หลายคนคิดว่ายุคของรถสเตชันแวกอนได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อความนิยมถูกเทไปให้กับเอสยูวี แต่จริงๆแล้วรถแวนยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั้งในยุโรปและอเมริกา สำหรับประเทศไทย ราคาบวกอัตราภาษีนำเข้าที่สูงยันเพดานบานไปไกล ทำให้ค่าตัวของรถแวนทะลุจนเกินเอื้อม ส่งผลให้มีลูกค้าแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่ยังคงเล่นของแพงแต่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ล่าสุด แบรนด์สี่ห่วง Audi ได้เปิดตัว A6 Avant เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งเป็นรถที่จะมาแข่งขันกับ BMW 5-Series Touring และ Mercedes E-Class Estate โดยรถรุ่น A6 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน เป็นรถรุ่นน้องของ A6 E-tron รุ่นไฟฟ้าใหม่ล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ A6 Avant มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เฉียบคม อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล่าสุด และมอบประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาส
...
ในตอนแรก Audi ตั้งใจแน่วแน่ที่จะเรียกรถรุ่นนี้ว่า A7 Avant เพื่อให้ชัดเจนว่ามันแตกต่างจาก A6 E-Tron เนื่องจากตัวเลขรุ่นเลขคู่ จะใช้เฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่หลังจากพยายามค้นหาตัวเองในช่วงนาทีสุดท้าย (และอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวในห้องประชุมตามมา) บอร์ดบริหารของแบรนด์สี่ห่วงจึงตัดสินใจด้วยการใช้ชื่อรุ่นคลาสสิกอย่าง A6 ซึ่งเทียบเท่ากับคำว่า "ถ้ามันไม่ได้เสียหายอะไร ก็ไม่ต้องซ่อม" แม้ว่าจะหมายถึงการทำให้ผู้ที่คิดว่า A7 จะเป็นรถสเตชันแวกอนสปอร์ตรุ่นยอดนิยมสับสนก็ตาม
...
ปฏิเสธไม่ได้ว่า A6 Avant นั้นใช้การออกแบบยุคใหม่ โดย มีรูปลักษณ์ที่เรียบเนียนมาก ไม่ใช่รถสเตชันแวกอนทรงกล่องทั่วไป Audi มั่นใจว่า A6 Avant ใหม่ จะเป็นรถสเตชันแวกอนหลังคายาวที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีระบบอากาศพลศาสตร์อากาศหรือแอร์โรไดนามิกส์ดีที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ 0.25 cd สำหรับบริบทในการปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว รถสเตชันแวกอนเพียงแค่รุ่นเดียวที่มีตัวเลขค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศเหนือกว่าก็คือ A6 E-Tron Avant ไฟฟ้า ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ 0.24 cd
...
รูปทรงเพรียวบางดูเฉียบคม ชิ้นส่วนที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศ ได้แก่ ม่านอากาศ ช่องรับอากาศเข้าของกันชนแบบแอคทีฟ ดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ สปอยเลอร์หลังคา และการตกแต่งที่ช่วยทำให้รถลู่ลม เป็นมิตรกับกระแสอากาศที่ไหลผ่านบนกระจกหลัง ซึ่งรถรุ่นใหม่นั้นเอียงมากกว่าเดิม นอกจากนี้ A6 Avant ใหม่ยังยาวกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 60 มม. โดยมีความยาว 4,990 มม. การออกแบบเพื่อทำให้รถวิ่งแหวกอากาศได้ดี นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว รูปลักษณ์ใหม่ของ A6 Avant ยังทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ส่วนหลังที่โค้งมนและไฟท้าย LED ที่มีดีไซน์เข้ากับส่วนท้ายอย่างกลมกลืน พร้อมเทคโนโลยีไฟส่องสว่างแบบดิจิทัล ข้อเสียก็คือ ลูกค้าหรือคนที่สนใจ อาจสับสนกับ A5 รุ่นเล็กกว่า ซึ่งมาแทนที่ A4 เนื่องจากการออกแบบส่วนหน้ารถที่แทบจะเหมือนกัน
...
Audi ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลของ A6 Avant โดยอ้างว่าเป็นรถที่ มอบการเดินทางชั้นหนึ่งที่ไม่มีใครเทียบได้ในรถคลาสเดียวกัน ซึ่งคำพูดนี้ฟังดูเหมือนเป็นการโฆษณาเกินจริง การใส่อุปกรณ์บางอย่างเพื่อยกระดับการขับเคลื่อน ด้วยคุณสมบัติที่เน้นความหรูหราและสะดวกสบาย กลายเป็นสิ่งสำคัญของรถหรู A6 Avant ใหม่ ใช้แพลตฟอร์ม PPC (Premium Platform Combustion) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรถยนต์ตระกูล A5 เมื่อปีที่แล้ว (2024) มาพร้อมระบบกันสะเทือนถุงลมแบบปรับได้ซึ่งเสริมด้วยการปรับแต่งการทำงานของ Air Suspension เพื่อส่งถ่ายฟิลลิ่งแบบสปอร์ตให้เข้ากับความสบายขณะเดินทาง การปรับความสูงของตัวถังและการดูดซับแรงกระแทกที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ นอกจากเทคโนโลยีช่วงล่าง “ล้ำสมัย” แล้ว แพลตฟอร์ม PPC ยังสามารถติดตั้งระบบช่วยเลี้ยวล้อหลังและเฟืองท้ายแบบ quattro sport (ในรุ่น AWD) ได้อีกด้วย
New A6 Avant ยังมาพร้อมกับระบบบังคับเลี้ยวแบบโปรเกรสซีฟ ซึ่งให้การตอบสนองแบบตรงไปตรงมามากกว่าเดิม เมื่อรวมกับแชสซีที่แข็งขึ้นและมุมแคมเบอร์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่เพลาหน้า การปรับแต่งในลักษณะดังกล่าว ทำให้การตอบสนองของพวงมาลัยดีขึ้น องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งของ ประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาส คือ ห้องโดยสารกว้าง เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ไฮไลท์ ได้แก่ ห้องโดยสารแบบดิจิทัลพร้อมหน้าจอสูงสุด 3 หน้าจอ หลังคากระจกพาโนรามิกที่ปรับได้ ระบบเสียง Bang & Olufsen ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน
หัวใจของระบบขับเคลื่อน แน่นอนว่าสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Volkswagen AG ที่มีต่อเครื่องยนต์สันดาปภายใน นั่นก็คือ การไปต่อกับรถเครื่องทั้งดีเซลหรือเบนซิน A6 Avant ใหม่ มีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 TFSI สี่สูบ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 TDI สี่สูบ ทั้งสองรุ่นให้กำลังเท่ากันที่ 201 แรงม้า (150 กิโลวัตต์ / 204 PS) นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 TFSI หกสูบ ให้กำลัง 362 แรงม้า (270 กิโลวัตต์ / 367 PS)
เครื่องยนต์มีระบบ MHEV Plus ประกอบด้วยแบตเตอรี่ 48 โวลต์ สตาร์ทเตอร์ไดชาร์จแบบสายพาน และมอเตอร์ไฟฟ้า/เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เมื่อเร่งเต็มที่ มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังเพิ่มเติม 24 แรงม้า (18 กิโลวัตต์ / 24 PS) แรงบิด 230 นิวตันเมตร (170 ปอนด์-ฟุต) พร้อมทั้งใช้ regenerative braking เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ช่วยให้ A6 Avant ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในระหว่างการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ เช่น การจอดรถหรือคลานไปตามการจราจรในเมือง นอกจากนี้ A6 Allroad ยกสูงสไตล์ครอสโอเวอร์ และ RS6 Avant จะกลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชันใหม่ แม้ว่าอาจจะตัดเครื่องยนต์ V8 ออก แล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ V6 แบบปลั๊กอินไฮบริด
Audi เริ่มเปิดรับออเดอร์ A6 Avant ใหม่ในยุโรปแล้ว ในเยอรมนี รุ่นพื้นฐานที่มีเครื่องยนต์เบนซิน Mild Hybrid 48V มีราคาเริ่มต้นที่ 58,000 ยูโร หรือ 61,200 ดอลลาร์ (ยังไม่รวมภาษีนำเข้า อยู่ที่ประมาณ 2,059,000 บาท) ถูกกว่าราคาเริ่มต้นของ A6 Avant รุ่นก่อนหน้า 1,900 ยูโร หรือ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 67,000 บาท) เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว A5 Avant รุ่นเล็กกว่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 46,850 ยูโร หรือ 49,300 ดอลลาร์ (ยังไม่รวมภาษีนำเข้า อยู่ที่ประมาณ 1,659,000 บาท)
Audi A6 Avant ชุดแรกมีกำหนดส่งมอบในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ สำหรับประเทศไทย แน่นอนว่า Audi Thailand นั้นนำเข้ามาแน่ๆ แต่ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเองละครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/