GWM ประกาศ POER SAHAR DIESEL พร้อมปฏิวัติรถกระบะในไทย รอลุ้นราคาพร้อมกันช่วง MOTOR EXPO 2025
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า GWM (Thailand) ได้ประกาศสเปกรถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วใน NEW GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL รถยนต์ตระกูลออฟโรดจาก GWM
NEW GWM POER SAHAR DIESEL 2025
- NEW GWM POER SAHAR DIESEL รุ่น 2.4T PRO DOUBLE CAB AUTO
- NEW GWM POER SAHAR DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA DOUBLE CAB AUTO
- NEW GWM POER SAHAR DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD
พร้อมตัวเลือกสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ และสีเทา เติมเต็มบุคลิกแข็งแกร่งและพรีเมียมได้อย่างชัดเจน ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนสีดำสุดหรู เน้นบรรยากาศเรียบหรูทันสมัย ให้ความรู้สึกมั่นใจและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง พร้อมการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างลงตัว รองรับทั้งภารกิจงานบุกลุยและไลฟ์สไตล์แบบพรีเมียมบนทุกเส้นทาง
...
NEW GWM POER SAHAR DIESEL ปฏิวัติรถกระบะอย่างไร
1. สมรรถนะสูงที่ควบคู่มากับอัตราการบริโภคน้ำมันที่มีประสิทธิภาพ : NEW GWM POER SAHAR DIESEL ขุมพลังดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ถ่ายทอดกำลังแบบต่อเนื่องและฉับไว ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ 1,500–2,500 รอบ/นาที เสริมการเผาไหม้ให้แม่นยำด้วยหัวฉีดแรงดันสูง 2,000 บาร์
ขณะที่ชุดเกียร์ 9 สปีดมีช่วงอัตราทดเกียร์ 8.843 สามารถเข้าสู่เกียร์ 9 ที่ความเร็วเพียง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยลดรอบเครื่องและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า พร้อมยกระดับไปอีกขั้นด้วยการควบคุม NVH (Noise, Vibration, and Harshness) อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความนิ่ง เงียบ นุ่มนวล ในการนั่งและการขับขี่ มอบความผ่อนคลายทั้งการเดินทางในเมืองและนอกเมือง มาพร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 78 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมหนึ่งถัง ช่วยให้การเดินทางในทุกสไตล์ทั้งระยะสั้น-ยาว เป็นไปอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังคุ้มค่าด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 4WD) ตามมาตรฐาน NEDC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรค 4 ล้อ และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอีกด้วย
2. ความสามารถในการขับขี่พร้อมลุยในทุกไลฟ์สไตล์ : NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ สปอร์ต และประหยัด (สำหรับรุ่น 2WD) ช่วยบาลานซ์ความสนุกและความคุ้มค่า ในขณะที่รุ่น 4WD มาพร้อมโหมดการขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) และโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตราทดเกียร์ต่ำ (4L) เพื่อรับมือทั้งการเดินทางทั่วไปและเส้นทางออฟโรดอย่างลงตัว
เพิ่มความคล่องตัวและความมั่นใจให้ทุกการเดินทางตั้งแต่ในเมืองและนอกเมือง ผสานระยะใต้ท้อง 224 มิลลิเมตร และความสามารถลุยน้ำลึก 800 มิลลิเมตร กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศาและระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ Body Transparent (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ที่ช่วยให้เห็นอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ เพิ่มทัศนวิสัยขณะผ่านพื้นที่แคบหรือทางขรุขระ ทำให้ทุกจังหวะการควบคุมแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น หมดห่วงไร้กังวลเมื่อต้องเจอเส้นทางที่ท้าทาย
...
3. ความพรีเมียมและความสะดวกสบายเหนือกว่ารถกระบะในเซ็กเมนต์เดียวกัน : ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้กว้าง พรีเมียม และใช้งานง่าย ด้วยโทนภายในสีดำเสริมความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่แรกสัมผัส เบาะหลังปรับเอนได้ 2 ระดับ (ประมาณ 33 องศา) ให้นั่งสบายขึ้นทุกระยะทาง พร้อมพนักพิงเบาะพับได้แบบ 40:20:40 ที่มาพร้อมที่พักแขนและที่วางแก้ว รองรับทั้งการโดยสารและการขนของได้อย่างลงตัว วัสดุหุ้มเบาะหนังสังเคราะห์พรีเมียม นั่งสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เหมาะทั้งวันทำงานและทริปครอบครัว
มอบประสบการณ์ขั้นกว่าด้วยหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว (ในรุ่น 2.4T PRO) และขนาด 14.6 นิ้ว (ในรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) เกียร์ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า Electronic Shifter บริเวณคอนโซลกลาง เสริมความสะดวกสบายด้วย Smart Key และ Push Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด เบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับแบบไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง
...
พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ด้วยพอร์ต USB หน้า-หลัง (มีช่องต่อสำหรับกล้องบันทึกภาพแยกต่างหาก) และช่องจ่ายไฟสำรอง 220V ในรถ พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย มอบความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด ทำให้ทุกการเดินทางด้วยรถกระบะ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
4. เทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถกระบะทั่วไป : สะดวกและปลอดภัยด้วยชุดเทคโนโลยีครบครัน อาทิ ระบบสั่งการด้วยเสียงและระบบนำทาง ช่วยลดการละสายตาและการสัมผัสปุ่ม รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เชื่อมต่อโลกดิจิทัลได้ต่อเนื่อง เสริมความอุ่นใจด้วยระบบช่วยขับและความปลอดภัยมากถึง 26 รายการ (ในแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน) อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการเข้าโค้งอัจฉริยะ (ACC), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ขณะที่โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงกว่า 64.3% ของโครงสร้างทั้งหมด ทนแรงบิดได้ 61,118 นิวตันเมตร/องศา แรงดัดได้ 26,163 นิวตันเมตร/มิลลิเมตร และหลังคารับแรงกดได้ถึง 4.88 เท่าของน้ำหนักตัวรถ ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง ปกป้องทุกคนในครอบครัวในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
...