มันคือยักษ์ใหญ่คันล่าสุดของแบรนด์หรู Lexus นี่คือโมเดล LX เอสยูวี 7 ที่นั่งราคาแพงแสบไส้ ประมาณว่าการควักเงินซื้อ LX ในไทย เท่ากับว่าคุณจะได้ Cayenne ประกอบมาเลเซียถึงสองคันแล้วยังเหลือเงินไปออก Series-3 ได้อีกคัน! และเมื่อ Lexus พูดว่า "ใหม่" เราก็ควรจะหมายความตามนั้นจริงๆ ใช่ครับ LX 2026 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด (อย่างยิ่งใหญ่ในแบบที่เรียกได้ว่าสดใหม่หอมกรุ่น) จะเปิดตัวในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2026 ภายในบูธขนาดยักษ์ของ TOYOTA/Lexus พวกชอบรถเอสยูวี 6-7 ที่นั่งระดับสูง คงเห็นรูปภาพในโซเชียลกันไปหมดแล้ว ดีไซน์ทรงกล่องแบบใหม่นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากรูปลักษณ์โค้งมนและดูล้าสมัยของ LX รุ่นก่อน รุ่งอรุณของรถเอสยูวีหรูระดับบนสุด ทุกสิ่งดูเฉียบคมและแข็งแกร่ง แต่ยังคงความเป็น Luxury Car ในระดับที่เหมาะสมกับแบรนด์หรูของญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น เท่าที่รู้มา LX เสริมความแข็งแกร่งภายนอกด้วยความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดได้จริง แต่คงไม่มีเศรษฐีคนไหนเอาไปลุยแหลก นอกจากพวกเงินถุงเงินถังแถวดูไบที่ชอบเอาไปขับในทะเลทราย ทรงกล่องดียังไง? ในกรณีนี้ ถ้ามันเป็นรถอเนกประสงค์ที่เน้นการใช้งานโดยเฉพาะพื้นที่โดยสารและขนสัมภาระ คุณจะได้พื้นที่มากสุดหากฐานล้อยาวเกิน 3,000 มิลลิเมตร เมื่อมองจากอายุการใช้งานที่ยาวนานของ Lexus รถเอสยูวีคันโต เมื่อเวลาผ่านไปมักจะตกยุคอย่างรวดเร็ว เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและศักยภาพของรถเอสยูวีราคาประมาณ 17 ล้านบาทไทย สไตล์ของ LX ค่อนข้างจะคล้ายกับ Land Cruiser แต่ใหญ่กว่า หรูกว่าและแพงกว่าประมาณ 3 เท่าของราคารถ Land Cruiser โฉมปัจจุบัน เจอตัวเป็นๆพร้อมเปิดรับจองในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2026 วันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2568 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3, อิมแพ็ค เมืองทองธานี ครับ....
...
Lexus LX ใช้แพลตฟอร์มเดียวกันกับ Toyota Sequoia ในความเป็นจริง มันคือเอสยูวีรุ่นเรือธงขนาดใหญ่สุดและแพงที่สุดของ Lexus และจะยังคงมีราคาที่สูงกว่าเสมอ สำหรับปี 2026 ราคาดังกล่าวกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน LX มีราคาเริ่มต้นในอเมริกาที่ 107,950 ดอลลาร์สหรัฐ (3,496,500 บาท) ล่าสุดราคาเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 142,450 ดอลลาร์สหรัฐ (4,615,380 บาท) สำหรับรุ่น Ultra Luxury
...
...
...
LX700h F Sport Handling รุ่นย่อย เพิ่มออปชันเสริม F Sport Appearance Package มาพร้อมกับการตกแต่งสีที่เข้ากันทั่วทั้งคัน ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ สปอยเลอร์สีดำ แผงบันไดข้างสีเข้ากัน และสีภายนอกใหม่ Ultra White ส่วนรุ่น F Sport Handling ยังคงใช้ล้อขนาด 22 นิ้ว กระจังหน้า F mesh โช้คอัพถุงลมสมรรถนะสูงปรับระดับอัตโนมัติ เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป Torsen และภายในสีแดง Circuit Red สุดพิเศษ ราคาเริ่มต้นที่ 114,950 ดอลลาร์สหรัฐ (3,725,000 บาท) สำหรับ LX600 F Sport Handling และ 118,950 ดอลลาร์สหรัฐ (3,855,000 บาท ส่วนรุ่นไฮบริด LX700h ที่มีเรี่ยวแรงมากกว่า และถ้าจะเอารุ่นแพงสุดเข้ามาขาย LX 700h Ultra Luxury ราคาในอเมริกา $142,450 US (คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 4,615,380 บาท) อย่าเพิ่งดีใจ ตัวเลขราคาที่คิดเป็นเงินไทยทั้งหมดทุกรุ่น ยังไม่มีการรวมภาษีนำเข้า 300%++นะครับ รับรองว่าวันประกาศราคามีเฮอย่างแน่นอน....
Lexus ได้ทำการปรับปรุง LX ปี 2026 ทุกรุ่นมาพร้อมกับ Lexus Safety System+ 3.0 จอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบช่วยขับขี่เชิงรุก และระบบจดจำป้ายจราจรแบบเรียลไทม์ ล้วนรวมอยู่ในทุกรุ่นย่อย รวมถึงระบบป้องกันการชนก่อนชนพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน และไฟสูงอัตโนมัติ HUD ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในปัจจุบันจะแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็วรถ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ข้อมูลการคงเลน และป้ายจราจร
มิติตัวถังของ Lexus LX 2026 มีขนาดความยาว 5,100 มิลลิเมตร กว้าง 1,990 มิลลิเมตร สูง 1,885-1,895 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,675 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,680 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 200 มิลลิเมตร ช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ ด้านหน้าปีกนกคู่ ด้านหลังแบบ 4 ลิ้งค์ น้ำหนัก 2,660 กิโลกรัม
Lexus LX และ Toyota Land Cruiser 300 Series ทั้งสองรุ่นเป็นแบบตัวถังบนเฟรม (body-on-frame) และสร้างบนแพลตฟอร์ม TNGA-F ซึ่งเบากว่าและแข็งแกร่งกว่ารุ่นที่แล้ว Toyota มักจะบอกว่าแชสซีที่พัฒนาจากรถโมเดลเก่านั้นดีกว่าเดิมเสมอ พอขับแล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆLX มีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับ Land 300 Series แต่ความคล้ายคลึงกันก็จบลงเพียงแค่แพลตฟอร์มเท่านั้น Land Cruiser มีระบบส่งกำลังที่แตกต่างจาก LX มีแรงม้าให้เล่นมากกว่า และราคาก็แพงกว่ามาก มีบางอย่างที่ทำให้ LX น่าสนใจ อย่างแรก ภายนอกของมันดูใหญ่โต แต่สง่างาม ภายในติดกลิ่น Lexus ที่เน้นความพมีเมียมทุกกระเบียดนิ้ว การจัดวางอุปกรณ์ดูสะอาดตาและมีสไตล์มากขึ้น ต่างจากอุปกรณ์ที่ดูหนาเตอะตะของ Toyota Land Cruiser
ใต้ฝากระโปรง LX มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.4 ลิตร ที่เบากว่าและทรงพลังกว่าเครื่อง V8 รุ่นก่อน เครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ มีกำลังสูงสุด 406 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร (479 ปอนด์-ฟุต) ส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Active 4WD ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด Lexus LX พร้อมลุยด้วยช่วงล่างที่ออกแบบให้รองรับการขับออฟโรด สำหรับการขับใช้งานบนเส้นทางออฟโรด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time มาพร้อมเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบ Electronic เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป เกียร์ส่งกำลังขับสี่สองสปีด โลว์ - ไฮ ทั้งหมดนี้พร้อมมอบแรงบิดถึงขีดสุด ระบบช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension ปรับค่าการตอบสนองแบบแปรผันไปตามสภาพเส้นทาง พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย Lexus LX ยังมีโหมดเลือกการขับเคลื่อนในสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย มีโหมดฟันฝ่าภูมิประเทศทรุกันดานแบบทำลายรถให้เลือกใช้เพียบ ยางขนาด 305 นิ้วบนล้อขนาด 22 นิ้ว มุมกันชนที่ยกสูง ระยะฐานล้อที่กว้างขึ้น ซุ้มล้อใหญ่ แผ่นกันกระแทกอะลูมิเนียมเพิ่มเข้ามาเพื่อป้องกันส่วนโค้งที่บอบบางของรถ ระบบช่วยลงเขาและกล้อง 6 ตำแหน่ง ช่วยตรวจจับเมื่อขับผ่านก้อนหิน
การออกแบบของ LX ให้ความรู้สึกตรงไปตรงมา นี่คือรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีสมรรถนะทนทาน มาในรูปทรงที่ดูไม่ฉูดฉาดและสะอาดตาขึ้น เหมือนพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกบ่อย แต่มันบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จเร็วและทรงพลัง รวมกับพวงมาลัยและการควบคุมที่สื่อสารได้ดี คันเร่งไฟฟ้าของ LX ถูกปรับให้ความรู้สึกเบาสบายเท้า มีความยืดหยุ่นที่บ่งบอกว่ารถคันนี้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย
บนถนน BMW X7 น่าจะเป็นตัวเลือกที่สปอร์ตกว่า นอกจากนี้ยังมี Mercedes GLS ที่ใหญ่โตพอๆกันอีกด้วย แต่ Lexus มีจุดเด่นที่ความคงทน แต่หากพิจารณาจากรุ่นก่อนๆ แล้ว Lexus LX อาจสามารถเอาชนะคู่แข่งได้เพียงแค่มีอายุยืนยาวกว่ารุ่นอื่นๆ เป็นครั้งแรกที่ Lexus LX ซึ่งเป็น SUV ออฟโรดขนาดใหญ่วางจำหน่ายในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ LX ผลิตเฉพาะพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น สำหรับ LX เจเนอเรชั่นล่าสุด ใช้แพลตฟอร์ม TNGA-F ladder-frame แบบเดียวกันกับที่ใช้กับ Toyota LandCruiser 300 Series wagon และรถกระบะ Toyota Tundra รุ่นใหม่ รวมถึง Sequoia และ Tacoma ที่ขายในสหรัฐอเมริกา Lexus LX ทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.4 ลิตร
บันไดข้างขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างได้อย่างสะดวกสบายในเวลากลางคืน และมือจับที่หนา ทำให้ขึ้นรถได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถเอสยูวีขนาดใหญ่ เมื่อเข้าไปภายในรถ พบกับเบาะนั่งหุ้มหนังที่ดูสวยงามและให้ความรู้สึกสบาย รองรับสรีระได้เป็นอย่างดี นี่คือเบาะนั่งที่สามารถนั่งลงได้อย่างสบายสำหรับการเดินทางไกล เบาะนั่งคู่หน้าทั้งสองข้าง ปรับด้วยไฟฟ้าได้ 16 ทิศทาง รวมถึงส่วนรองรับต้นขา ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีรูปร่างสูง นอกจากนี้ยังมีส่วนรองรับหลังส่วนล่างแบบสองทิศทาง อีกหนึ่งออปชันมาตรฐาน คือระบบทำความเย็นและระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งด้านหน้า โหมดอัตโนมัติ เป็นอีกหนึ่งสัมผัสที่ชาญฉลาด และให้ความรู้สึกหรูหราแบบ Lexus อย่างแท้จริง ด้านหน้าคนขับคือพวงมาลัยหุ้มหนังนุ่ม ขนาดพอเหมาะพอดีและให้ความรู้สึกสบายมือ การปรับแกนพวงมาลัยด้วยไฟฟ้าให้ความรู้สึกหรูหรา
ปุ่มทั้งหมดบนพวงมาลัยใช้งานง่ายและมีเสียงคลิก พวงมาลัย Lexus ยังคงมอบสัมผัสที่ให้ความรู้สึกละเอียดอ่อน ก้านไฟเลี้ยวและที่ปัดน้ำฝนด้านหลังพวงมาลัย ชุดมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นที่นิยมมากในรถยนต์ Lexus และ Toyota หลายรุ่นในปัจจุบัน รูปลักษณ์จอภาพสวยงามและมีความละเอียดสูง สามารถปรับแต่งข้อมูลต่างๆ ได้ตามใจชอบ ชุดมาตรวัดดิจิทัลคมชัด แต่มีจอแสดงผลบนกระจกหน้ารถ HUD เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แสดงข้อมูลต่างๆ บนกระจกหน้ารถ สามารถเลือกมุมมองได้สามแบบ ตั้งแต่แบบน้อยไปจนถึงแบบเต็มรูปแบบ เมื่อมองไปอีกด้าน แม้ว่าคุณจะเข้าใจผิดคิดว่า LX เป็น Toyota ได้ง่ายๆ เพียงเพราะแผงหน้าปัดดิจิทัลและจอแสดงผลบนกระจกหน้า แต่ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 14.0 นิ้วตรงกลางนั้นมีขนาดใหญ่กว่ามาก
หน้าจอขนาดใหญ่ 14 นิ้ว รูปทรงแนวนอนมีความละเอียดสูง ทำให้ปัดหน้าจอไปมาระหว่างเมนูและคลิกไอคอนต่างๆ ได้ง่าย เหมือนกับ iPad ระบบเมนูออกแบบให้ใช้งานง่าย ไม่ได้ซับซ้อนจนเกินไป Apple CarPlay จะมีทั้งแบบมีสายและไร้สาย แต่ Android Auto จะใช้งานได้เฉพาะการเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์เท่านั้น การเชื่อมต่อ iPhone แบบไร้สาย หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ฟังก์ชันควบคุมระบบปรับอากาศที่ติดตั้งมาในตัว และจะแสดงผลอยู่ด้านล่างตลอดเวลา ปุ่มควบคุมสองปุ่มที่ติดอยู่บนหน้าจอ ซึ่งใช้สำหรับปรับอุณหภูมิสำหรับระบบปรับอากาศแบบดูอัลโซน ห้องโดยสารดูค่อนข้างเป็นบล็อกและกว้างมาก มีพื้นที่ว่างระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า ซึ่งสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงการมุ่งเน้นไปที่ตลาดอเมริกาเหนือ ดินแดนที่เต็มไปด้วยคนตัวใหญ่และคนที่มีรูปร่างอ้วน (มาก) แม้จะมีพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ พื้นที่เก็บของด้านหน้าเพียงพอ มีที่วางแก้วน้ำ ช่องเก็บของคอนโซลกลางที่กว้างและลึก กล่องเก็บของขนาดเล็ก แท่นชาร์จไร้สายแบบแบนราบ
LX700h ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V-6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.4 ลิตร เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพิ่มกำลังได้อีก 48 แรงม้า รวมเป็น 457 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อน LX700h ที่ความเร็วต่ำได้โดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ V-6 ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการขับขี่แบบออฟโรดช่วงต่ำที่ต้องการการควบคุมคันเร่งที่แม่นยำ
การขับขี่แบบออฟโรด LX700h มาพร้อมอุปกรณ์มากมายสำหรับการผจญภัย เช่น เฟืองท้ายแบบล็อกกลาง ระบบช่วงล่างแบบแอร์สปริงปรับระดับได้ และระบบควบคุมการคลานด้วยความเร็วต่ำบนเส้นทางออฟโรด LX รุ่น Overtrail มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการลุย มาพร้อมเฟืองท้ายแบบล็อกหน้า หลัง และกลาง LX Overtrail ใช้ล้อขนาด 18 นิ้วพร้อมยางออลเทอร์เรนขนาด 33 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ติดตั้งแผ่นกันกระแทกด้านหน้าและอินเวอร์เตอร์ AC ขนาด 2,400 วัตต์ สำหรับนักเดินทางที่เดินทางแบบออฟกริด เพราะสามารถเปลี่ยน LX ให้เป็นแหล่งจ่ายไฟเมื่อต้องเดินทางไกลจากบ้าน เมื่ LX700h มีความประณีตและทรงพลัง มีอัตราเร่งเร็วกว่ารุ่นที่ไม่ใช่ไฮบริด และการเปลี่ยนผ่านระหว่างพลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์ได้อย่างเรียบเนียน LX 700h ติดตั้ง Mild Hybrid 48V ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ 3.4 ลิตร แบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ และระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าในตัว เพิ่มกำลังเป็น 457 แรงม้า (341 กิโลวัตต์ / 463 แรงม้า) และแรงบิด 583 ปอนด์-ฟุต (790 นิวตันเมตร) ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ลดลง 0.3 วินาที LX700h เร่ง 0-100 ใน 6.7 วินาที ท็อปสปีด 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่าลืมว่า น้ำหนักตัว 2.6 ตัน วิ่ง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ระยะเบรกแบบฉุกเฉินจะมากกว่ารถคันเล็กที่มีน้ำหนักเบา.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/