Mercedes-BenzMercedes-Benz G-Class Edition STRONGER THAN THE 1980s  รถ G-Class รุ่นพิเศษเข้าสู่สายการผลิตในปี 2023 ด้วยการผสมผสานสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ องค์ประกอบการออกแบบสุดพิเศษ และรายละเอียดของอุปกรณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงมนต์เสน่ห์แห่งต้นกำเนิดตำนานออฟโรด สถานะอันเป็นตำนานของ “Geländewagen” G-Class Edition STRONGER THAN THE 1980s ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 460 คัน ทำให้ G-Class Edition รุ่นนี้กลายเป็นของสะสมที่นักเลงรถทั่วโลกต้องการ 


...







...




...




...




Mercedes-BenzMercedes-Benz G-Class Edition STRONGER THAN THE 1980s  นับเป็น G-Class ที่ออกจากสายการผลิตในปี 2023  จากการผสมผสานสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของตำนานในอดีต องค์ประกอบการออกแบบสุดพิเศษ รายละเอียดอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบัน สะท้อนถึงมนต์เสน่ห์แห่งต้นกำเนิดตำนานออฟโรด นับเป็นการยกย่อง G-Class รุ่นแรก รหัส W 460 ที่ครองใจผู้คนในช่วงทศวรรษ 1980  การผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ของสมรรถนะการขับขี่ทั้งบนถนนหรือบนเส้นทางออฟโรด  














Mercedes-Benz G-Class Edition Stronger Than The 1980s ถูกผลิตขึ้นเพื่อย้อนรำลึกถึงตำนานในอดีตของรถเอสยูวีโมเดล G Wagen โดยใช้รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล G 450 d หรือเครื่องยนต์เบนซิน G 500 เป็นพื้นฐาน มีสามสีให้เลือก สำหรับภายนอก สีเขียว Manufaktur Agave Green Solid สีขาว Manufaktur Cream Solid และสีเบจ Manufaktur Colorado Beige Solid  เพิ่มความคลาสสิกด้วยไฟเลี้ยวสีส้ม สีดำ Night Black Mango บริเวณกันชนหน้า กระจังหน้า โป่งซุ้มล้อ และกระจกข้างของรถเพื่อสะท้อนถึงความแกร่งของรถรุ่นแรก  ใช้แผ่นป้องกันใต้ท้องรถสีดำ อุปกรณ์ตกแต่ง Professional Line Exterior  บังโคลนหน้าและหลัง ตะแกรงป้องกันไฟหน้า ยางออล–เทอร์เรน นอกจากนี้รถยังมีโลโก้ Manufaktur  มือจับเปิดประตูสีดำ พร้อมฉายโลโก้ G-Stronger Than Time จากกระจกข้างของรถลงที่พื้นเมื่อผู้ขับเข้าใกล้รถในเวลากลางคืน ด้วยการฉายโลโก้บนกระจกมองข้าง ต้อนรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อก้าวเข้าสู่รถ พร้อมตัวอักษร “G – STRONGER THAN TIME” เรืองแสงบนพื้น


สีเขียวอะกาเว MANUFAKTUR: สีเขียวเอิร์ธโทน สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ใกล้ชิดกับธรรมชาติ  เน้นย้ำถึงสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดอันโดดเด่นของ G-Class รุ่นดั้งเดิม

สีเบจ MANUFAKTUR Colorado: สีโทนอบอุ่นเหมือนเม็ดทราย สื่อถึงการผจญภัยและอิสรภาพ เน้นย้ำถึงความอเนกประสงค์ของ G-Class ในช่วงทศวรรษ 1980








ไฟเลี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงใช้สีส้มตามแบบฉบับของ G-Class ในยุคนั้น เพื่อให้เข้ากับสีดั้งเดิม ด้านหน้ารถ กระจังหน้า กันชน ซุ้มล้อที่บานออก และกรอบกระจกมองข้าง ตกแต่งด้วยสีดำ Night Black Magno สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ G-Class รุ่นแรก แผ่นป้องกันใต้ท้องรถสีดำ G-Class Edition STRONGER THAN THE 1980s  ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ 5 ก้าน ลวดลายย้อนอดีตสุดคลาสสิก ตราสัญลักษณ์ดาวประจำรถ Mercedes-Benz บนฝากระโปรงหน้า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตราสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตัวอักษร Mercedes-Benz และพวงหรีดลอเรลบนพื้นหลังสีน้ำเงิน ประตูท้ายตกแต่งด้วยชิ้นส่วนดั้งเดิมจากยุค 1980 ได้แก่ ป้ายแบรนด์สีเงินพร้อมตัวอักษร “Mercedes‑Benz” สีดำ และฝาครอบล้ออะไหล่ 







รายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งที่เลือกสรรจาก PROFESSIONAL Line Exterior  ประกอบด้วยแผ่นกันโคลน PROFESSIONAL ที่ด้านหน้าและด้านหลัง กระจังหน้า PROFESSIONAL สำหรับไฟหน้า ยางออลเทอร์เรน แร็คหลังคา PROFESSIONAL เป็นอุปกรณ์เสริม นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจโลโก้ MANUFAKTUR สีดำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ตกแต่งรุ่นพิเศษ มือจับที่เปิดประตูสีดำพร้อมโลโก้นูน





ห้องโดยสารของรถย้อนไปสู่อดีตในยุคเริ่มต้นของ G-Class ด้วยเบาะหนังสีดำมีส่วนกลางเป็นผ้าสีเทา Dove Grey เหมือนที่เคยได้รับความนิยมในอดีต มีที่จับด้านหน้าผู้โดยสารที่เบาะหน้าพร้อมชื่อรุ่นพิเศษ ครอบบันใดมีภาพภูเขา Schockl ซึ่งเป็นสถานที่ทดสอบความสามารถทางออฟโรดของรถในยุค 1979 รวมทั้งมีป้าย Schockl Proved ในสไตล์คลาสสิกที่ฐานของเสา B-Pillar รวมไปถึงมีป้ายระบุหมายเลขการผลิตของรถที่คอนโซลกลาง ขณะที่อุปกรณ์อื่นๆ ในห้องโดยสารมีพวงมาลัยหุ้มหนัง Nappa หลังคาซันรูฟกระจกแบบเลื่อน และระบบเสียง 3 มิติจาก Burmester








เบาะนั่งหุ้มผ้าสีเทา Dove Grey พร้อมตราสัญลักษณ์ “Schöckl Proved” ในสไตล์ยุค 80s ภายในของ G-Class Edition STRONGER THAN THE 1980s ยังสะท้อนถึงยุคเริ่มต้นของตำนานออฟโรด แผงกลางเบาะหนังสีดำหุ้มด้วยผ้าสีเทา Dove Grey ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในห้วงเวลานั้น ขอบประตูของมือจับผู้โดยสารประดับด้วยตัวอักษร “STRONGER THAN THE 1980s” แผงธรณีประตูหน้าสะท้อนภูมิประเทศของภูเขา Schöckl ใกล้เมือง Graz แสดงให้เห็นถึงสนามทดสอบที่ G-Class ได้พิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ออฟโรดมาตั้งแต่ปี 1979 ตราสัญลักษณ์ “Schöckl Proved” แบบดั้งเดิมที่ฐานเสา B ออกแบบในสไตล์คลาสสิกยุค 1980s สะท้อนภาพ G-Model ในอดีตด้วยสีประจำรุ่น รถแต่ละคันยังประทับตัวอักษร “1 ใน 460” บนคอนโซลกลาง  ตอกย้ำความพิเศษของ G-Class รุ่นนี้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง Nappa ซันรูฟกระจกเลื่อน และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับภายใน นั่นคือหนึ่งในอุปกรณ์ที่เจ้าของส่วนใหญ่ชื่นชอบ 




เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง รหัส OM 656M ขนาด 3.0 ลิตร 2,989 ซีซี. พ่วงเทอร์โบคู่ พละกำลังสูงสุด 367 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 2,800 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบ ISG2 : Integrated Starter Generator จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-Tronic) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC  อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/