คนทั่วไปมักเข้าใจว่ายางรถยนต์นั้นเหมือนกันหมด เพราะยางรถยนต์นั้นก็เหมือนโดนัท 4 ชิ้นที่มุมทั้งสี่ของรถแค่นั้น แต่จริงๆแล้ว เรื่องของยาง ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในการใช้รถยนต์ ยางต้องรองรับการบดลงไปบนผิวถนนที่แตกต่างกัน เมื่อยางทำงานร่วมกับเบรก ก็ต้องสามารถที่จะหยุดรถในระยะกระชั้นชิดได้เพื่อความปลอดภัย ยางต้องทำงานร่วมกับช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว เพื่อสร้างแรงยึดเกาะและถ่ายเทแกนของรถให้มีความสมดุลสูงสุดเมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง  ในความจริง ยางรถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดว่ารถยนต์จะปลอดภัย แม่นยำ ประหยัดน้ำมัน และนุ่มนวลขนาดไหน เมื่อขับบนถนนสาธารณะ หรือแม้แต่ขับในสนามแข่ง 

ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำอย่างคอนติเนนทอล ไทรส์ จึงทุ่มเงินหลายล้านเหรียญเพื่อการวิจัยและพัฒนา ออกแบบ ทดสอบ และผลิตยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับรูปแบบของรถ สร้างแรวยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น โดยไม่สูญเสีย ความนุ่มนวลและความทนทาน

เขียนถึงเรื่องยางทุกครั้ง ผมจะพาดหัวก่อนว่า ยางคือชีวิต แต่คนทั่วไปมักเข้าใจว่ายางรถยนต์นั้นเหมือนกันหมด เพราะยางก็เหมือนโดนัท 4 ชิ้นที่มุมทั้งสี่ของรถแค่นั้นเอง คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับยางน้อยเกินไป ทั้งๆที่ยางเป็นอุปกรณ์ในระบบขับเคลื่อนที่มีความสำคัญอยู่ในลำดับต้นๆ ของการใช้ยานพาหนะ  จริงๆแล้ว เรื่องของยาง ถือเป็นหัวใจในการใช้รถยนต์ ยางต้องรองรับน้ำหนักของรถทั้งคัน ยิ่งเป็นเอสยูวีไฟฟ้าคันโต น้ำหนักมวลรวมอาจทะลุ 2.5 ตัน ซึ่ง โคตรจะหนัก คิดดูเอาเองว่ายางจะต้องเจอหรือรับกับภารกรรมหนักหนาสาหัสแค่ไหน?

...

การบดลงไปบนผิวถนนที่แตกต่างกัน ด้วยความเร็วขึ้นๆ ลงๆ สภาพอากาศ อุณหภูมิ เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อสมรรถนะของยางเมื่อยางทำงานร่วมกับเบรก  ต้องสามารถ หยุดรถในระยะกระชั้นชิดได้เพื่อความปลอดภัย ยางต้องทำงานร่วมกับช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว เพื่อสร้างแรงยึดเกาะและถ่ายเทแกนของรถให้มีความสมดุลสูงสุดเมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง 

ในความเป็นจริง ยางรถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดว่ารถยนต์จะปลอดภัย แม่นยำ ประหยัดน้ำมัน และนุ่มนวลขนาดไหน เมื่อขับบนถนนสาธารณะ หรือแม้แต่ขับในสนามแข่ง ด้วยสาเหตุที่มีความสำคัญของการเลือกใช้งานยางรถยนต์ ผู้ผลิตยาง ชั้นนำอย่างคอนติเนนทอล ไทรส์ จึงทุ่มเงินหลายล้านเหรียญเพื่อการวิจัยและพัฒนา ออกแบบ ทดสอบ และผลิตยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับรูปแบบของรถ สร้างแรงยึดเกาะถนนให้ดีขึ้น โดยไม่สูญเสีย ความนุ่มนวลและความทนทานการผลิตยางที่เน้นที่เกณฑ์ประสิทธิภาพเพียงเกณฑ์เดียว เช่น ยางสำหรับการแข่งขันในสนามแข่งหรือยางสำหรับรถออฟโรด ทำได้ง่ายกว่าการผลิตยางที่สามารถทำได้ทุกอย่างและยังมีราคาไม่แพง แต่ Continental ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ด้วยการคิดค้นและพัฒนายางรุ่นใหม่อย่าง Continental UltraContact UX7จากการศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Continental Tyre   ได้เปิดตัวยางรุ่น Generation 8 รุ่นแรกอย่าง Continental UltraContact UX7 ซึ่งเป็นยางทัวร์ริ่งเอสยูวี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย  เน้นที่ความสบาย การเก็บเสียง ประสิทธิภาพการขับขี่ ความนุ่มนวล และความทนทาน 

...

จากข้อมูลเบื้องต้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง รุ่น UltraContact ถือเป็นยางระดับกลางถึงสูงของ Continental  ประกอบด้วย: Continental ComfortContact – สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เน้นความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และเงียบ Continental UltraContact – สำหรับรถยนต์ขนาดกลางและ SUV ยางทัวร์ริ่งที่ให้ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความสบาย และความประณีต และความทนทาน Continental MaxContact – สำหรับรถยนต์ระดับผู้บริหารและระดับสมรรถนะสูง นำเสนอยางสมรรถนะสูงที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน UltraContact UX7 ออกแบบเพื่อรองรับลักษณะการใช้งานของรถเอสยูวีที่มีน้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ด้วยโครงสร้าง Robust360 ที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ผสานเนื้อยางสูตร Adaptive Diamond Compound และเทคโนโลยี X-Force Macroblocks ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนน เสริมการควบคุม และลดระยะเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก 


นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Aqua Channel และ Noisebreaker 3.0 เพื่อช่วยระบายน้ำและลดเสียงรบกวนระหว่างขับขี่ UltraContact UX7 มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ในขนาดตั้งแต่ 15 ถึง 22 นิ้ว รองรับรถครอสโอเวอร์เอสยูวีขนาดกลางไปจนถึงเอสยูวีระดับลักชัวรี่ยาง UltraContact UX7 ได้รับการพัฒนาจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง UltraContact UC6 (เปิดตัวในปี 2559) ด้วยเทคโนโลยี SUV Confidence+ โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการยึดเกาะบนถนนเปียก ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การเบรก และการควบคุมรถให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  
Diamond Compound
Noise Breaker 3.0
Aqua Channel Advanced



เริ่มจาก Diamond Compound สูตร Diamond Compound ในยาง UltraContact UX7 ช่วยเพิ่มการแปลงพลังงานจลน์เป็นความร้อน ทำให้ยางสามารถดูดซับแรงกระแทกบนท้องถนนได้ดีขึ้น  ส่งผลให้ระยะเบรกสั้นลงแม้จะอยู่บนถนนเปียก นอกจากนี้ Diamond Compound ยังช่วยลดเสียงรบกวนขณะที่บดลงไปบนผิวถนนทั้งยางมะตอย หรือปูนซีเมนท์ ข้อดีของ Diamond Compound คือความทนทาน เครือข่ายโพลีเมอร์ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมช่วยให้ทนทานต่อการสึกหรอโดยไม่แข็งเกินไป ทำให้ดอกยางมีอายุการใช้งานยาวนานจากการทดสอบภายในของ Continental พบว่า ยางเอสยูวี UX7  สามารถใช้งานได้ยาวนานประมาณ 40,000 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยี Diamond Compound การออกแบบดอกยางที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น  


Noise Breaker 3.0 เสียงจากยางจะเกิดขึ้นเมื่อเกลียวยางและขอบยางกระทบกับพื้นถนน ทำให้เกิดคลื่นเสียงใต้และรอบๆ ยาง เพื่อลดเสียงรบกวนดังกล่าว Noise Breaker 3.0 ของ UltracContact UX7 จะทำงานเพื่อทำลายคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจากการกระทบกับผิวถนน ในขณะที่เคลื่อนที่ผ่านร่องยาง การออกแบบร่องยางที่แตกต่างจากยางทั่วไป ช่วยแยกคลื่นเสียงที่เกิดขึ้น  ช่วยลดเสียงรบกวนจากการสะสมรอบๆ ยางเพื่อไม่ให้เข้าไปรบกวนความเงียบในห้องโดยสารของรถยนต์ไฟฟ้า EQE SUV

...




Aqua Channel Advanced ประเทศไทย มีที่ตั้งอยู่ในเขตมรสุม มีฝนตกเป็นประจำ สมรรถนะบนถนนเปียกของยางที่เลือกใช้ จึงมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยที่อาจหมายถึงชีวิตของคุณและครอบครัว การปรับปรุงของ UltraContact UX7  ด้วยคุณสมบัติ Aqua Channel Advanced ร่องยางที่ออกแบบมาเฉพาะบริเวณกึ่งกลางของรูปแบบยางจะระบายหรือรีดน้ำออกไปยังร่องกลางที่ใหญ่กว่าของยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยป้องกันการสะสมของน้ำที่อาจทำให้เกิดการเหินน้ำ ร่องกลางของ UX7 นั้นมีคุณลักษณะที่เรียกว่า 'Flow X-celerators' ซึ่งเป็นร่องตามยาวแคบที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการไหลของน้ำผ่านร่องยาง เพื่อปรับปรุงการสัมผัสพื้นผิวระหว่างยางกับถนน 


...

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับการขับบนถนนที่เปียกชื้น ไม่เกิน 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ร่วมกับการรีดน้ำของเทคโนโลยีใหม่ในลายดอกยาง จะช่วยสร้างความปลอดภัยในขณะที่ขับขี่ท่ามกลางสายฝนได้ดีกว่าการขับเร็วๆ แล้วเหินน้ำจนทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง ยาง Continental UltraContact UX7 ผลิตในประเทศ ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสภาพการขับขี่และสภาพอากาศในภูมิภาคอาเซียน ยาง UX7 มีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ล้อขอบ 15 นิ้ว ไปจนถึงล้อใหญ่ยักษ์ของเอสยูวีเยอรมันขอบ 22 นิ้ว รองรับทั้งรถยนต์ซาลูนขนาดใหญ่ รถ SUV 6-7 ที่นั่ง และรถอเนกประสงค์ MPV รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นที่จำหน่ายในไทย รวมถึงยานยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าที่มีน้ำหนักตัวรถกว่า 2.3-2.5 ตัน



มาถึงสถานีทดสอบความเร็วแบบเต็มรอบ Continental อ้างเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ SportContact 7 ใหม่เมื่อเปิดตัวยางสปอร์ตรุ่นเรือธงนี้เมื่อปลายปี 2022  เปรียบเทียบกับ SportContact 6 ผู้เชี่ยวชาญของ Continental กล่าวว่า SportContact 7 ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น  ในการขับขี่ทั้งบนถนนเปียกและแห้ง


 สนามทดสอบซึ่งใช้สนามพีระ เซอร์กิต เพื่อโชว์ประสิทธิภาพการปรับปรุงที่มีความสำคัญ เทียบกับ SportContact 6  โดยเฉพาะในการขับขี่บนถนนเปียก  แน่นอนว่ายางใหม่นั้นดีกว่ารุ่นก่อน และก็เป็นเช่นนั้นเสมอจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง  ยางทั้งหมดที่อยู่ในรถทดสอบ CLS 220d และ AMG CLS 53 มีขนาด 255/35ZR20 ที่ล้อหน้า และ  275/30ZR20 XL ที่ล้อหลัวซึ่งระบุค่าพิกัดยางตามมาตรฐานเอาไว้ สำหรับการเบรกบนถนนเปียก (WG) และความประหยัดน้ำมัน (RR) A ถือเป็นค่าที่ดีที่สุด และสำหรับเสียงที่ดังจากการขับเคลื่อนบนยางแก้มเตี้ยนั้นยิ่งน้อยก็ยิ่งดี  


ประสิทธิภาพในการขับขี่บนแทรคที่แห้งสนิท มีอุณหภูมิผิวพื้นเฉลี่ย 47 องศา  ประเมินจากส่วนหนึ่งของสนามทดสอบการควบคุมรถในพีระเซอร์กิต ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นสนามความเร็วต่ำที่ไม่ให้อภัยต่อความผิดพลาดทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากความเร็ว พีระ มีโค้งยาว โค้งหักศอก เนินที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับความสูง รวมถึงการเบรกที่ความเร็วสูง 120 กม./ชม.  SportContact 7 ทำได้ดี โดยเฉพาะการวิ่งเต็มรอบสนามด้วยสปีดความเร็วที่มากกว่าปกติ การยึดเกาะในโค้ง 100R แก้มยางที่ดูเหมือนจะนิ่มตามสไตล์ของ Continental แต่อาการบิดตัวของแก้มยางไม่มาก ทำให้การมุดเข้าออกโค้งมุมแคบในพีระเต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น 


ใน CLS220d AMG และ CLS53 4Matic+  แน่นอนว่ายางรุ่นใหม่มักมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นเดิม แต่ช่องว่างระหว่างยางใหม่กับยางรุ่นเก่านั้นน้อยมาก จนหลายๆ รุ่นที่เปิดตัวใหม่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ไม่เหมือนกับ  SportContact 7 ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อเปรียบเทียบยางรุ่นเก่าอย่าง SportContact 6 ที่อยู่ในรถทดสอบ Audi Q8 TFSIe Quattro S Line Edition one กับรุ่นใหม่  ก็รู้ว่าทำไม Continental จึงค้นพบสิ่งที่แตกต่างอย่างแท้จริงจากยางรุ่นใหม่ แม้แต่สื่อที่ไม่ใส่ใจกับการจับอาการของรถก็ยังสัมผัสได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นขณะขับเข้าโค้ง

Continental SC7 ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและแม่นยำ เกาะถนนดี เปลี่ยนทิศทางได้อย่างมั่นใจ  เข้าโค้งได้เนียนทุกโค้ง ส่วนหน้ายางหลังที่ลื่นออกด้านนอกเมื่อถึงขีดจำกัด ก็แค่ลดคันเร่งลงเล็กน้อย  ส่วนโค้งที่เร็วที่สุดยาง  SportContact 7  รุ่นนี้ก็ยังทำให้รถมีความสมดุล (เมื่อทำงานร่วมกับช่วงล่าง)  การจับเวลาต่อรอบอาจเสี่ยงเกินไปในพีระ แค่ขับเร็วในรอบท้ายๆ ก็สามารถรับรู้ได้เลยว่า SportContact 7 มีประสิทธิภาพสูสีกับ Pilot Sport 5 หรือแม้แต่ Potenza S007A 

Continental SportContact 7  รับมือกับการกระแทกที่ทั้งยืดและยุบตัวได้ดีในผิวแทรคสุดคลาสสิกของพีระเซอร์กิตซึ่งไม่ค่อยจะเรียบเท่าที่ควร ยางและช่วงล่าง ช่วยลดแรงกระแทกและเสียงที่เกิดจากการอัดอย่างหนักหน่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการบังคับทิศทางได้ดี (แม้จะโดนรถครูฝึกคันนำทิ้งห่างไปไกลลิบ) ยางเลี้ยวได้อย่างตรงไปตรงมา และไม่มีเสียงดังมากนั้นเมื่อขับด้วยความเร็วประมาณ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  เสียงรบกวนในย่านความเร็วสูงโดนกลบด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบใน CLS53 สำหรับเรื่องเสียงของยางในย่านความเร็วสูงก็มีบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติทั่วไปของยางสปอร์ตแก้มเตี้ย จะให้เงียบแบบยางบ้านๆคงยาก บนพื้นผิวที่หยาบ หรือขับผ่านเอเปค มันเหมือนคุณกำลังขับทับหรือปีนฝาปิดท่อระบายน้ำที่มีขอบสูง!! 

 









Continental MaxContact MC7
การทดสอบการควบคุมรถบนถนนเปียกนั้นเป็นการทดสอบแบบแปลกประหลาด เจ้าหน้าที่ของ Mercedes-Benz Thailand เป็นกลุ่มบุลคลที่มีความคิดในการทดสอบบนสนามแข่งแปลกแยกและแตกต่างไปจากแบรนด์เยอรมันอื่นๆอย่างชัดเจน สนานีขับบนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น แถมยังเอายางที่สร้างอาการลื่นไถล มาใส่ไว้ในล้อหลัง เพื่อโชว์การยึดเกาะของล้อหน้า เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ควบคุมรถกันอย่างเต็มที่ สถานีถนนลื่นนี้ ใช้รถทดสอบ Mercedes-Benz new C-Class C220d AMG Dynamic  จัดขึ้นเพื่อทดสอบความสามารถของยาง MC7 โดยเฉพาะ เ ขณะเข้าและออกจากไพล่อนในย่านความเร็วต่ำ บนผิวแทรคที่ปกคลุมด้วยน้ำ และผลลัพธ์ก็สม่ำเสมอตลอดการทดสอบยาง MaxContact MC7 ที่ล้อหน้า กับระบบรักษาเสถียรภาพของ Mercedes ช่วยทำให้ล้อหน้ายึดเกาะถนนได้ดีเมื่อหักเข้าสู่ไพล่อนเร็วๆ หากใช้คันเร่งแบบไม่ระวัง ก็จะเกิดอาการท้ายปัดขึ้นทันที ซึ่งคาดเดาได้และควบคุมได้ง่าย 

 สรุป 

UltraContact UX7 
ยางรุ่นใหม่ล่าสุดจากคอนติเนนทอลที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถเอสยูวีโดยเฉพาะ โดยเน้นตอบโจทย์ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัย ความทนทาน และความเงียบในการขับขี่ มาพร้อมเทคโนโลยี SUV Confidence+ ที่ออกแบบเพื่อรองรับลักษณะการใช้งานของรถเอสยูวีที่มีน้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ด้วยโครงสร้าง Robust360 ที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ผสานเนื้อยางสูตร Adaptive Diamond Compound และเทคโนโลยี X-Force Macroblocks ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนน เสริมการควบคุม และลดระยะเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Aqua Channel และ Noisebreaker 3.0 เพื่อช่วยระบายน้ำและลดเสียงรบกวนระหว่างขับขี่ มอบประสบการณ์ที่เงียบสบาย และมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง โดย UltraContact UX7 มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ในขนาดตั้งแต่ 15 ถึง 22 นิ้ว รองรับรถครอสโอเวอร์เอสยูวีขนาดกลางไปจนถึงเอสยูวีระดับลักชัวรี่

SportContact 7 
ยางสปอร์ตระดับพรีเมียมจากคอนติเนนทอลที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สายสปอร์ตเน้นสมรรถนะสูง ผ่านการรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำหลายแบรนด์ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ 3 ด้าน ได้แก่ Adaptive Pattern ที่ช่วยปรับหน้ายางให้เหมาะกับทั้งสภาพถนนแห้งและถนนเปียก แม้ในความเร็วสูง, เทคโนโลยี Harmonized BlackChili ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ได้ระยะทางการขับขี่ได้ไกลกว่าที่เคย พร้อมยืดอายุการใช้งานของยางได้ดีกว่าเดิม, และ Force Clustering ที่ปรับแต่งโครงสร้างยางให้รองรับรถในกลุ่ม Ultra Ultra High Performance อย่างเหมาะสมในแต่ละรุ่น

MaxContact MC7 
ยางสปอร์ตสมรรถนะสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม Sport+ Technology ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวเอเชียที่ต้องการความเร้าใจและความสนุกในการขับขี่ทุกวัน โดยโดดเด่นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การยึดเกาะและการควบคุมที่แม่นยำ การเบรกที่สั้นลงทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก และการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร มาพร้อมเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Cornering Macro-blocks และ Stabilizer Bar ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าโค้ง, ReFlex Compound ช่วยให้การควบคุมแม่นยำและระยะเบรกสั้นลง รวมถึง Noise Breaker 3.0 ช่วยลดเสียงรบกวน ทำให้ MaxContact MC7 เป็นยางที่ผสานทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความสบายได้อย่างลงตัว

 ยางทั้งสามรุ่น ได้แก่ UltraContact UX7, SportContact 7 และ MaxContact MC7  ออกแบบมาให้รองรับการติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับยางรุ่นต่าง ๆ ของคอนติเนนทอลได้ที่ Tyres | Continental tyres วางจำหน่ายผ่านร้านตัวแทนจำหน่ายคอนติเนนทอล ไทร์ส ทั่วประเทศ 

คอนติเนนทอล ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2414 พัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่ก้าวล้ำสำหรับยานยนต์ที่มีการเชื่อมต่อและความยั่งยืนให้กับผู้คนทั่วโลก โดยนำนวัตกรรมยานยนต์ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ชาญฉลาดและราคาสมเหตุสมผลให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร ตลอดจนการขนส่ง ในปี พ.ศ. 2567 คอนติเนนทอลมียอดขายสูงถึง 39.7 พันล้านยูโร และมีพนักงานกว่า 190,000 คนใน 55 ประเทศทั่วโลก

กลุ่มธุรกิจยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล มุ่งพัฒนานวัตกรรมยางเพื่อความปลอดภัย ความชาญฉลาด และความยั่งยืน โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ยางระดับพรีเมียมที่ครอบคลุมสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก รถโดยสาร ยานยนต์สองล้อ และยางเฉพาะทาง พร้อมโซลูชันอัจฉริยะและบริการสำหรับกลุ่มฟลีทรถและตัวแทนจำหน่ายยาง ด้วยประสบการณ์กว่า 150 ปี คอนติเนนทอลจึงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยใน พ.ศ. 2567 กลุ่มธุรกิจยางรถยนต์มียอดขายรวม 13.9 พันล้านยูโร ปัจจุบัน แผนกยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล มีพนักงานกว่า 57,000 คนทั่วโลก โรงงานผลิต 20 แห่ง และศูนย์พัฒนา 16 แห่ง.

 อาคม รวมสุวรรณ