Honda เผยแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมกับ Hybrid-Electric System เทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ๆ ที่จะได้เห็นปี 2027

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด หรือ Honda ได้พัฒนาสมรรถนะของระบบไฮบริด และแพลตฟอร์มไฮบริด ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น โดยมีแผนเริ่มนำมาใช้ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวสู่ตลาดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป

สำหรับแพลตฟอร์มเจเนอเรชันใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาโดยผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยหลากหลายด้าน เพื่อให้ได้ทั้งโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบาในระดับสูง รวมถึงแนวคิดการออกแบบที่แบ่งระบบหรือผลิตภัณฑ์ออกเป็นโมดูล ที่ช่วยเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันได้ในหลายรุ่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ฮอนด้าสามารถยกระดับ ความสนุกในการขับขี่ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจสไตล์สปอร์ตและสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม


ทั้งนี้เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ด้านเสถียรภาพในการขับขี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสมรรถนะของตัวรถ ฮอนด้าได้พัฒนาแนวทางใหม่ในการจัดการความแข็งแรงของตัวถัง เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ โดยการปรับสมดุลความแข็งแกร่งของตัวถังให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักโดยรวมของตัวรถลดลง 

...

พร้อมทั้งสร้างลักษณะการทรงตัวของรถให้มีความยืดหยุ่นขณะเข้าโค้ง ซึ่งจะสามารถควบคุมแรงกดบนยางแต่ละเส้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ผลลัพธ์ คือ รถยนต์ EV รุ่นใหม่จะมอบเสถียรภาพในการขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สปอร์ตและสนุกเร้าใจยิ่งขึ้น


จุดเด่นของแพลตฟอร์มไฮบริดของฮอนด้า 

น้ำหนักแพลตฟอร์มของรถไฮบริด จะลดลงถึง 90 กิโลกรัม (198 ปอนด์) เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มรุ่นปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังและนำวิธีการออกแบบทางวิศวกรรมรูปแบบใหม่มาใช้ ด้วยแพลตฟอร์มรุ่นใหม่นี้ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่มอบทั้งความสนุกในการขับขี่และประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมไปพร้อมกัน

โดยแนวคิดการออกแบบที่แบ่งระบบหรือผลิตภัณฑ์ออกเป็นโมดูล จะถูกนำมาใช้เพื่อให้ชิ้นส่วนสามารถใช้ร่วมกันได้หลายรุ่น โดยแยกชิ้นส่วนเป็นโมดูลที่ใช้ร่วมกันได้ เช่น ห้องเครื่องยนต์และโครงสร้างใต้ท้องรถส่วนหลัง และโมดูลเฉพาะส่วน เช่น ห้องโดยสารด้านหลัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนารถรุ่นใหม่ 


ฮอนด้าตั้งเป้าให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถใช้ร่วมกันได้มากกว่า 60% ในทุกรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรถยนต์และความหลากหลายของรุ่นรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพทั้งในด้านการพัฒนาและการผลิตให้เพิ่มขึ้น

จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถได้ตามต้องการมาใช้ เช่น ระบบ Motion Management ที่ต่อยอดองค์ความรู้และต้นแบบด้านการควบคุมท่าทาง การพัฒนาหุ่นยนต์เทคโนโลยีต้นแบบ 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มเทคโนโลยี Pitch Control เข้าไปในระบบ Agile Handling Assist ซึ่งเป็นระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้รถมีพฤติกรรมการเข้าโค้งที่ราบรื่น ซึ่งได้ถูกติดตั้งแล้วใน Accord และ Prelude เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยสภาพถนน ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะยกระดับ ความสนุกในการขับขี่  ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

...


แพลตฟอร์มขนาดใหญ่สำหรับไฮบริดเจเนอเรชันใหม่

ฮอนด้าได้เผยเทคโนโลยีหลักของระบบไฮบริดขนาดใหญ่เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์ V6 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด รวมถึง ชุดขับเคลื่อน และชุดแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายทั้งด้านประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและต้นทุนต่ำ

ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาอัตราการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่เจเนอเรชันใหม่ให้ดีขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปที่จำหน่ายอยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ฮอนด้าจะผสานเครื่องยนต์ V6 รุ่นใหม่ ที่พัฒนาในเรื่องความประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น เข้ากับชุดขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงเจเนอเรชันใหม่ พร้อมทั้งนำระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะรุ่นใหม่มาใช้ เพื่อปรับโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังให้เหมาะสมกับรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะ ปรับปรุงสมรรถนะด้านอัตราเร่งและการเร่งความเร็วเมื่อเหยียบคันเร่งแบบเต็มกำลังให้ดีขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปที่จำหน่ายอยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และชุดขับเคลื่อนแต่ละส่วน รวมถึงการใช้พลังงานเสริมจากแบตเตอรี่อีกด้วย

...


ภาพรวมของเทคโนโลยีไดนามิก สำหรับรถ Compact EV ต้นแบบ Super-ONE

รถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาขึ้นจากรถต้นแบบ Super-ONE เผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นในปี  2026 เป็นประเทศแรก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ที่มีความต้องการรถ Compact EV สูง ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด e: Dash BOOSTER 

 โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ 

แพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถในกลุ่ม Honda N Series โดยมีการขยายความกว้างของตัวรถด้วยการใช้พื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์ที่มีการขยายระยะห่างระหว่างล้อและซุ้มล้อมาใช้


นอกจากนี้ ยังรวมตำแหน่งของชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากให้อยู่ในจุดเดียว และลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง ด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่แบบบาง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักของรถ EV ไว้ที่ศูนย์กลางใต้ท้องรถ ด้วยวิธีการนี้ รถต้นแบบ Super-ONE จึงมีน้ำหนักเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ EV ในระดับ A-segment  

...

และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปขนาด Compact ทั่วไป ซึ่งจากจุดต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยให้รถต้นแบบ Super-ONE มีการตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับได้อย่างฉับไว และมอบการควบคุมที่สมดุลและมั่นคงแม้ในขณะเข้าโค้ง โดยให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และมั่นใจตลอดการขับขี่

รถรุ่นผลิตจริงที่พัฒนาขึ้นจากรถต้นแบบ Super-ONE จะมาพร้อมกับฟังก์ชัน Boost Mode ที่ พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและให้ความรู้สึกการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม

ระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด จะมีการคำนวณความเร็วรอบเครื่องยนต์จำลองและตำแหน่งเกียร์แบบเรียลไทม์  โดยอิงจากการควบคุมของผู้ขับ เช่น การเหยียบคันเร่ง สภาพการขับขี่ ความเร็วของรถ รวมถึงพฤติกรรมของรถขณะเข้าโค้ง ด้วยการควบคุมกำลังการขับขี่และการตอบสนองอย่างเหมาะสม ผู้ขับจึงสามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่ พร้อมกับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ 

นอกจากนี้ ระบบเกียร์จำลอง 7 สปีด ยังจำลองแรงกระชากจากการ คิกดาวน์ ขณะเร่งความเร็ว และจำลองพฤติกรรมของรถขณะเกิด fuel cut  ซึ่งเป็นการตัดการจ่ายเชื้อเพลิงชั่วคราวเพื่อปกป้องเครื่องยนต์และควบคุมรอบเครื่องให้เหมาะสม 
ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ฮอนด้าจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์และเอกลักษณ์การขับขี่ที่มุ่งมั่นพัฒนามาตลอดหลายปีในยุครถสันดาป เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ