต้ากล่าวถึงแนวคิด Best in Town อยู่เสมอ และประเทศไทยคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของปรัชญานี้ ในฐานะประเทศแรกในทวีปเอเชียที่โตโยต้าผลิตรถยนต์ นอกประเทศญี่ปุ่น
...
โดยเมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพที่เราเริ่มปลูกไว้เมื่อปี 2506 ได้รับการฟูมฟักโดยคนไทย นับตั้งแต่การสนับสนุนจากรัฐบาลไทย พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าของเรา ทำให้ประเทศไทยในปัจจุบัน กลายเป็นศูนย์กลางด้านการผลิต ด้านนวัตกรรม และเหนือสิ่งอื่นใดคือการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ได้นำไปสู่ความสำเร็จระดับโลก ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่า เกิดจากรากฐานความแข็งแกร่งจากประเทศไทย ซึ่งผู้คนใน 133 ประเทศทั่วโลกได้รับประโยชน์จากผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้ จากการที่รถยนต์โตโยต้ากว่า 14 ล้านคันได้ถูกผลิตขึ้นที่ประเทศไทย
มร.ไซม่อน กล่าวอีกว่า มร.อากิโอะ โตโยดะ ที่เชื่อว่ารถยนต์และการผลิตรถยนต์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสังคมและความเจริญทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังเป็นเสมือน บ้านหลังที่สอง ทั้งในระดับอาชีพและระดับส่วนตัว
จากสายสัมพันธ์ดังกล่าวได้เติบโตเป็นมิตรภาพที่งดงาม ดังนั้น มร. โตโยดะ มักกล่าวเสมอถึงความตั้งใจในการ ตอบแทนประเทศไทย ตลอดระยะที่ผ่านมา และความสัมพันธ์กับประเทศไทยได้เติบโต เกินกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ไปสู่การแลกเปลี่ยนทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
...