Lexus ES เปิดตัวที่งานเซี่ยงไฮ้ มอเตอร์โชว์ (23 เมษายน - 2 พฤษภาคม) พร้อมกับ LS รุ่นเรือธงในปี 2532  ถือเป็นรถยนต์รุ่นหลักของ Lexus โมเดล ES ขับเคลื่อนล้อหน้า ขายดีในอเมริกาจนทำให้ GS ต้องถูกยกเลิกสายการผลิตลงไปเพื่อเปิดทางให้กับ ES ซึ่งได้รับการยกย่องจากเจ้าของทั่วโลกในด้านความเงียบ ความสะดวกสบาย ห้องโดยสารกว้าง มีข่ายใน 80 ประเทศ ทั่วโลก


...

ตั้งแต่เปิดตัว RX 400h ในปี 2548 Lexus  มุ่งเน้นทั้งสมรรถนะการขับขี่และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 รถยนต์ไฟฟ้า มียอดขายสูงถึง 52% ของยอดขายทั่วโลก  รถยนต์ HEV, PHEV และ BEV ของ LEXUS  สร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมกับตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าและตลาดที่หลากหลาย Lexus พยายามสื่อสารถึงลูกค้าเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยการยกระดับสมรรถนะหลักของรถยนต์ ผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวได้ขับเคลื่อนวิศวกรรมระบบส่งกำลังให้มีความรุดหน้ามากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะกำหนดนิยามใหม่ของอนาคตแห่งการขับเคลื่อน ES ใหม่ เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นล่าสุดในรถยนต์ LEXUS BEV   ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวภายในเดือนมีนาคม 2569 นับเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สอดคล้องกับการปรับโฉมแบรนด์ LEXUS ใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะเผยโฉมในงาน Japan Mobility Show 2025 ในเดือนตุลาคมนี้ 




ES รุ่นที่ 8 เป็นยานยนต์ซีดานไซล์กลาง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ LEXUS พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Experience Elegance และ Electrified Sedan  มุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกสถานการณ์ ยกระดับความเงียบและความสะดวกสบาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านแนวทางการทำงานแบบหลายเส้นทาง ระบบส่งกำลังทั้ง HEV และ BEV  แบบสองทางเลือก นำเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเดินทางที่หลากหลาย การออกแบบของ New ES ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด BEV เจเนอเรชั่นใหม่ LF-ZC  เป็นวิวัฒนาการ งานดีไซน์ของ Lexus ที่เริ่มต้นจาก ES ใหม่ การออกแบบที่เน้นย้ำถึงความสง่างาม สร้างบรรยากาศที่สะอาดตาและอบอุ่น รูปลักษณ์ภายนอกผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างชิ้นส่วนแบบใหม่  สัดส่วนที่เน้นย้ำความงาม สร้างสรรค์รูปทรงเพรียวบาง

...



...



ภายใน LEXUS ประกอบด้วยเทคโนโลยีใหม่สองประการ ได้แก่ สวิตช์ควบคุมแบบซ่อนที่ตอบสนองฉับไว (Responsive Hidden Switches) เวอร์ชันแรกของโลก ผสานการควบคุมทางกายภาพเข้ากับห้องโดยสาร  ทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความหรูหรา Sensory Concierge ฟีเจอร์แรกใน LEXUS  ประสบการณ์ห้องโดยสารที่ดื่มด่ำและปรับแต่งได้ตามความต้องการ ES ใหม่ พัฒนาเบาะหลังให้กว้างขึ้น เสริมความสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์หรูหรา  Lexus ปรับปรุงพื้นฐานและเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าของรถยนต์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ES ใหม่ สร้างสมดุลระดับสูงระหว่างการควบคุม เชื่อมโยงผู้ขับและรถยนต์ได้อย่างราบรื่น ควบรวมระบบมัลติมีเดียเจเนอเรชันใหม่เพื่อการเชื่อมต่อ  พร้อมด้วยระบบความปลอดภัย LEXUS Safety System+ รุ่นล่าสุด  

...

คุณสมบัติหลักของ ES ใหม่ 

มุ่งเน้นที่แก่นแท้ของฟังก์ชันการใช้งาน สมรรถนะการขับ  และสัดส่วนใหม่หมด

 ออกแบบมาเพื่อความเป็นเลิศด้านอากาศพลศาสตร์  

ภายในห้องโดยสาร สะอาดตา เรียบง่าย ให้ความรู้สึกโล่ง ทัศนวิสัยที่ดี

 ความเงียบและความสบายในการขับ 

 คุณภาพการขับขี่ระดับพรีเมียม แพลตฟอร์มเฉพาะ ความแข็งแกร่งของโครงสร้างที่เพิ่มขึ้น

 ระบบส่งกำลังทั้งไฟฟ้า 100% และไฮบริด ทั้งสองระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

เทคโนโลยีควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการขับขี่อย่างแม่นยำตามเจตนารมณ์ของผู้ขับ 

เทคโนโลยีขั้นสูง สวิตช์แบบซ่อนที่ตอบสนองฉับไวครั้งแรกของโลก  

Sensory Concierge 4  ประสบการณ์ LEXUS เฉพาะบุคคล ผ่านการควบคุมแสงสว่าง  อากาศ อุณหภูมิ และกลิ่นหอม 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง  LEXUS Safety System+  




การออกแบบภายนอก

  • ดีไซน์ใหม่:  โฉมที่ 8 ของ Lexus ES  
  • กระจังหน้า: แทนที่กระจังหน้าแบบ "แกนหมุน" เดิมด้วยดีไซน์ที่ดูเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 
  • ไฟหน้า:  ออกแบบไฟหน้าใหม่ โ ย้ายตำแหน่งมาอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมสีดำ
  • ไฟท้าย:  ไฟท้ายแบบ L-Signature ที่มีแถบไฟแบบไร้รอยต่อ 

การออกแบบภายในและเทคโนโลยี

  • หน้าจอ: ติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ 14.0 นิ้ว และมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว
  • ระบบ infotainment: มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันหน้าจอแบบแบ่งส่วน (split-screen) และปุ่มโฮมบนหน้าจอ
  • การเชื่อมต่อ: รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth แบบสองอุปกรณ์
  • การใช้งาน: มีพอร์ต USB ทั้งในแถวหน้าและหลัง, แผ่นชาร์จไร้สาย, ระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (head-up display), กล้อง 360 องศา และระบบเครื่องเสียง Mark Levinson 

ระบบขับเคลื่อน

  • ไฮบริด: มีรุ่น ES 350h เป็นรุ่นไฮบริด
  • ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV): มีรุ่น ES 350e และ ES 500e ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกใน ES
  • โครงสร้างใหม่: โครงสร้างรถถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนใหม่ 

ขนาดและพื้นที่

  • ฐานล้อ: ยาวขึ้น  76 มิลลิเมตร เป็น  (รวมเป็น 2948 มิลลิเมตร)
  • ความยาวโดยรวม: ยาวขึ้น 165 มิลิลเมตร (รวมเป็น 5138 มิลลิเมตร)
  • ความสูง: สูงขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
  • ระบบกันสะเทือน: เปลี่ยนจากระบบสตรัทมาเป็นระบบมัลติลิงค์ด้านหลัง เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานและลดขนาดของชิ้นส่วน 

Lexus ES 350h  รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ระบบไฮบริด 2.5 ลิตร เจเนอเรชั่นที่ 6 มาพร้อม eAxle แบบบูรณาการ ผสานชุดควบคุมกำลังและชุดเกียร์ ทำให้ระบบส่งกำลังมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา พร้อมความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น

ES 350e และ 500e 

Lexus ES BEV มีสองรุ่น ได้แก่ ES 350e ขับเคลื่อนล้อหน้า และ ES 500e ขับเคลื่อนสี่ล้อ
แบตเตอรี่ความจุสูงติดตั้งอยู่ใต้พื้นรถเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงและเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ES 500e  มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ DIRECT4 AWD  ปรับการกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่อย่างต่อเนื่อง ตามสภาพถนนและการขับขี่ ระบบนี้ ใช้อัตราส่วนแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลังตั้งแต่ 100:0 ถึง 0:100 ช่วยเพิ่มอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ และช่วยประหยัดพลังงาน  Lexus ES 350e ชาร์จเต็ม วิ่งไกล 480 กิโลเมตร (ในล้อ 19 นิ้ว)


ราคา (ในประเทศจีน)

  • รุ่นเริ่มต้น: เริ่มต้นที่ 299,900 หยวน (ประมาณ 1.49 ล้านบาท)
  • รุ่นท็อป: ราคา 488,900 หยวน (ประมาณ 2.43 ล้านบาท) สำหรับรุ่น ES 300h Executive 



Kohei Chiashi หัวหน้าวิศวกรของ Lexus International กล่าวว่า ES ใหม่ พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายจัดนิยามใหม่ของรถซีดาน โครงสร้างหลักประกอบด้วยสามส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่ เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ ห้องโดยสาร และห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ข้อได้เปรียบทางวิศวกรรมที่สำคัญ ได้แก่ ความแข็งแกร่งของตัวถังสูง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ  ยกระดับความสะดวกสบายในการขับขี่ เสถียรภาพในการควบคุม และความเงียบ ซึ่งเป็นรากฐานของรถซีดาน ด้วยจุดแข็ง  ES ใหม่ พัฒนาอีกขั้น ผสานรูปลักษณ์พลิ้วไหวและใช้งานได้จริงเข้ากับห้องโดยสารที่กว้างขวาง แพลตฟอร์ม TNGA GA-K รองรับระบบส่งกำลังทั้งแบบ HEV และ BEV เกือบทุกแง่มุมของรถได้รับการตรวจสอบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ผสานรวมเทคโนโลยีขั้นสูง แตกต่างจากรถยนต์ซีดานรุ่นอื่นๆ ของ LEXUS ที่เคยมีมา

การพัฒนา ES ใหม่ เกิดขึ้นที่ศูนย์เทคนิคชิโมยามะ (TTC-S)  ทีมงานจากฝ่ายวางแผน ออกแบบ วิศวกรรม และประเมินผล  ร่วมมือกันทำงานภายใต้หลังคาเดียวกัน ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการลองผิดลองถูก หลังจากนั้นจึงสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ รถคันนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ ES ใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นของ LEXUS เจเนอเรชันใหม่อย่างแท้จริง.  

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/