เอ็มจี เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในปี 68 พร้อมยกระดับแบรนด์ขึ้นแท่น Top 3 ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ภายในทศวรรษที่ 2

นาย ซู๋ว หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีแบรนด์ใหม่เข้ามาเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น

โดยมาพร้อมความโดดเด่นที่หลากหลายมิติทั้งดีไซน์ นวัตกรรม และกลยุทธ์ด้านราคา อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยมีประมาณการการผลิตรถยนต์ที่ 1.6 ล้านคัน แบ่งเป็นการส่งออก 1.05 ล้านคัน และจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจและมีนัยยะสำคัญต่อการเติบโตของตลาดยานยนต์ นั่นคือ ปริมาณความต้องการรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังคงมีเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมามียอด จดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 70,000 คัน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายสนับสนุนด้านเงินอุดหนุนการซื้อรถไฟฟ้า ทั้งโครงการของรัฐ EV 3.0 และ EV 3.5

...

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตของตลาดยานยนต์ไทยในปีนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เหตุเพราะการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเอเชีย หรือ EV hub รวมถึงโมเดลธุรกิจและกระบวนการผลิตที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น กับเศรษฐกิจไทย และโอกาสการขยายตัวจากความนิยมรถยนต์ไฮบริด หรือ Hybrid ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

โดยปีที่ผ่านมานับเป็นปีที่มีความท้าทายมาก MG ได้แนะนำรถยนต์ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ NEW MG MAXUS 7 รถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หรือ e-MPV ในกลุ่ม B-segment ทำให้ เอ็มจี สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 17,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3% โดยเป็นลำดับที่ 7 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปัจจุบัน MG มียอดขายสะสมรวมมากกว่า 200,000 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่การเติบโตในอนาคต

สำหรับในปี 2025 นี้ เราได้เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่ต่ำกว่า 2 รุ่น โดยเตรียมเปิดตัวภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025 พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญเพื่อให้คนไทยอุ่นใจและสบายใจในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี กับการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่ประกาศเพิ่มของการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน หรือ LIFETIME WARRANTY เอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์

ทั้งนี้เพื่อช่วยคลายความกังวลใจของลูกค้าเกี่ยวกับความทนทานของระบบไฟฟ้าและเพิ่มมูลค่าให้กับรถมือสองอีกด้วย ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันที่สองของ เอ็มจี ยังโดดเด่นในด้านความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ทรงพลัง ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและส่งเสริมการขายนำไปสู่การตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย

"ในปี 2025 นี้ MG ได้วางเป้าหมายครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5% และวางหมุดหมายสำคัญในทศวรรษที่ 2 โดยการขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ Top 3 ของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยครบทุกเซกเมนต์ ทั้งในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์ไฟฟ้า"