CHANGAN Automobile ประกาศแผนการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุม ชูความสำเร็จในตลาดควบคู่กับความมุ่งมั่นระยะยาวต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต  เปิดตัว DEEPAL NEW S07 และ DEEPALHUNTER K50 REEV Max AWD  

นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเชีย จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับ CHANGAN ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการดำเนินกิจการในประเทศที่เรารัก ก้าวที่มากไปกว่าความสำเร็จทางธุรกิจ นั่นคือการได้เป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็มยานยนต์ไทยผ่านการสร้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยตลอดระยะเวลาสองปีที่ CHANGAN ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยภายใต้กลยุทธ์ ‘In Thailand, For Thailand’ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีนที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ช่วยให้เกิดการจ้างงานรวมตลอดห่วงโซ่อุปทาน กว่า 20,000 ตำแหน่ง โดยพนักงานของ CHANGAN กว่า 90% เป็นคนไทย อีกทั้งยังใช้ชิ้นส่วนและอะไหล่ที่ผลิตภายในประเทศมากกว่า 60% และเพิ่มเป็น 80% ภายในปี 2573 และที่สำคัญเรายังเตรียมส่งออกรถ DEEPAL S05 จำนวนกว่า 1,000 คัน ที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายในยุโรปภายในสิ้นปีนี้ สนับสนุนการสร้างรายได้ดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทยอีกด้วย สะท้อนพันธกิจของ CHANGAN ในการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตเคียงคู่กันอย่างยั่งยืน”  

...

CHANGAN ตั้งเป้าภายใน 5 ปี (2573) เดินหน้ากลยุทธ์อย่างรอบด้าน ประกอบด้วย 

  • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ : วางแผนที่จะสนับสนุนการ Transform ประเทศไทยจากสังคมที่ใช้รถเครื่องยนต์สันดาป (ICE) สู่ไลฟ์สไตล์การใช้รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และพร้อมทั้งสร้างอีโคซิสเต็มในประเทศที่ครอบคลุมด้าน
    การวิจัยและพัฒนา การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และการตลาด โดยตั้งเป้าสู่การเป็น Top 3 บริษัทรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย ภายในปี 2573 
  • การพัฒนาผีมือแรงงานไทย : ต่อยอดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์: AHRDA) ในการฝึกอบรมทักษะด้านงานซ่อมบำรุงและบริการรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้ช่างไทยมีความรู้ความเชี่ยวชาญ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 
  • การขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง : ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเป็น 200 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวัดและ
    หัวเมืองสำคัญทั่วประเทศไทย
  • บริการหลังการขายที่เป็นเลิศ : สร้างเครือข่ายการให้บริการแบบครบวงจรทั่วประเทศและพัฒนาระบบจัดหาชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วตั้งเป้าให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง 

ที่ผ่านมา CHANGAN มุ่งมั่นผลักดันประเทศไทยให้เป็นตลาดสำคัญ สะท้อนผ่านการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้ามาทำตลาด โดยได้ทยอยเปิดตัวและขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์หลัก ได้แก่ DEEPAL S07, DEEPAL L07, DEEPAL E07, DEEPAL S05, DEEPAL HUNTER K50, LUMIN และ AVATR 11 โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า CHANGAN มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่อีกมากกว่า 7 โมเดลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในครั้งนี้ได้นำร่องเปิดตัวยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมอิดิชันรวม 3 รุ่น ประกอบด้วย

DEEPAL NEW S07 –  ราคา 1,099,000 บาท
ยนตรกรรมที่มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขั้นสูง รองรับการชาร์จเร็วจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 15 นาที มอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและความทนทานในระยะยาว มีระบบกันสะเทือนสไตล์ยุโรปช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และความแม่นยำในการควบคุมรถ เสริมด้วยดีไซน์ล้อใหม่และความละเอียดอ่อนในการปรับรูปลักษณ์ภายนอกที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการการออกแบบที่สดใหม่ โดย CHANGAN เปิดตัว DEEPAL NEW S07 ในราคาคาดการณ์ 1,219,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัวในราคา 1,099,000 บาท สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.changan.co.th/th/promotion/ 

...

DEEPAL HUNTER K50 REEV Max AWD ราคา 1,099,000 - 1,249,000 บาท
การออกแบบภายนอกและฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับแต่งมาให้ตอบโจทย์การผจญภัยและการใช้งาน มาพร้อมการอัปเกรดดีไซน์ขององค์ประกอบต่าง ๆ อาทิ ราวหลังคา ไฟสปอร์ตบนหลังคา ประตูท้ายอเนกประสงค์ สปอร์ตบาร์ กันชนเหล็กด้านล่าง และระบบล็อกเฟืองท้ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลงตัวทั้งสมรรถนะทรงพลังและสไตล์ที่ปราณีต ตกแต่งภายในด้วยเพดานสีดำและโทนสีดำ-ส้มเฉดใหม่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม พร้อมยกระดับความสะดวกสบายด้วย USB Type-C 2 พอร์ตและ Type-A 1 พอร์ต ส่วนระบบ V2L ใหม่สามารถรองรับเอาต์พุต DC 22 กิโลวัตต์ เพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้นสำหรับการจ่ายพลังงานขณะเดินทาง โดย DEEPAL HUNTER K50 REEV Max AWD เปิดตัวในตลาดประเทศไทยด้วยราคา 1,099,000 - 1,249,000 บาท 

...

AVATR 11 Royal Edition  
AVATR 11 Royal Edition มอบนิยามใหม่ของความหรูหราระดับแนวหน้าด้วยปรัชญาการออกแบบที่เหนือกว่าและสมรรถนะล้ำสมัย โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ ช่วงล่างใช้เทคโนโลยี Magnetorheological Dampers แบบเดียวกับซูเปอร์คาร์ ช่วยปรับการหน่วงในเสี้ยววินาทีเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและความสบายสูงสุด ตัวถังสองโทนสีเทาและดำตกแต่งด้วย เส้นขอบสีเงินสตาร์ไลน์สุดหรู เสริมด้วยล้อแม็กที่หล่อเป็นรูปดาว 7 แฉกขนาด 22 นิ้วช่วยเพิ่มพลวัตเสมือนงานประติมากรรม ภายในห้องโดยสารที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารระดับสูงห้อมล้อมด้วยหนังแท้แบบกึ่งอนิลิน (Semi-aniline leather) สี Rose-White พร้อมที่นั่ง VIP 4 ที่นั่ง รวมถึงพื้นที่พักผ่อนด้านหลังซึ่งมาพร้อมที่วางแขนแบบลอยตัว ฟังก์ชันนวด 8 จุด และระบบชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ พร้อมการควบคุมด้วยระบบสัมผัส เรียกได้ว่ารังสรรค์ทุกรายละเอียดมาเพื่อยกระดับการเดินทางสู่ประสบการณ์ทรงพลังที่ทั้งปราณีตและสง่างาม เตรียมเปิดตัวภายในพฤศจิกายน 2568 นี้

"เราไม่เพียงผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในท้องถิ่นและสนับสนุนความมุ่งหวังของประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการสร้างโลกใหม่ที่ทั้งชาญฉลาด รักษ์โลก และเชื่อมโยงผู้คนกับเทคโนโลยีได้อย่างไร้รอยต่อ เราจึงเชื่อมั่นว่าจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า ‘30@30’ ของประเทศไทย การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม 2 รุ่นใหม่นี้ คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของเราในศักยภาพของตลาดไทยและตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย ความสำเร็จในวันนี้คือคำมั่นสัญญาของเราที่จะสานต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความร่วมมือ และการมีส่วนเสริมสร้างอนาคตยานยนต์ไทยที่สะท้อนคุณภาพความเป็นเลิศระดับโลกและความภาคภูมิใจของประเทศ” นายเซิน ซิงหัว กล่าวสรุป

...


DEEPAL HUNTER K50 REEV MAX AWD 1,099,000 - 1,249,000 บาท

DEEPAL HUNTER K50 รถกระบะไฟฟ้า REEV รุ่นแรกของโลก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์

ไฟฟ้าโดยมีเครอื่ งยนตเ์บนซนิท างานร่วมกับเจเนอเรเตอรเ์พมิ่ ระยะทางการขับขี่ หมดกังวลทั้งการ

ขับรถในระยะทางไกลและการบรรทุกสัมภาระหนัก อีกทั้งมาพร้อมกับสมรรถนะเหนือชัน้ แต่ยังขับ

สะดวกสบายระดับพรีเมียมมาตรฐานเดียวกับรถ SUV พร้อมระบบอัจฉริยะที่ครบครัน ภายใต้การ

ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์นิยามใหม่ของรถกระบะที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถกระบะ

ไฮไลท์รุ่นใหม่ - REEV MAX AWD พร้อมลุยส ําหรบัสํายแอดเวนเจอร์

➢ ติดตั้งชุดไฟสปอตไลต์บนหลังคําสไตล์ Off-road ดุดันพร้อมลุยทุกสถานการณ์ให้ทัศน

วสิ ัยชัดเจนยามค ่าคนื ไม่ว่าทางไกลหรือทางทุรกันดาร

➢ ชุดแต่ง สปอร์ตบําร์และราวที่กระบะท้าย เพิ่มความปลอดภัยและใชง้านอเนกประสงค์

➢ รําวหลังคํา รองรับการติดตั้งอุปกรณ์แคมป์ ปิ้งและแร็คเพิ่มเติม

➢ เสริมแผงกันกระแทกใต้ท้องรถแบบเหล็ก เพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องขับขใี่ นเสน้ ทาง

ขรุขระ

➢ ฝําท้ํายแบบมีบันไดในตัว สะดวกสบาย ในการขึ้นลงกระบะท้าย หรือขนยา้ยสัมภาระ

➢ เพิ่มระบบล็อกเฟือง (Differential lock) ด้านหน้าและหลัง

➢ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นวิ้ สดี าคมเขม้ พรอ้ มยางแบบออลเทอรเ์รน

➢ ระบบ Vehicle to Load (V2L) ที่รองรับการจ่ายไฟสูงสุดที่ 22 กิโลวัตต์

➢ ภายในใหม่ สดี าสม้ เพมิ่ ความสปอรต์ เรา้ใจ

การออกแบบภายนอก

ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Shark-Nose  กระจังหนา้แบบพาราเมตริก ไฟหน้า LED แบบโปรเจกเตอร์ (ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ไฟหรี่ Daytime Running Light และไฟท้าย) ออกแบบตามสัดส่วน Golden Ratio เพื่อสร้างความสมดุล ลดแรงต้านอากาศ (Aerodynamic Performance) กำลังขับเคลื่อนรวมสูงสุด 200 กิโลวัตต์ (272 แรงม้า)  แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร  อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที  ระบบขับเคลื่อน REEV ทำหน้าที่ขยายระยะทาง ให้ระยะทางวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (Pure EV) สูงสุด 131 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) เมื่อระบบ REEV ทำงาน

เครื่องยนต์เบนซินจะทำงานร่วมกับเจเนอเรเตอร์ ทำระยะทางขับขี่ได้มากกว่า 900 กิโลเมตร ต่อการชาร์จและเติมน้ำมันเต็มถัง

➢ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ  (Intelligent AWD)  

➢ โหมดขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Auto, 2H, 4L)

➢ โหมดการขับขี่ (Normal, Eco, Sport, Custom)

➢ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศาแบบ 3 มิติ พร้อมระบบแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง

➢ ระบบบันทึกวีดีโอการขับขี่รอบทิศทาง 360 องศา (DVR)

➢ ระบบ ABS, EBD, BA, ESP, TCS, AYC, HHC, HDC

➢ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

➢ ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

➢ ระบบตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS)

➢ เบรกมือ ไฟฟ้า + Auto Hold

➢ พร้อมระบบความปลอดภัย ถุงลมคู่หน้า ด้านข ้าง และม่านถุงลมด้านข ้าง

➢ ห้องโดยสารมีค่าความเงียบเพียง 63 เดซิเบล ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. 

 ➢ พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ปุ่ม Shortcut

➢ พร้อมคันเกียร์แบบก้านหลังพวงมาลัย (Column-type Shifter)  

➢ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

➢ ติดตั้งหน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว และ 7.5 นิ้ว

➢ ที่ชาร์จ โทรศัพท์มือถือไร้สาย ขนาด 40 วัตต์

➢ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

➢ เชื่อมต่อระบบอนิเตอรเ์น็ตนำทางแบบออนไลน์- มิวสิคสตีมมิ่ง

➢ รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Command)

➢ การสั่งงานผ่านแอป เปิดแอร์หรือตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่จากภายนอกรถ

➢ เบาะนั่งคู่หน้าพร้อม ระบบเป่าลมเย็น (Ventilated Seats)  

➢ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

➢ ช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมระบบเป่าลมเย็น

➢ ฟังกช์ชันจ่ายไฟภายนอก (V2L)กำลังสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์และ 22 กิโลวัตต์รองรับ

อุปกรณ์กลางแจ้งหลากหลายชนิด

➢ การอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์ (OTA)
ข้อมูลทางเทคนิค
มิติตัวถัง

- ความยาว x ความกว้าง x ความสูง (มิลลิเมตร) 5,380 x 1,980 x 1,875 (1920 รุ่น Max)

- ระยะฐานล้อ 3180 มิลลิเมตร

- ความสูงใต้ท้องรถ  220 มิลลิเมตร

- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

- ขนาดยาง 265/60 R18

ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่

- กำลังรวมสูงสุด (200 กิโลวัตต์) / (272 แรงม้า) 

- แรงบิดรวมสูงสุด (470 นิวตัน-เมตร) 

- อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (7.9 วินาที) 

- ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยไฟฟ้า: NEDC (131 กิโลเมตร)  

- ระยะทางขับขี่รวม (NEDC) (900 ++ กิโลเมตร)  

- ความจุแบตเตอรี่ (31.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 

- รองรับการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC) สูงสุด (6.6 กิโลวัตต์) 

- รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด (41 กิโลวัตต์)  

- ระยะเวลาในการชารจ์ แบบ DC (30-80%) (30 นาที) 30

- ประเภทเครื่องยนต์ Range-Extender 2.0Turbo Engine 4 สูบ 16 วาล์ว VVT

- ปริมาตรกระบอกสูบ  1,998 ซีซี

- กำลังเครื่องยนต์สูงสุด (135 กิโลวัตต์) / (184 แรงม้า)  

- แรงบิดเครื่องยนต์สูงสุด (390 นิวตัน-เมตร)  

- ความจุถังน้ำมัน (70 ลิตร)  

- ระบบกันสะเทือนด้านหน้า ปีกนกคู่

- ระบบกันสะเทือนด้านหลัง



DEEPAL NEW S07 - Smart Lifestyle SUV 
รถยนต์ไฟฟ้าเอนกประสงค์ที่ผสมผสาน โฉมภายนอก ใช้วัสดุสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วลายใหม่ ปรับช่วงล่างใหม่ พัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว ภายใน 15 นาที สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 30% ไปที่ 80%  

ดีไซน์ภายนอก

• ดีไซน์ตัวถังแบบ SUV

• ประตูกระจกแบบไร้ขอบ

• หลังคากระจกแบบพาโนรามาพร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า

• ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า ความจุ 125 ลิตร

• มือจับประตูไฟฟ้าแบบซ่อน

• ล้ออัลลอย 20 นิ้วลายใหม่

• ไฟ DRL LED ดีไซน์แบบ Star Petal

• ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Star Flame

• สปอยเลอร์หลังดีไซน์แบบ Sport พร้อมไฟเบรกดวงที่สาม

• ประตูฝาท้ายแบบไฟฟ้า

ดีไซน์ภายใน

• ระบบตจำตำแหน่งเบาะคนขับ พร้อมระบบเลื่อนเข้า-ออกอัตโนมัติ

• ระบบเป่าลมบรเิวณเบาะนั่งและพนักพิง สำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า

• เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมปุ่มดันหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

• เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

• ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่ความจุ 435 ลิตร

• พื้นห้องโดยสารด้านหลังแบบเรียบ

• ปุ่ม Shortcut บนพวงมาลัย 2 ปุ่ม เลือกได้ 4 ฟังกชัน

• แผงควบคุมด้านหลังแบบสัมผัสพร้อมฟังก์ชัน ปรับตำแหน่งที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า และม่านหลังคา 

ระบบปรับอากาศ

• ช่องแอร์แบบซ่อนปรับด้วยไฟฟ้า

• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระ 2 โซน

• แผงควบคุมระบบปรับอากาศดา้นหลังแบบสัมผัส

• กรองอากาศ PM2.5 ในห้องโดยสาร

ห้องโดยสารอัจฉริยะ

• ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าพร้อมระบบนำทางแบบ AR

• หนา้จอสัมผัส Sunflower ขนาด 15.6 นิ้ว ปรับทิศทางอัตโนมัติ

• จำนวนลำโพง รวมบริเวณพนักพิงศรีษะด้านคนขับ 14 ตำแหน่ง

• ไฟสรา้งบรรยากาศในห้องโดยสารแบบ 64 สี

• ระบบเลือกโหมดสถานการณ์

•ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ขนาด 40 วัตต์

• ระบบสั่งงานด้วยท่าทาง

• ระบบแสดงภาพในห้องโดยสาร

• ระบบควบคุมรถผ่านแอปพลเิคชันโทรศัพทม์ อื ถอื

• โหมดการขับขี่: ECO/COMFORT/SPORT/CUSTOMIZE

• Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

• รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์

ระบบช่วยเหลือการขับขี่

• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน (IACC)

• ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)

• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LCC)

• ระบบช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางด้านข้าง  (LDC)

• ระบบช่วยเดือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า (FCW)

• ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ(AEB)

• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

• ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน (LKA)

• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน (ELK)

• ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSD)

• ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA)

• ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการโดนชนด้านหลัง (RCW)

• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลงั (RCTA)

• ระบบช่วยเบรกที่มุมอับสายตาขณะถอยหลงั (RCTB)

• ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนประตูขณะเปิด (SEW)

• ระบบตรวจจับป้ายจราจร (TSR)

• ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (HMA)

• ระบบเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า (SDW)

ระบบความปลอดภัย

• ถุงลมคู่หน้า

• ถุงลมด้านข้างคู่หน้า

• ม่านถุงลมด้านข้าง

• กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง

• ระบบบันทึกวิดีโอการขับขี่

มิติตัวรถ

- ความยาว x ความกว้าง x ความสูง (มิลลิเมตร) 4,750 x 1,930 x 1,625

- ระยะฐานล้อ  2,900 มิลลิเมตร

- ระยะห่างระหว่างล้อ คู่หน้า / คู่หลัง (มิลลิเมตร) 1,640 / 1,650

- ความสูงใต้ท้องรถ (มิลลิเมตร) 165

- ขนาดยาง 255/45R20

สมรรถนะ

- กำลังสูงสุด (190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า)  

- แรงบิด (320 นิวตัน-เมตร)  

- ระยะทางวิ่งแบบ NEDC (485 กิโลเมตร)  

- ประเภทแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP)

- ความจุแบตเตอรี่ (68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 

ช่วงล่าง

- ช่วงล่างหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท 

- ข่วงล่างด้านหลัง อิสระ มัลติลิงก์ แบบ H-arm วัสดุอลูมิเนียม







AVATR 11 Royal Edition

LUXURY REDEFINED

แนะนำรุ่น AVATR 11 Royal Edition

AVATR 11 Royal Edition คือการต่อยอดความหรูหราที่พัฒนาเหนือระดับจาก AVATR 11 รุ่นเดิม แรงบันดาลใจจากความสง่างามโอ่อ่าของโรงละครโอเปร่า ถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบเฉพาะของ AVATR ผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและร่วมสมัย พร้อมวัสดุสุดหรู เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราและสง่างาม แสดงสมรรถนะการขับ  รุ่นใหม่นี้ ดีไซน์ภายนอกแบบ ทูโทนเฉพาะรุ่น (Customized Bi-Color) ตกแต่งด้วยเส้นสายสีเงินสุดประณีต ภายในห้องโดยสารหรูหราด้วยหนัง Semi-Aniline Leather และเบาะหลังแบบ Executive Rear Seating Suite พร้อมระบบขับเคลื่อน Dual-Motor AWD 


1. Futuristic Design รุ่น Royal Edition ต่อยอดปรัชญาการออกแบบของ AVATR ตัวรถสีทูโทนเฉพาะรุ่น (Customized Bi-Color) เทา–ดำ พร้อมสีแพลทตินัมซิลเวอร์ที่มาแทนสีดำแบบมาตรฐาน  ตราสัญลักษณ์ Royal Edition  ล้อฟอร์จขนาด 22 นิ้ว แบบ Heptagram Starburst  ลดน้ำหนักเมื่อเทียบกับล้อทั่วไป กระจังหน้าแบบ Disc-Wing, ไฟหน้า LED รูปตัว F, ประตูไฟฟ้าอัจฉริยะ, สปอยเลอร์หลังปรับระดับอัตโนมัติ  ดีไซน์กันชนแบบ Sport Bumpering  

2. Luxury Experience  

ห้องโดยสารของ AVATR 11 Royal Edition ถ่ายทอดความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส  เพดานกำมะหยี่ Merlot Red Suede ตัดกับเบาะหนัง Rose White Semi-Aniline  พื้นที่โดยสารด้านหลัง Executive Seating Suite พร้อมเบาะ VIP 4 ที่นั่ง และที่วางแขนกลางแบบลอยตัว (Floating Armrest) รองรับฟังก์ชันนวด 8 จุด ระบบชาร์จไร้สายกำลังสูง 50W  แผงควบคุมแบบสัมผัส Zero-Gravity Seats ระบบนวด อุ่น และระบายอากาศ ทั้งเบาะหน้าและหลัง ระบบเสียง Meridian 25 ลำโพง แบบ 7.1.4, ระบบไฟ Ambient Light 256 สีแบบ Dynamic, และระบบ VORTEX Sensory Ecosystem ที่ผสานแสง เสียง และกลิ่นเข้าด้วยกัน หลังคากระจกพาโนรามา กระจกมองหลังแบบดิจิทัล และระบบน้ำหอมในรถกลิ่นพิเศษ 3 แบบ  

3. Excellent Performance  

AVATR 11 Royal Edition มาพร้อมระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive (AWD ระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะช่วยกระจายแรงขับแบบเรียลไทม์  เบรกสมรรถนะสูง Brembo Red Calipers แชสซีส์ให้ทั้งเสถียรภาพและความนุ่มนวล ช่วงล่างใช้เทคโนโลยี Magnetorheological Dampers แบบเดียวกับที่ใช้ในซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari และ Lamborghini.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/