Nissan GT-R ตำนานรถซิ่งที่อยู่ยั้งยืนยงนานเกือบ 60 ปีแล้ว แต่ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ต่างขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นสัจธรรมของทุกเรื่องในจักรวาล เมื่อมีจุดเริ่มต้น ก็ต้องมีจุดสิ้นสุด อย่าลืมว่า Nissan GT-R R35 เริ่มผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม 2550 หากนับเวลาที่อยู่ในสายการผลิตก็จะนานถึง 17 ปี ทำให้เวลาของ R35 ใกล้จะหมดลงเต็มทน ล่าสุด GT-R คันสุดท้าย จะออกจากสายการผลิตในปี 2568  แต่ Nissan ไม่ได้ยกเลิกสายการผลิตซูเปอร์คาร์รุ่นนี้เพราะต้องการไปต่อ หาก Nissan จะดื้อดึงขาย GT-R ต่อไปในอนาคต มันจะต้องเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ไปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

...

หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Pierre Loing อธิบายว่า ทำไม GT-R ถึงอยู่บนโชว์รูมนานมาก ว่า " GT-R R35 วางขายมา 17 ปีแล้ว และผู้บริหารของ Nissan อยากให้มันอยู่ต่อไปอีก 17 ปี แต่ระบบขับเคลื่อนจะทำให้ Nissan ไม่สามารถขายรถสปอร์ตรุ่นนี้ได้อีกต่อไป อันที่จริงแล้ว R35 ถูกยกเลิกสายการผลิตในยุโรปไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 เมื่อมีการนำกฎข้อบังคับด้านมลภาวะทางเสียงอย่างเข้มงวด 

...

เป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก เมื่อเจนเนอเรชันปัจจุบัน มาถึงช่วงเวลาที่จะต้องยุติสายการผลิต ก็จะมีรถรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ในไม่ช้าเสมอ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเนื่องจากการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนที่กำลังกลายเป็นสายธารแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ Nissan GT-R R35 ไม่มีทายาทเข้ามาเสียบต่อตำนานอันโด่งดัง เมื่อการผลิตสิ้นสุดลงในปี 2568 Nissan จะไม่มีรถสปอร์ตรุ่นอื่นมาทดแทนสำหรับการเดินไลน์ผลิตต่อไปในโรงงาน Tochigi ที่ญี่ปุ่น 

...

...

สำหรับรถต้นแบบแนวคิด Hyper Force ที่โชว์โฉมในงาน Japan Mobility Show เมื่อปีที่แล้ว บ่งบอกถึงแนวโน้มของ R36 ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่โซลิดสเตต แต่ Nissan ใช้เวลานานมากกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า และพอทำออกมาขายก็วิ่งด้วยระยะทางที่สั้นเกินไปแค่ 250 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ต้นปี 2024 Giovanny Arroba ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Nissan แจ้งว่า GT-R รุ่นต่อไปจะเปิดตัวในปี 2030 และ Hyper Force เป็นความฝันที่กล้าหาญแต่จับต้องได้ ซึ่งจะต้องทำให้สำเร็จภายในสิ้นทศวรรษ" เมื่อรถคูเป้สมรรถนะสูงกลับมาอีกครั้ง มันจะถูกวางตำแหน่งอยู่เหนือกลุ่มรถสปอร์ตของ Nissan นั่นก็คือมีสมรรถนะที่สูงกว่าทั้ง Silvia และ Z

กันยายน 2024 Ivan Espinosa รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของ Nissan ประกาศเริ่มดำเนินการเบื้องต้นกับรถสปอร์ตรุ่นที่สามแล้ว อย่างไรก็ตาม การนำ Silvia กลับมาผลิตใหม่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ผลิตจริง กฎหมายที่เข้มงวดยิ่งขึ้นทำให้รถยนต์สมรรถนะสูงบางรุ่นในยุโรปต้องหยุดผลิตในปีนี้ นักขับที่ชอบรถสปอร์ตญี่ปุ่นที่อยู่ใน EU จะมีไม่มีรถที่จับต้องได้อย่าง Toyota GR86, Subaru BRZ, Porsche Boxster และ Cayman เนื่องจากกฎหมายด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Mazda ยังยุติสายการผลิตเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่ประจำการอยู่ใน MX-5 Miata ทำให้ลูกค้าของ Mazda MX-5 รถสปอร์ตเปิดประทุนคันเล็ก เหลือแค่เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้เลือกเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

Ford Mustang รุ่นล่าสุดที่ขายในยุโรปถูกตัดกำลังลดลง 52 แรงม้า เมื่อเทียบกับ Mustang ในอเมริกา นอกจากนี้ BMW M135, X1 M35i และ X2 M35i ถูกตอนเครื่องยนต์ จาก 6 สูบ 3.0 ลิตร เหลือ 4 สูบ 2.0 ลิตร แบรนด์ตราใบพัดยังต้องล้วงลึกเข้าไปปรับแต่งองคาพยบของรถรุ่น M135i เพื่อให้ผ่านกฏหมายด้านมลภาวะสำหรับรถที่จะวางขายในสหภาพยุโรป (มากกว่าในตลาดอื่นๆ) เนื่องมาจากกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้น กฎหมายจะเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่ผ่านไป จนถึงปี 2035 ยุโรปจะไม่มีรถเครื่องยนต์สันดาปภายในอีกต่อไป ซึ่งดูไปแล้วไม่น่าจะทำได้จริง หรือถ้าทำได้ อุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรปที่ปราศจากเครื่องสันดาปภายในจะต้องล่มสลายลงอย่างแน่นอน เพราะตลาดส่วนใหญ่ยังคงตอบรับกับรถเครื่องยนต์สันดาปภายในปลั๊กอินไฮบริดมากกว่ารถไฟฟ้า กฎระเบียบใหม่ของ EU ที่จะห้ามขายรถยนต์สันดาปภายใน ในปี 2035 ทำให้แบรนด์รถยนต์ชั้นนำต้องมองหาโรงงานประกอบเครื่องยนต์ที่ไม่ได้รับผลกระทบกับกฏข้อบังคับดังกล่าว การย้ายฐานการผลิตที่มีอยู่ไม่มากออกนอก EU จะทำให้เครื่องยนต์รุ่นใหม่มลพิษต่ำมีอายุยืนยาวออกไปอีก 20 ปี. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/