ไปเยี่ยมอู่ "แบงค์ บ้านนา" กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE ทุกสนามคือประสบการณ์ชีวิต ที่เปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นอาชีพ

แบงค์ บ้านนา หรือ ธนาภา ศิริสมบัติ ที่เรายกให้เป็นกระบี่มือหนึ่งของเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE จาก ISUZU ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร และ 3.0 ลิตร หลายคนมาจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านนา นครนายก เพื่อให้แบงค์ช่วยดูแลรถกระบะแสนรัก เราจึงบุกอู่ของแบงค์ เพื่อไปพิสูจน์ความจริง


ในวันที่ทีมไทยรัฐออนไลน์ เดินทางไปถึง เราเห็นรถกระบะอีซูซุจำนวนมากรอให้ช่างมืออาชีพช่วยดูแลรถให้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง เพื่อให้ทุกอย่างออกมาตรงใจกับผู้ใช้งานหรือเจ้าของรถมากที่สุด

แบงค์ บ้านนา เริ่มต้นเราให้เราฟังว่า รถดีเซลที่แต่งให้แรงมักจะควันไม่ดำหรือน้อยมากที่ควันจะดำ สำหรับผมเสน่ห์ของเครื่องดีเซลคือเสียงที่เร้าใจ แต่เดิมรถกระบะดีเซลแต่งซิ่งมักถูกมองในแง่ลบจากสังคม เนื่องจากควันดำบ้าง เสียงดัง และสร้างความรบกวน แต่ปัจจุบันเรามีสนามแข่ง มีการแข่งขันด้วยกฎกติกาที่เป็นสากล เราจึงได้เห็นการแข่งขันรถกระบะแต่งซิ่งกันมากขึ้น

...


เปลี่ยนความชอบให้เป็นอาชีพ

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน แบงค์ บ้านนา เริ่มต้นจากการเป็นช่างซ่อมรถกระบะอยู่ที่ศูนย์อีซูซุ หลังเรียนจบปวส. ทำงานได้ประมาณ 4-5 ปี จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่าง แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้เริ่มแต่งรถให้เพื่อนๆ ที่บ้านด้วย

พออายุประมาณ 20-22 ปี ผมก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมามุ่งเน้นธุรกิจเกี่ยวกับการแต่งรถดีเซลโดยเฉพาะ เริ่มแรกได้นำรถที่แต่งออกไปวิ่งทดสอบ หลังถนนซึ่งในสมัยนั้นกล้องวงจรปิดบนถนนยังไม่แพร่หลาย เมื่อขับหลังถนนไปสักระยะหนึ่งผมตระหนักถึงอันตรายของการขับรถในลักษณะแบบนี้ ประกอบกับการกวดขันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจย้ายเข้าสู่สนามแข่งอย่างเต็มตัว


"ผมเริ่มต้นด้วยการไม่มีนายทุน ใช้ทุนส่วนตัวและเงินที่ได้จากการแข่งขันไปพัฒนารถและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถกระบะ พอมีชื่อเสียงจากการแข่งรถ ก็ได้เริ่มผลิตและขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนรถแข่งของตัวเอง เช่น แคมและไส้ปั๊ม ให้กับอู่ต่างๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งขัน ความสำเร็จในการแข่งขันและการขายผลิตภัณฑ์ทำให้มีทุนในการสร้างรถแข่งคันใหม่ๆ รวมถึงการขยายกิจการอู่ทำรถด้วย"


จากหลังถนนสู่สนามแข่งตามกฎกติกาสากล

แบงค์เริ่มต้นจากการแข่งขันในระดับภูธร ทั้งระยะ 201 เมตร และ 402 เมตร พออายุประมาณ 25-26 ปีก็ได้เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันในรายการใหญ่ระดับประเทศ เช่น สนามบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการแข่งขันเฉพาะทางตรง ทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น

แบงก์ บอกว่า ในอดีตรถกระบะดีเซลแต่งซิ่งมักถูกมองในแง่ลบจากสังคม เนื่องจากควันดำบ้าง เสียงดังบ้าง และสร้างความรบกวน แต่ปัจจุบันสนามแข่งมีการจัดกิจกรรมให้รถหลังถนนมาวิ่งทดสอบกันเองในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น ที่สำคัญมีกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั่วประเทศทำให้การแข่งรถหลังถนนแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกคนจึงหันมาใช้สนามแข่งแทน

...


ขณะเดียวกันผมมองว่าระบบความปลอดภัยในการแข่งขันนี่สำคัญมาก และปัจจุบันก็พัฒนาไปไกลมาก จากอดีตที่รถบ้านไม่มีโรลบาร์ ปัจจุบันรถแข่งโปรมีอุปกรณ์เซฟตี้ครบครัน เช่น ชุดแข่ง เข็มขัดนิรภัย โรลบาร์ ถังดับเพลิง และมีการตรวจสอบสภาพรถอย่างเข้มงวดก่อนการแข่งขัน

"ความปลอดภัยสำหรับผู้ชมในสนามก็เพิ่มขึ้น มีการจัดโซนที่นั่งที่มีตาข่ายกั้นเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย ผมก็อยากเชิญชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะดีเซลแต่งซิ่ง หันมาใช้สนามแข่งแทนการขับหลังถนน เพราะปลอดภัยกว่าและถูกกฎหมายตามหลักสากล"

...



Drag Racing กับแบงค์ บ้านนา

การแข่งขันรถแดร็ก หรือ Drag Racing นั้นแบงค์มองว่า การแข่งขันนี้ไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันที่พัฒนาที่ตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์แต่งซิ่งและการจัดการแข่งขันอีกด้วย

โดยการแข่งขัน Drag Racing จะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักใหญ่ๆ

Qualify (บันทึกสถิติ): เน้นการทำเวลาที่ดีที่สุด และไม่มีการชิงไฟออกตัว

Battle (ชิงไฟ) : เป็นการแข่งขันแบบตัวต่อตัวที่ต้องอาศัยความแม่นยำในการออกตัวให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นจุดตัดสินแพ้ชนะ


สำหรับค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน Drag Racing โดยเฉพาะรถแข่งระดับโปร 1 คัน อาจมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายในการขึ้นโพเดียม ส่วนรถบ้านๆ ที่นำมาแต่งเพื่อแข่งอาจจะใช้งบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000-300,000 บาทก็สามารถทำเวลาได้ดีในระดับหนึ่ง

พบกับคลิปสัมภาษณ์ แบงค์ บ้านนา ตัวเต็มได้ในรายการไทยรัฐยานยนต์ เร็วๆ นี้

...