การเปลี่ยนแปลงลักษณะของระบบขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้ามีหลายสิ่งที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะการควบคุม รถยนต์ไฟฟ้าสูญเสียแรงบิดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน กำลังของมอเตอร์ในรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นสามารถเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งได้พอๆ กับรถสปอร์ตพลัง 300-400 แรงม้า มวลของรถไฟฟ้าที่มีน้ำหนักมากกว่า ซึ่งส่งผลต่อระยะเบรกที่แตกต่างจากรถสันดาป รวมถึงการควบคุมทิศทางและการเบรกที่ดูเหมือนจะคล้าย แต่ก็แตกต่างจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง การวางตำแหน่งของแบตเตอรี่ และแรงบิดของมอเตอร์ที่ส่งผลต่อการควบคุม ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยว หรือมอเตอร์คู่ เมื่อขับด้วยความเร็วสูงแล้วเกิดอาการสูญเสียการควบคุมทิศทางของรถ หรือเกิดการลื่นไถล หักพวงมาลัยเข้าโค้งแล้วเกิดอาการหน้าดื้อโค้ง หรือท้ายปัด รวมถึงการใช้เบรกอย่างรุนแรง พร้อมๆ กับการเปลี่ยนทิศทางเพื่อหักหลบสิ่งกีดขวาง เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าบางคนไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ อาจใช้ความเร็วสูงเกินไป ผิวถนนเปียกชื้น ที่ทำให้เกิดการลื่นไถล หมุน หรือเสียหลักจนตกไปจากถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดในการควบคุม 

...

14-18 สิงหาคม พ.ศ.2567 สนามปทุมธานี สปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี Volvo Car Thailand จัดงานอบรมหลักสูตรการควบคุมรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบสำหรับสื่อมวลชนและลูกค้า รวมถึงคนที่สนใจ ในงาน Volvo Electric Vehicle Driving Academy ซึ่งมีการฝึกสอนโดยนักขับที่มีประสบการณ์ในการควบคุมรถ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 500 คน ภายในงานมีการเพิ่มทักษะด้านการควบคุมรถไฟฟ้าที่ถูกต้องและปลอดภัย ให้เข้าใจถึงความต่างระหว่างรถยนต์สันดาปและรถไฟฟ้าในการใช้งาน การบำรุงรักษา และสมรรถนะของรถ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับคนที่มีรถยนต์ไฟฟ้า หรือที่กำลังจะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์พลังงานสะอาด

...

คริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ Volvo Car Thailand กล่าวว่า “รถไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศ เนื่องจากคุณสมบัติที่สะท้อนการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนสู่อนาคต ไร้ไอเสีย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ, ใช้พลังงานและมีค่าซ่อมบำรุงต่ำ ให้อัตราการขับเคลื่อนทรงพลัง อย่างไรก็ตามการใช้งาน และดูแลรักษารถไฟฟ้านั้นมีความแตกต่างจากรถสันดาปอยู่บางประการ Volvo Car Thailand ในฐานะบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย เห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเข้าใจและทักษะที่เกี่ยวกับการใช้งานรถไฟฟ้า บริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรม Volvo Electric Vehicle Driving Academy เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานรถไฟฟ้า และเสริมทักษะการขับขี่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลของวอลโว่แก่ผู้ใช้รถไฟฟ้าที่สนใจทั่วประเทศ พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกการเดินทางทั้งส่วนบุคคลและส่วนรวม”

...

...

Volvo Electric Vehicle Driving Academy กิจกรรมอบรมหลักสูตรการเรียนขับขี่รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ถูกต้องและปลอดภัย เจตนารมณ์ของ Volvo ที่ต้องการให้ผู้ใช้รถไฟฟ้าได้เรียนรู้ถึงวิธีการขับขี่ที่ถูกต้อง ตระหนักถึงความปลอดภัยของตัวผู้ขับและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขับขี่ ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ในแต่ละทักษะและทดลองขับในสถานการณ์จริงในสนามทดสอบ โดยมีครูฝึกผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอดหลักสูตร สำหรับผู้ที่สนใจรถไฟฟ้า หรือใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำที่ต้องการเรียนรู้การขับขี่รถไฟฟ้าอย่างปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจและนำไปต่อยอดการใช้งานในปัจจุบัน

หลักสูตรการขับขี่รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในครั้งนี้ เป็นการอบรมทั้งในภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในหลากหลายทักษะ โดยเน้นการอบรมให้ความรู้ขั้นพื้นฐานที่กระชับเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับท่านั่ง, องศาการวางมือบนพวงมาลัย, วิธีการทรงตัวของรถขณะหมุนพวงมาลัย, ความแตกต่างของมาตรฐานการวัดระยะทางแบบ NEDC / WLTP / CLTC, ข้อแนะนำการขับขี่รถไฟฟ้าในขณะน้ำท่วมสูง, ระยะเบรก และเรียนรู้ปฏิกิริยาตอบสนองของรถ, วิธีการใช้งานระบบช่วยขับขี่ One Pedal Drive, รวมไปถึงคำแนะนำการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้านเพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจ โดยในภาคปฏิบัติมีการจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนถึง 4 รูปแบบทักษะ ให้ผู้เข้าร่วมได้ปฏิบัติเพื่อนำไปต่อยอดการใช้งานรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวันหากจำเป็น อาทิ

สถานี Braking and Avoiding: หลักสูตรจำลองการเบรกและหักหลบ เมื่อเจอสิ่งกีดขวางด้านหน้า

จากความเร็วที่ขับ 100 กม./ชม. หมายความว่า ในเวลา 1 วินาที รถจะเคลื่อนที่ไปเป็นระยะทาง 27.8 เมตร ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น จำเป็นต้องเบรกก็ควรจะเหยียบเบรกให้เร็วและแรงเต็มที่ โดยออกแรงเบรกอย่างเต็มที่ และไม่ต้องเกรงว่าตัวรถจะเสียหลัก จากนั้นประคองพวงมาลัยรักษาเส้นทาง ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อก และระบบเสริมแรงเบรก BA ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อต้องใช้เบรกแบบเต็มกำลัง ABS ช่วยให้สามารถบังคับทิศทางของรถในระหว่างเหยียบเบรก ทำให้ขับหลบสิ่งกีดขวางได้โดยล้อไม่ล็อก อย่างไรก็ตามรถที่มีระบบเบรก ABS ควรเหยียบเบรกให้แรงมากกว่าปกติ

สถานี Moose test:
ทดสอบการทรงตัวและการควบคุมตัวรถเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ในขณะมีสิ่งกีดขวางยื่นออกมาบนถนน หรือสถานการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนเลนกะทันหันในระหว่างขับขี่ จำลองโดยการวางกรวยล้อมกรอบเป็นเส้นทาง เพื่อให้เลี้ยวรถไปยังทิศทางที่ต้องการ ในทักษะนี้จะเป็นการสอนบังคับพวงมาลัยเพื่อหักหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้า

สถานี Avoiding obstacles:
จำลองเหตุการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดสิ่งกีดขวางขึ้นกลางถนน เป็นเหตุให้ผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนเลนเป็นทางซ้ายหรือขวาทันที โดยจัดจำลองกรวยจราจรเป็นรูปตัว Y สร้างสถานการณ์ให้ผู้เข้าร่วมได้ตัดสินใจด้วยตนเอง

สถานี Understeer (Half circle): จำลองเหตุการณ์ที่อาจทำให้รถเกิดอาการหน้าดื้อโค้งจากการสูญเสียการควบคุมทิศทางของรถ โดยจำลองทดสอบรถบนพื้นเปียกลื่น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เกิดทักษะการรับมือเมื่อพบเจอกับปัญหานี้ และการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด Understeer หรืออาการหน้าดื้อโค้ง หมายถึง การขับรถเข้าโค้ง แล้วล้อหน้าไถลออกนอกถนน ทำให้รถหลุดออกจากโค้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือบางครั้งเกิดขึ้นกับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ไม่มากเท่ากับที่เกิดขึ้นในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยว ที่วางมอเตอร์อยู่ด้านหน้า และใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า

วิธีแก้ไขอาการหน้าดื้อโค้ง

1- จับพวงมาลัยให้ถูกต้อง การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้อง และไม่กำแน่นจนเกินไป จะช่วยทำให้คุณสามารถควบคุมทิศทางรถได้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องใช้พวงมาลัยแบบฉับพลันทันที มือซ้ายอยู่ในตำแหน่ง 9 นาฬิกา มือขวาอยู่ในตำแหน่ง 15 นาฬิกา ไม่นั่งห่างจากพวงมาลัยจนทำให้แขนตึง ประเภทนอนขับเลื่อนเบาะออกไปจนไกล จะทำให้การควบคุมทิศทางแทบจะทำไม่ได้เลย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุก

2- ยกคันเร่งตัดการส่งแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อน ประคองพวงมาลัย หรือบังคับพวงมาลัยรถให้เลี้ยวมากกว่าเดิม

3- การถอนคันเร่งก็เพื่อให้รถถ่ายเทน้ำหนักมาที่ล้อหน้า และตัดกำลังเพื่อลดการสูญเสียแรงยึดเกาะของล้อหน้า พยายามบังคับให้รถวิ่งไปตามทางโค้ง จนแรงยึดเกาะกลับมาเหมือนเดิม หากไม่เข้ามาเร็วเกินไปจนเกินกว่าขอบเขตข้อจำกัดของรถ รถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าก็จะไม่เกิดอาการดังกล่าว เมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถควบคุมรถได้ก็ให้ใช้เบรกเต็มกำลังเพื่อป้องกันการหลุดจากถนนไปฟาดกับต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือรถที่แล่นสวนทางมา!

กิจกรรม Volvo Electric Vehicle Driving Academy ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อีแซดเอสวีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดงานเพื่อมอบความรู้ และพัฒนาทักษะด้านการขับขี่รถไฟฟ้าที่ถูกต้อง ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ผู้ใช้งานรถทั่วประเทศ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/