กองทัพอากาศไทยมีแผนจัดหาเครื่องบินขับไล่เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบ 19 (บข.19) หรือ F-16 ที่ประจำการนานกว่า 30 ปี แล้ว โดยจะประเดิมล็อตแรก 4 ลำ พร้อมอุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายใต้งบประมาณประจำปี 2568 จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่เพื่อทดแทนเครื่องรุ่นเก่าที่หมดอายุ เป็นโครงการต่อเนื่องจนไปถึงปี 2577 เพื่อให้ครบ 1 ฝูงบิน จำนวน 12 ลำ ตามการประเมินขีดความสามารถและภัยคุกคามในสมุดปกขาวของกองทัพอากาศประจำปี 2567 ตัวเลือกเครื่องบินขับไล่ที่เข้าข่ายการพิจารณานั้นมี 2 แบบ คือ เครื่องบินขับไล่แบบ 19 (F-16 รุ่น Block 70/72) จาก Lockheed Martin และเครื่องบินขับไล่แบบ 20 (SAAB JAS-39 Gripen E/F ของ SAAB เป็น 2 ตัวเลือกที่ดี และไม่ควรกระเสือกกระสนดิ้นรนอยากได้ F-35 ที่ตกบ่อยจนผิดสังเกต ดีที่อเมริกาไม่ขายเครื่องรุ่นนี้ให้กับ ทอ. ไทย เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในขณะที่กำลังทำการฝึกบิน

...

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 กองทัพอากาศ จัดแถลงข่าวความพร้อมในการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ Gripen E/F ระยะที่ 1 จำนวน 4 เครื่อง มูลค่า 19,500 ล้านบาท โดยยืนยันว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่มุ่งพัฒนากองทัพอากาศที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ และใช้ภาษีประชาชนอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน 

คุณลักษณะที่น่าสนใจของ Gripen E/F เครื่องบินขับไล่ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และมีความคล่องตัวสูง ก็คือ ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ และต้นทุนต่อชั่วโมงบินน้อยกว่า 3-4 เท่า ซึ่งน้อยกว่าการใช้งานเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Lockheed Martin F-35 Lightning II และมีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินน้อยกว่าเครื่องบินขับไล่ของกองกำลังนาโต้อย่าง Eurofighter Typhoon ถึงสองเท่า และยังน้อยกว่า F-16 Block 40/50 ถึง 1.5 เท่า

...

...

Gripen E/F มีขนาดเล็กกว่าเครื่องบินรุ่นเดียวกัน พัฒนาจาก Gripen 'รุ่นดั้งเดิม' ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการบินรบที่เน้นความคล่องตัว จริงๆแล้ว Saab Gripen E/F มีคุณสมบัติที่อยู่ในเครื่องบินขับไล่ที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่า เมื่อเทียบกับ Gripen C/D รุ่นเก่า Gripen E/F มีลำตัวใหญ่ขึ้น ทำให้ บรรจุเชื้อเพลิงได้มากกว่าเดิมถึ 30 เปอร์เซ็นต์ เครื่องยนต์ General Electric F414 ที่ทรงพลัง รวมถึงจุดยึดอาวุธและถังเชื้อเพลิงสำรอง อีก 10 จุด ห้องนักบินได้รับการปรับปรุงระบบเดินอากาศระบบอาวุธและระบบเรดาร์ใหม่ทั้งหมด จอแสดงผลแบบ Wide Area Display (WAD) จอเดียว แทนที่จอแสดงผลแบบแยกกันสามจอใน Gripen C/D รุ่นเก่า 

...

Saab Gripen E/F สามารถบรรทุก ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล MBDA Meteor สูงสุด 7 ลูก มีเรดาร์ AESA (Active Electronically Scanned Array) รุ่น Leonardo ES-05 Raven และเซ็นเซอร์ติดตามและค้นหาเป้าแบบอินฟราเรด รุ่น Leonardo Skyward G (IRST) ติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EWS) แบบใหม่ของ Saab ซึ่งมีระบบเตือนขีปนาวุธเข้าใกล้ (MAWS) แบบทรงกลม 360 องศา Saab JAS 39 Gripen E/F สามารถติดตั้งขีปนาวุธและระเบิดของกองกำลังนาโต รวมถึงอาวุธของโลกตะวันตกได้หลากหลายประเภท เช่น : IRIS-T, AIM-9 Sidewinder, A-Darter, MBDA Meteor, AIM-120 AMRAAM, MBDA MICA, AGM-65 Maverick, KEPD .350, RBS-15F, GBU-12 Paveway II, Mark 82, GBU-39 ระเบิดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็ก

Saab JAS 39 Gripen E มีขีดความสามารถในการใช้ทางหลวงเป็นรันเวย์เพื่อบินขึ้น หรือร่อนลงจอด ด้วยระยะทางวิ่งที่สั้นกว่า ความสามารถในการลงจอดบนพื้นที่ชื้นแฉะ ด้วยระยะทางสั้นแค่ 500 เมตร แตกต่างจาก Eurofighter Typhoon ซึ่งต้องการทางวิ่งที่เรียบและยาว นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมของเครื่อง JAS 39 Gripen ให้พร้อมสำหรับการขึ้นบิน ใช้เวลาเพียง 10-20 นาที เท่านั้น

Gripen E/F สะท้อนถึงรากฐานจากภูมิประเทศของสวีเดนที่เต็มไปด้วยชายฝั่ง หน้าผาและถนนเส้นเล็กๆที่ตัดผ่านป่าทึบซึ่งเครื่องบินรบขนาดเล็กที่ใช้ทางวิ่งขึ้นหรือร่อนลงสั้นกว่า สามารถปฏิบัติการรบได้อย่างยืดหยุ่น Gripen E/F ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก มีความน่าเชื่อถือสูงมากและต้องการโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนน้อยที่สุดในกลุ่มเครื่องบินรบยุคใหม่ ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ ทำให้ Gripen E/F เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทย 

JAS 39 Gripen E ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน General Electric F414 แบบใหม่ แรงขับ 22,000 ปอนด์ ซึ่งทำให้ Gripen สามารถบินได้ด้วยความเร็วเหนือเสียงโดยไม่ต้องใช้สันดาปท้าย (Supercruise) โครงเครื่องบินที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ระบบทำการบินใหม่หมด และชุดสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพสูง

สถาปัตยกรรมระบบอากาศยานของ Gripen E/F ออกแบบมาเพื่อติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ที่อัปเดตได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับภารกิจในแต่ละวันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหากอยู่ในสถานะของการรบ นอกจากนี้ กองทัพอากาศ สามารถออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ของตนเองเพื่อนำเทคโนโลยีและระบบใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อให้ทันต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เครื่องบินรบรุ่นล่าสุด Saab JAS 39 Gripen E หรือ JAS 39E มีราคา 85 ล้านดอลลาร์ต่อลำ คิดเป็นเงินบาทของไทย จะอยู่ที่ 2,947,800,000 บาท Saab JAS 39 Gripen E รุ่นใหม่ ประจำการอยู่ในกองทัพอากาศของสวีเดนและบราซิล ปัจจุบัน กองทัพอากาศสวีเดนมี JAS 39C จำนวน 71 ลำ และเข้าประจำการ JAS 39E จากคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่นี้เพิ่มเติมอีก 60 ลำ ส่วนเครื่อง JAS 39E จำนวน 24 ลำ และ JAS 39D จำนวน 4 ลำ ถูกสั่งซื้อโดยสาธารณรัฐเช็กและฮังการี.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-