ยอดขายรถยนต์ 2568 ครึ่งปีแรกแตะ 302,694 คัน Toyota ยังแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่ง ทำยอดรวมอยู่ที่ 113,889 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 37.6%
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด หรือ Toyota เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายรถยนต์ 6 เดือนแรกของปี 2568 ตลาดมียอดขายอยู่ที่ 302,694 คัน ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ยอดขายรถยนต์นั่ง อยู่ที่ 117,482 คัน ลดลง 1.5%
- ยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ อยู่ที่ 185,212 คัน ลดลง 1.8%
- ยอดขายรถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 94,715 คัน ลดลง 12.7%
ส่วนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: xEV) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 68 มียอดขายทั้งหมด 132,493 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.8% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งเติบโตขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยรายละเอียดดังนี้
- ยอดขายรถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) อยู่ที่ 67,202 คัน ซึ่งยอดขายรวมอยู่ในระดับเดียวกันกับปีที่แล้ว
...
- ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี (Battery Electric Vehicle : BEV) อยู่ที่ 56,529 คัน เติบโตขึ้น 54.5 %
โตโยต้ากวาดยอดขายรถ 6 เดือนแรกของปี 68 แตะ 113,889 คัน
นายศุภกร กล่าวอีกว่า ในครึ่งปีแรกนี้ โตโยต้ามียอดขายรถยนต์รวมที่ 113,889 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 37.6% โดยเฉพาะตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up + รถกระบะดัดแปลง PPV) มียอดขายรวมอยู่ที่ 42,430 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์เซกเมนต์นี้ถึง 44.8%
สำหรับยอดขายรถยนต์นั่งอยู่ที่ 39,644 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 33.7% อีกทั้งโตโยต้ายังมียอดขายรถยนต์ไฮบริดถึง 31,793 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 24% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ในกลุ่มตลาด xEV ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครึ่งปีแรก 2568 เริ่มส่งสัญญาณมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขยอดขายรวมครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ 302,694 คัน หรือลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 1.7% เมื่อเทียบกับปี 2567 โตโยต้ายังคงคาดการณ์ระดับตลาดในปี 2568 ที่ระดับ 600,000 คัน
สำหรับ Toyota เราตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 231,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5% สร้างส่วนแบ่งทางการตลาด เท่ากับ 38.5% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด โดยในครึ่งปีหลัง โตโยต้ามีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น ทั้งในกลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงตลาด xEV ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย เพื่อร่วมส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน
ยอดขายรถยนต์ 6 เดือนแรกของปี 68 ยอดขายรวมอยู่ที่ 302,694 คัน ลดลง 1.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า ยอดขายรวมอยู่ที่ 113,889 คัน ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ ยอดขายรวมอยู่ที่ 37,506 คัน ส่วนแบ่งตลาด 12.4%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า ยอดขายรวมอยู่ที่ 35,355 คัน ส่วนแบ่งตลาด 11.7%
ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 117,482 คัน ลดลง 1.5%
อันดับที่ 1 โตโยต้า ยอดขาย 39,644 คัน เพิ่มขึ้น 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า ยอดขาย 19,672 คัน ลดลง 20.1% ส่วนแบ่งตลาด 16.7%
...
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ ยอดขาย 5,915 คัน ลดลง 40.2% ส่วนแบ่งตลาด 5%
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 185,212 คัน ลดลง 1.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 74,245 คัน ลดลง 10.6% ส่วนแบ่งตลาด 40.1%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 37,506 คัน ลดลง 18.9% ส่วนแบ่งตลาด 20.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 15,683 คัน เพิ่มขึ้น 16.9% ส่วนแบ่งตลาด 8.5%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 94,715 คัน ลดลง 12.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 42,430 คัน ลดลง 14.6% ส่วนแบ่งตลาด 44.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 32,804 คัน ลดลง 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 9,400 คัน ลดลง 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 9.9%
...
ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 20,714 คัน
โตโยต้า 7,294 คัน, อีซูซุ 6,183 คัน, ฟอร์ด 3,717 คัน, มิตซูบิชิ 888 คัน และนิสสัน 269 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 73,995 คัน ลดลง 17.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 35,136 คัน ลดลง 17.7% ส่วนแบ่งตลาด 47.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 26,621 คัน ลดลง 23.2% ส่วนแบ่งตลาด 36%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 5,683 คัน ลดลง 19% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%
ยอดขายรถยนต์เดือน มิ.ย. 68
ส่วนภาพรวมยอดขายรถยนต์ในเดือนมิ.ย. 68 นั้นตลาดทำยอดขายอยู่ที่ 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 9.4% ด้วยยอดขาย 19,397 คัน ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 2.5% ด้วยยอดขาย 30,682 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2%
ส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 21,915 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.7% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดขายรถยนต์ HEV เติบโตขึ้น 11.6% ด้วยยอดขาย 11,034 คัน ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ BEV อยู่ที่ 9,743 คัน เพิ่มขึ้น 59.9%
...
ทั้งนี้ นายศุภกร คาดการณ์ว่า ตลาดรถยนต์ในเดือนก.ค. 68 มีแนวโน้มทรงตัว หรือลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงฟื้นตัวช้า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนอาจลดหรือชะลอการลงทุนและการใช้จ่ายออกไป เพื่อรอความชัดเจนด้านต่างๆ จากสถานการณ์ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ค้า รวมถึงความไม่แน่นอนระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา