แบรนด์ที่ใช้ความอ่อนเยาว์เป็นจุดขายอย่าง MINI เดินหน้าปรับแต่งรถ hothatch ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ John Cooper Works ด้วยการนำเสนอรถแฮทช์แบ็กสองรุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์จักรยานยนต์อย่าง Deus Ex Machina MINI ทั้งสองรุ่น ใช้ชื่อว่า Machina และ Skeg ซึ่งเป็นการสื่อให้เห็นถึงความร่วมมือและสะท้อนถึงดีเอ็นเอแห่งการแข่งรถของ MINI ด้วยตัวถังตกแต่งพิเศษ ห้องโดยสารออกแบบใหม่ สำหรับ MINI Machina จะใช้ระบบขับเคลื่อนสันดาปภายใน และ Skeg ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า
...
...
...
MINI Machina และ Skeg พัฒนาต่อยอดจาก JCW รุ่นเชื้อเพลิง และ JCW Electric รุ่นมอเตอร์ขับหน้า โดยแต่ละรุ่น มีการปรับแต่งใหม่ด้วยสไตล์เฉพาะตัว MINI Machina ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ส่วน MINI Skeg เน้นไลฟ์สไตล์แบบชิลๆ โดยได้แรงบันดาลใจจากบอร์ดเซิร์ฟ จุดที่เชื่อมโยงMINI ทั้งสองรุ่นเข้าด้วยกันคือกราฟิกบนหลังคาจากแบรนด์ Deus และการตกแต่งด้วยสติ้กเกอร์แบบไม่สมมาตรเพื่อทำให้รถเล็กของอังกฤษที่มีเจ้าของเป็นเยอรมันมีความโดดเด่นสะดุดตา
...
MINI Machina รถแฮทช์แบ็กรุ่นใหม่ คาดตัวถังด้วยสีแดง ขาว และดำ บังโคลนหน้าขยายใหญ่ขึ้น ไฟสปอร์ตไลท์สไตล์เรโทรบนฝากระโปรง กระจังหน้าสั่งทำพิเศษ ปีกหลังแบบรถแข่ง Can-Am และดิฟฟิวเซอร์ที่ใหญ่ขึ้น ไฟหน้ายังใช้แถบไฟ LED แทนกราฟิกปกติ ทำให้มีพื้นที่สำหรับติดตั้งช่องรับอากาศ
ภายใน ถอดแบบจากรถแข่ง เบาะนั่งแบบเรซซิ่ง พร้อมสายรัด 5 จุด พวงมาลัย 3 ก้าน แผ่นพื้นอะลูมิเนียม และโรลเคจ JCW รุ่นปรับแต่งพิเศษคันนี้ มาพร้อมกับเบรกมือแบบไฮดรอลิกกลไกแบบดั้งเดิมที่แฟนคลับโหยหา สวิตช์ จำนวนมากบนคอนโซลกลางแยกการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ทำให้ใช้งานง่ายกว่าการยัดเอาทั้งหมดไปไว้ในเมนูบนหน้าจอสัมผัสทรงกลม
ส่วน MINI Skeg ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ใช้แนวทางการตกแต่งภายนอกภายใน แตกต่าจาก MINI Machina โดยเปลี่ยนจากความหยาบกร้านดุร้ายในสนามแข่ง มาเป็นความหรูหราแบบชายฝั่งตะวันตก ลวดลายกราฟิกสีเงิน ดำ และเหลือง แผงไฟเบอร์กลาส สื่อถึงโครงสร้างของกระดานโต้คลื่น กระจังหน้าเรืองแสง ช่องเจาะรูปวงกลมเจ็ดช่องตามพื้น บังโคลนไฟเบอร์กลาสโปร่งแสงขนาดใหญ่ ลดน้ำหนักลงได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์จากของเดิม ล้อแนวรถแข่ง, แผงดิฟฟิวเซอร์สีเหลือง สปอยเลอร์ Flex Tip Surf Spoiler ขนาดมหึมาบนหลังคา
งานตกแต่งภายในของ MINI Skeg จัดแผงไฟเบอร์กลาสแบบกึ่งโปร่งแสง ถังน้ำสำหรับรถแข่งสองใบที่หุ้มด้วยวัสดุนีโอพรีน, สายรัดแทนมือจับที่เปิดประตู บอร์ดโต้คลื่นด้านหลังบนหลังคาไฟเบอร์กลาส ยึดด้วยสายรัดสีเหลืองสองเส้น มีการเพิ่มถาดไฟเบอร์กลาสสำหรับใส่ชุดเว็ทสูทเข้าไปด้วยเพื่อให้มันดูเท่และสมจริง
MINI Machina และ MINI Skeg ใช้ระบบส่งกำลังของ JCW ทั้งสันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า MINI Machina วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ ความจุ 2.0 ลิตร กำลัง 228 แรงม้า (170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า) แรงบิด 380 นิวตันเมตร ส่วน MINI Skeg ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลัง 255 แรงม้า (190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า) แรงบิด 350 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่น ใช้แชสซีส์ของ John Cooper Works โดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติมอะไรให้มากเรื่องเพราะแชสซีของ JCW ทำออกมาดีแล้ว
MINI Machina และ MINI Skeg พร้อมชุดเสื้อผ้า Mini x Deus Ex Machina จะเปิดตัวในวันที่ 8 กันยายน 2025 ในงาน IAA Mobility Show ที่เมืองมิวนิก เสื้อผ้าแนวๆ ของวัยรุ่น จะวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายของ Deus Ex Machina.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://
www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/