Isuzu ไม่หวั่นคู่แข่งรถกระบะค่ายจีนเข้ามาตีตลาดในไทย ยืนยันคุณภาพรถ โชว์รูม และศูนย์บริการหลังการขายของอีซูซุยังโดดเด่น

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถยนต์เมืองไทยว่า ในระยะเวลา 10 เดือนแรกของปี 67 นี้ ตลาดรถยนต์เมืองไทยมียอดจำหน่ายรวม 478,341 คัน ลดลง 26.2% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เหลืออีกเพียง 2 เดือนจะสิ้นปี 2567 คาดว่ายอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทของประเทศไทยในปีนี้จะไม่ถึง 600,000 คัน

สำหรับตลาดรถปิกอัพใน 10 เดือนแรก โดยมียอดจำหน่าย 137,456 คัน หดตัวลงถึง 39.5% อีก 2 เดือนจะสิ้นปี 2567 คาดว่ายอดรวมปิกอัพทั้งหมดไม่น่าเกิน 200,000 คัน

ทั้งนี้อีซูซุจำหน่ายรถได้รวมทุกประเภท ใน 10 เดือนแรกของปีนี้ จำนวน 71,361 คัน โดยแบ่งเป็น

1. รถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ หรือ New Isuzu D-Max มียอดขาย 51,813 คัน

2. MU-X THE NEXT PEAK ที่ได้รับความนิยมอย่างดีมาก ใน 4 เดือนท้าย ทำให้มียอดจำหน่าย 10 เดือนแรก จำนวน 10,203 คัน

3. รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ จำนวน 9,345 คัน

อย่างไรก็ตามอีซูซุมองว่า ยอดจำหน่ายรวมทั้งปีของอีซูซุคาดว่าจะไม่ถึง 80,000 คัน

"อีซูซุรู้สึกยินดีที่รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของรถปิกอัพ เนื่องจากปีนี้ตลาดรถปิกอัพหดตัวอย่างรุนแรง อย่างที่ทราบดีว่าปิกอัพเป็น product champion ของไทย การผลิตรถปิกอัพใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยสูงมาก การที่ตลาดปิกอัพหดตัวเร็วเช่นนี้ทำให้กระทบต่ออุตสาหกรรมไทยเป็นอย่างมาก อีซูซุคาดว่ารัฐบาลจะไม่ได้ออกมาตรการเพียงแค่นี้ หากแต่กำลังพิจารณาเร่งออกมาตรการอื่น ๆ มาช่วยเหลือตลาดรถปิกอัพเพิ่มขึ้น"

ส่วนการแข่งขันของตลาดรถกระบะโดยเฉพาะการเข้ามาของคู่แข่งจากค่ายจีนนั้น มร. ทาคาชิ กล่าวว่า แน่นอนว่าการแข่งขันกับรถจีนน่ากลัว ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้น แต่อีซูซุมั่นใจในความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ การทำวิจัยการใช้รถของคนไทย เราเชื่อว่าด้วยคุณภาพของรถอีซูซุจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี และเรายังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปได้อีก

นอกจากนี้อีซูซุยังมีเครือข่ายโชว์รูม ศูนย์บริการและเครือข่ายอะไหล่มากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ จุดเด่นเรื่องบริการหลังการขายที่อีซูซุโดดเด่นมาโดยตลอด และนอกจากนี้อีซูซุตั้งใจที่จะปรับปรุง เสริมสร้างประสิทธิภาพเครือข่ายการขายและการบริการให้ดีมากยิ่งขึ้นเพื่อมัดใจลูกค้า

ขณะเดียวกันเราได้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ ทั้ง 300 กว่าแห่งทั่วประเทศ ให้สามารถพร้อมบริการลูกค้าได้ ก่อนที่เราจะแนะนำเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ออกสู่ตลาดแล้ว เช่นเดียวกัน หากอีซูซุมีการเปิดตัวรถพลังงานทางเลือกอื่น ๆ อีซูซุก็จะเตรียมบริการหลังการขายให้พร้อม ในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกนั้น ๆ ด้วย

มร. ทาคาชิ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอีซูซุมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 ขนาด คือ 1.9 Ddi และ 1.9 Mild Hybrid ที่ขายเฉพาะเมืองไทย เครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE และ 3.0 Ddi MAXFORCE ทั้งนี้เป็นเพราะว่าลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลาย และในตลาดรถยนต์เมืองไทยรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดต่ำกว่า 2,400 ซีซี มีสัดส่วนประมาณ 70-80% ของตลาดทั้งหมด เราต้องการเพิ่มไลน์อัพตลาดในส่วนนี้จึงมีเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรขึ้นมาเป็นทางเลือกที่มากขึ้น ส่วนการขายเครื่องยนต์ 1.9 Ddi ก็ยังคงดำเนินต่อไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยเราจะปรับสัดส่วนการผลิตตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย