ฟอร์ด ประเทศไทย เผย เจ้าของสวนทุเรียนเมืองจันทร์ชอบ Ford Ranger Raptor ยอดขายดีเป็นพิเศษ

นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย หรือ Ford กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินธุรกิจในเมืองไทยเมื่อ 29 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ฟอร์ดได้ส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 803,352 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568) เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค

ที่สำคัญที่ผ่านมาในประเทศไทย ฟอร์ดมีรถยนต์ 2 รุ่นหลักที่ทำตลาด คือ รถกระบะ Ford Ranger และ Ford Everest รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ซึ่ง Ford ยังคงรักษาตำแหน่งอยู่ใน 3 อันดับแรกของทั้งสองเซกเมนต์อย่างเหนียวแน่น แม้มีผลิตภัณฑ์หลักเพียง 2 รุ่นก็ตาม


ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี ระหว่างปี 2564-2568 เราพบข้อมูลที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ดังนี้

- สีดำเป็นสีที่ลูกค้าฟอร์ดในไทยนิยมมากที่สุดเพราะสะท้อนภาพลักษณ์ความเท่ แกร่ง และความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน แต่ในรุ่น Ranger Raptor สีส้ม (Phone Orange) เป็นที่นิยมมาก

...

- กลุ่มลูกค้า Ford กว่าครึ่งมีอายุระหว่าง 30-50 ปี

- สัดส่วนผู้ชายกับผู้หญิงในการซื้อรถ Ford อยู่ที่ประมาณ 60:40 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกัน และทำลายภาพจำแบบเดิม ๆ ว่ารถฟอร์ดมีแต่ผู้ชายขับเท่านั้น


- ลูกค้าฟอร์ดประกอบอาชีพหลัก ได้แก่ เจ้าของธุรกิจ พนักงานบริษัทเอกชน และเกษตรกร

- จังหวัดที่มีผู้ซื้อ Ford มากที่สุด 5 อันดับแรก กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, ขอนแก่น

- Ford Everest เป็นอันดับ 1 ในเซกเมนต์ PPV ในภูเก็ต (จากลูกค้าชาวต่างชาติที่ชื่นชอบสมรรถนะ)

- Ford Ranger Raptor ขายดีเป็นพิเศษในจันทบุรี และเป็น "รถในฝัน" ของเจ้าของสวนทุเรียนที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตที่ต้องการสมรรถนะสูง

นายเมธัส กล่าวอีกว่า สำหรับการผลิต โรงงานทั้งสองแห่งของฟอร์ดที่จังหวัดระยอง ทั้งฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง และออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ผลิตรถยนต์รวมแล้วกว่า 3.2 ล้านคัน หากนำมาจอดเรียงต่อกัน จะทอดยาวเป็นระยะทางจากระยองข้ามทวีปไปถึงชายฝั่งตะวันออกของประเทศแคนาดาเลยทีเดียว และด้วยกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ทุก ๆ 2 นาที จะมีรถฟอร์ดคันใหม่หนึ่งคันออกจากสายการผลิต พร้อมส่งมอบถึงมือลูกค้า เร็วกว่าเวลาที่ใช้ดริปกาแฟตอนเช้าเสียอีก


ล่าสุดฟอร์ดได้ทำศูนย์กระจายอะไหล่แห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 40,000 ตารางเมตร เทียบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐาน 5.6 สนาม พร้อมคลังอะไหล่สำรองกว่า 4.3 ล้านชิ้น เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจได้ว่ารถฟอร์ดทุกคันจะได้รับการดูแลและพร้อมลุยในทุกเส้นทางอีกด้วย

สำหรับเป้าหมายในปีหน้า Ford ตั้งเป้าที่จะรักษา Market Share ในปีนี้ และคาดการณ์การเติบโตมากขึ้นในปีหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น Ranger Super Duty

โดย Ford เชื่อว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง จึงต้องคอยติดตามเทรนด์และปรับกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกัน เช่น การใช้ข้อมูลจาก Google ในการวิเคราะห์เทรนด์ Cross-Shop ของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกและในประเทศที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็ว เช่น การลดลงของ Brand Loyalty และการเป็น Deal Hunter มากขึ้น และการแข่งขันจากคู่แข่งใหม่ ๆ ในตลาด ซึ่ง Ford มุ่งมั่นที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับปัจจัยภายนอกเหล่านี้