Toyota C-HR ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นบุกเบิกจะประสบความสำเร็จอีกครั้งด้วยยอดขายทะลุ 1 ล้านคันในยุโรปภายในสิ้นปี 2024 ตอกย้ำตำแหน่งรถยนต์ขายดีและสัญลักษณ์ไฮบริดของแบรนด์ Toyota ใน ทวีปยุโรป

Toyota C-HR เจนเนอเรชันแรก เปิดตัวในปี 2016 ถือเป็นรถเล็กรุ่นสำคัญของ  Toyota นำพาแบรนด์เข้าสู่กลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจในสไตล์ใหม่ ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร บุคลิกขี้เล่น ขับสนุก และคุณภาพงานประกอบมาตรฐาน Toyota สร้างรูปแบบของยานยนต์ด้านสไตล์ในกลุ่ม C-SUV ของยุโรป ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเฉียบคม เชื่อมโยงกับเส้นสายไดนามิกของรถสปอร์ตคูเป้

...

รูปลักษณ์ของ C-HR เปลี่ยนแปลงมุมมองเชิงบวกที่มีต่อรถยนต์ตราสามห่วงที่ขายในยุโรป ลูกค้าตอบรับในเชิงบวกและกว่าครึ่งหนึ่งระบุว่า สไตล์ของรถกับไดนามิกส์ที่สมดุล เป็นเหตุผลหลักในการซื้อ ส่งผลให้ Toyota C-HR กลายเป็นรถรุ่นขายดี แต่น่าเสียดายที่ประเทศไทยมีจำหน่ายเพียงแค่รุ่นแรกเท่านั้น ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ตลอดระยะเวลาวางขายจนมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 2 Toyota C-HR ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ Toyota โดยยังคงดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง C-HR PHEV ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายยานยนต์ Plug-in Hybrid ของแบรนด์สามห่วงเพิ่มขึ้น 93% เมื่อเทียบเป็นรายปี

Toyota C-HR เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้รับประโยชน์จากการออกแบบ วิศวกรรมโครงสร้าง และระบบส่งกำลังรวมไปถึงการผลิตใน EU โดยวิศวกรและนักออกแบบของ Toyota ที่ศูนย์พัฒนาเทคนิคในเมืองซาเวนเทม ใกล้กับกรุงบรัสเซลส์

...

Toyota C-HRเจเนอเรชั่นที่ 2 ยังเน้นย้ำถึงรูปลักษณ์ที่โดดเด่น  เสริมด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและการออกแบบที่ซับซ้อน C-HR รุ่นใหม่ ออกแบบตามแนวคิด รถยนต์สำหรับขับขี่บนถนน' โดยนำเสนอคุณสมบัติใหม่ๆ เช่น ที่จับประตูแบบเรียบ ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร 64 สี แบบไดนามิก หลังคากระจกพาโนรามิกไร้ม่านบังแดด เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้งานส่วนบุคคลที่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของรถยนต์

...

Toyota C-HR รุ่นล่าสุด ประกอบด้วยรุ่น PHEV หรือ Plug-in Hybrid 220 ทำระยะทางวิ่งสูงสุด 66 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) เมื่อใช้งานในเมือง จะมีระยะทางวิ่งเทียบเท่ากับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่ประมาณ 100 กม. (ตามมาตรฐาน WTLP EAER City)  C-HR Plug-in Hybrid 220 จะเปลี่ยนเป็นโหมดไฮบริดโดยอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่หมด มีความยืดหยุ่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดของ Toyota มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพที่ต่อเนื่อง

...

แบตเตอรี่ PHEV ผลิตในยุโรป ที่โรงงาน Toyota Motor Manufacturing Turkey (TMMT) ในเมือง Sakarya ซึ่งฉลองครบรอบ 30 ปีในปีนี้ (2024)

นอกเหนือจากรุ่น Plug-in Hybrid 220 แล้ว C-HR ยังมีระบบส่งกำลังไฟฟ้าไฮบริด HEV อีก 3 ระบบที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันที่ 5 ล่าสุด เริ่มจาก Hybrid 140 เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร แรงม้า 140 ตัว รุ่น Hybrid 200 ผสานพลังและประสิทธิภาพจากเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 2.0 ลิตร 197 แรงม้า แรงบิด 190 นิวตันเมตร รุ่น Hybrid 200 AWD-i มาพร้อม ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ นอกจากจะมีกำลังและแรงบิดมากขึ้นแล้ว ยังให้การยึดเกาะและเสถียรภาพที่ดีขึ้น เข้าโค้งแม่นยำบนสภาพถนนที่หลากหลาย

Toyota C-HR รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาจากรถรุ่นเดิม โครงสร้าง Toyota New Generation Architecture (TNGA) ปรับปรุงใหม่ ให้ความแข็งแกร่งความต้านทานแรงบิดตัวสูงขึ้น น้ำหนักของแชสซีใหม่ที่ลดลง ระบบอากาศพลศาสตร์ มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.318 ทำได้จากพื้นที่ด้านหน้าที่ลดลง ปรับแต่งรูปทรงของตัวรถอย่างละเอียด รวมถึงส่วนล่างของรถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ รุ่น Plug-in Hybrid 220 และ GR SPORT มาพร้อมเทคโนโลยี ZF frequency sensitive control (FSC) เพื่อปรับปรุงการควบคุมและความสบายในการขับขี่

นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่เป็นผู้นำในระดับเดียวกันบนท้องถนนแล้ว Toyota C-HR รุ่นใหม่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยด้วยการนำวัสดุรีไซเคิลใหม่มาใช้ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อลดน้ำหนักของรถและลดการปล่อย CO2 ในระหว่างการผลิต.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/