มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ขยายการลงทุนในไทยกว่า 5,000 ล้านบาท ผลิตรถยนต์ B-SUV Mild Hybrid ส่งออกทั่วโลก
นายมาซาฮิโร โมโร ประธานและผู้บริหารสูงสุดบริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ Mazda กล่าวระหว่างเข้าพบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยว่า มาสด้ากับประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 70 ปี ซึ่งนอกจากบริษัท มาสด้า เซลส์ และเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าแล้ว มาสด้ายังได้มีการลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยได้ก่อตั้งโรงงาน AutoAlliance หรือ AAT ที่จังหวัดระยอง เมื่อปี 2538 เพื่อผลิตรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และได้ก่อตั้งโรงงาน Mazda Powertrain Manufacturing Thailand (MPMT) ที่จังหวัดชลบุรี
ต่อมาเมื่อปี 2558 เพื่อผลิตเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองโรงงานเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์มาสด้าและชิ้นส่วน เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก
"วันนี้มาสด้าได้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ด้วยการเพิ่มเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ B-SUV ของมาสด้า ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการช่วยขับเคลื่อน ประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะ และความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล ตั้งเป้าการผลิต 1 แสนคันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก"
...
นายมาซาฮิโร กล่าวอีกว่า การลงทุนนี้จะครอบคลุมทั้งในส่วนของการประกอบรถยนต์ และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และแบตเตอรี่ พร้อมเร่งลงทุนเพื่อให้เริ่มผลิตได้ในปี 2570 รองรับความต้องการรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย
เราเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการลงทุนเพิ่มเติมครั้งใหญ่สำหรับประเทศไทยเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้า ภายใต้แนวทาง Multi-Solution ซึ่งตอกย้ำถึงพันธกิจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาสด้ากับประเทศไทย ที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
ทางด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรายินดีที่บริษัทมาสด้าฯ มีแนวทางที่จะขยายการลงทุนในไทย โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและอำนวยความสะดวกผ่านมาตรการต่าง ๆ ซึ่งจะพิจารณาบนพื้นฐานความต้องการจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
โดยจะปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตกลุ่มรถยนต์ Hybrid (HEV) และ Mild Hybrid (MHEV) ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลการแข่งขันในช่วงของการเปลี่ยนผ่านให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งระบบ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป