Toyota กำหนดให้เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาในปี 2025 แต่ล่าสุด แบรนด์สามห่วงที่แฟนคลับอีวีบางคนมองว่ากำลังจะเป็นแบบโนเกียหรือโกดักจากการไล่ตามเทคโนโลยีไฟฟ้าไม่ทัน อันนั้นก็แล้วแต่มุมมองของแต่และคน ในความเป็นจริง ยอดขายที่ทรงตัวของยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ Toyota เลื่อนการเปิดตัวรถ EV รุ่นใหม่ออกไป ปัจจุบัน เกือบทุกแบรนด์ชั้นนำมีการปรับแผนงานผลิตยานยนต์พลังงานสะอาดที่ลดลง ทำให้ Toyota ต้องทบทวนแผนงานเดิมที่เคยวางเอาไว้ใหม่ทั้งหมด โดยยังคงให้ความสำคัญกับรถไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดขายทั่วโลกสูงกว่ายานยนต์ไฟฟ้า 100% เขียนแบบนี้ คนที่ชอบรถไฟฟ้าก็จะหาว่ารับเงินพี่โตมาสวบ แต่ในความเป็นจริง ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ในเวปรถชั้นนำและสำนักข่าวต่างประเทศที่ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือมากกว่าข่าวปล่อยในเฟซบุค
...
ตามแผนงานเดิม Toyota วางเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1.5 ล้านคัน ภายในปี 2026 แต่ความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มทรงตัว (จากตัวเลขยอดขายทั่วโลกยกเว้นจีนและบางประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย) ทำให้แบรนด์สามห่วงต้องปรับแผนใหม่ และแม้จะมีการเลื่อนออกไป แต่ Toyota ยังคงพัฒนาและวางแผนที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพเพื่อวางขายในอนาคต เมื่อไม่นานมานี้ Toyota ควักเงิน 1.3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อปรับปรุงโรงงานประกอบรถยนต์เมืองจอร์จทาวน์ มลรัฐเคนตักกี้ สำหรับผลิตรถยนต์ SUV ไฟฟ้าเบาะ 3 แถว นอกจากนี้ Toyota ยังใช้เงิน 1.3 พันล้านดอลลาร์ในโรงงานแบตเตอรี่ที่นอร์ทแคโรไลนา เพื่อผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และมีการจัดสรรเม็ดเงิยลงทุนอีก 1.4 พันล้านดอลลาร์ สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Toyota เมืองพรินซ์ตัน รัฐอินเดียนา
รถยนต์ SUV ไฟฟ้าแบบ 3 แถวของ Toyota ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา เพื่อทำระยะทางให้ได้ไกลถึง 6-700 กิโลเมตร เทียบเท่ารถยนต์สันดาปภายใน โครงการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าของพี่โตอาจดูล่าช้ากว่าที่คาดกันไว้ สื่อญี่ปุ่นอย่าง Nikkei Asia รายงานว่า การปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ซัพพลายเออร์ในแดนอาทิตย์อุทัยต้องมีการปรับตัวและดำเนินการให้ทัน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนด รวมถึงตัวเลขยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่พุ่งทะยานเหมือนปี 2022-2023 ความล่าช้าของโครงการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ มีส่วนทำให้เกิดความล่าช้าและทำให้ Toyota ต้องเลื่อนแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยมอย่าง Lexus EV แบบ 3 แถว ตามแผนงานเดิม มีกำหนดที่จะเปิดตัวในปี 2030 มีรายงานว่า Lexus EV จะไม่ผลิตในสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป โดย Lexus USA จะนำเข้ารถอเนกประสงค์สุดหรูพลังงานไฟฟ้าของ Lexus จากญี่ปุ่นแทน
หลายภูมิภาคของโลกทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป รวมถึงบางส่วนของแคนาดาและออสเตรเลีย กำหนดเป้าหมายที่จะห้ามใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในภายในปี 2035 ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอีก 11 ปีข้างหน้า ซึ่งดูๆไปแล้วอาจทำไม่ได้ตามที่กำหนด เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกยังเหมาะกับการใช้งานเครื่องยนต์สันดาปภายใน สาธารณูประโภคหรือระบบนิเวศน์ของรถยนต์ไฟฟ้าในบางประเทศยังอยู่ในจุดเริ่มต้นหรือยังไม่ได้มีการเริ่มต้นอะไรทั้งสิ้น สถานีชาร์จระยะไกลมีน้อย หรือแทบจะไม่มีในบางพื้นที่ส่วนใหญ่ ทำให้การใช้งานรถ EV ทางไกลในบางประเทศไม่ครอบคลุมการใช้งานเท่าที่ควร รถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดดูจะตอบโจทย์คนที่ไม่มี WallBox สำหรับชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านพักอาศัยมากกว่า ทำให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์สันดาปภายในต่อไป แม้จะเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน แต่แบรนด์สามห่วงยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการของผู้คน (จำนวนมาก) เพื่อเพิ่มแนวทางการใช้งานของลูกค้าที่มีความหลากหลาย หรือใช้แนวคิด สะดวกแบบไหนก็เลือกใช้แบบนั้น โดยมีให้เลือกทั้งอีวีและไฮบริด! ไม่สุดโต่งผลิตแต่อีวีอย่างเดียว ทำให้รถยนต์อีวีของ Toyota มีเพียงแค่สองรุ่นเท่านั้นคือ bZ4X และ RZ450e direct4
...
...
เดือนมกราคม 2023 Akio Toyoda ก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริหารสูงสุดของ Toyota แต่จุดยืนของ Toyoda เกี่ยวกับแผนงานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าก็ยังคงอยู่ ส่วนประธานบริหารคนรุ่นใหม่อย่าง Koji Sato ได้สืบทอดตำแหน่งประธานของบริษัทรถยนต์ที่ลงทุนอย่างมหาศาลในรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด HEV และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่มองหารถมลพิษต่ำและมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงต่ำ นอกจากนี้ Toyota ยังพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตตและรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCV) แม้จะมีความล่าช้าและเป็นไปได้ค่อนข้างยากแต่ Toyota เชื่อว่าในอนาคต เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแบตเตอรี่แบบใหม่จะมีศักยภาพมากพอสำหรับการขนส่งที่ยั่งยืน
...
กลยุทธ์ของ Toyota แตกต่างจากคู่แข่งที่มุ่งไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบหลายรุ่น ทำให้รถไฟฟ้าบางรุ่นขายไม่ดี หรือไม่ได้มียอดที่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ Toyota ยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้แนวทางการผลิตและขายรถยนต์ที่มีความหลากหลายของระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน การรุกตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจีน และความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ กลายเป็นโจทย์ที่ Toyota ต้องปรับกลยุทธ์การทำตลาดใหม่หมด
ผู้บริหารระดับสูงของ Toyota ให้เหตุผลว่า การมุ่งไปที่พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถครอบคลุมภาพรวมของการใช้งานยานพาหนะบนโลกใบนี้ได้ทั้งหมด ในอนาคต รถยนต์จำเป็นต้องมีระบบขับเคลื่อนทั้งไฟฟ้าและพลังงานผสมเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย โดยพิจารณาถึงความสะดวก การทำระยะทาง มลพิษที่ลดลง วงจรอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ต้องมีการกำจัดเมื่อหมดอายุหลังจากรีไซเคิลต่อไม่ได้ เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง FCEV ควบคู่ไปกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน จะช่วยให้ Toyota มีแผนงานที่ครอบคลุมและปรับเปลี่ยนได้มากขึ้นสำหรับการแข่งขันเพื่อมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในโลกแห่งอนาคต
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/