ในโลกแห่งความสมบุกสมบันของการเดินทาง รถปิกอัพนั้นเป็นยานพาหนะรูปแบบที่คนไทยเลือกซื้อมากที่สุดแบบหนึ่ง ถ้าเอามือหยิบรถจดทะเบียนใหม่ในประเทศมาแบบสุ่มๆ สัก 10 คัน อย่างน้อย 4 คันในนั้นจะเป็นรถปิกอัพ รองลงมาคือพวกรถ SUV และครอสโอเวอร์ ซึ่งน่าจะมีไม่เกิน 3 คัน และที่เหลือเป็นส่วนผสมระหว่างรถเก๋ง 4/5 ประตู รถไฟฟ้า รถตู้ และรถอื่นๆ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รวยมหาศาลจนเดินไปถอย X6 หรือ Cayenne Coupe แบบไม่ต้องคิดมาก ถ้าสามารถมีรถได้เพียงคันเดียว จากเศรษฐกิจที่บีบรัด ต้องใช้รถคันเดียวเป็นทุกอย่างเพื่อการเดินทางไปหาเงิน ไปเที่ยวกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ ขับลุยฝ่าทางวิบากหรือน้ำท่วมขังได้โดยไม่ต้องวิตกกังวลมากนัก รถที่มีความสามารถแบบนั้น มันก็ต้องเป็นรถปิกอัพอยู่แล้ว

...

ประเทศไทย ดินแดนที่มีถนนอันหลากหลายทั้งทางเรียบในเมือง และทางออฟโรดตามต่างจังหวัด รวมถึงถนนที่กลายเป็นคลองในช่วงฤดูฝน รถกระบะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นยานพาหนะที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือบุกตะลุยฝ่าป่าเขาลำเนาไพร ก็ไม่มีใครเกินหน้าเกินตาปิกอัพของไทยไปได้ในเรื่องของค่านิยม แม้ยอดขายจะหล่นตามเศรษฐกิจที่เงียบเหงาซบเซามาตั้งแต่กลางปี 2566 แต่รถกระบะก็ยังเป็นทางเลือกหลักที่ยังพอขายได้ และการมาถึงของ Hilux GR Sport เมื่อสี่เดือนก่อนก็จุดประกายคนอยากได้แรปเตอร์ให้หันกลับมามองของดีราคาถูกกว่าอย่าง GR Sport

จุดประสงค์ในการพัฒนารถปิกอัพก็คือความทนทานต่อการขับใช้งานอย่างหนักหน่วง ขั้นตอนการทดสอบระหว่างวิจัยและพัฒนารถ โดยเฉพาะ Toyota Hilux GR Sport ทีมวิศวกรของแบรนด์สามห่วงในออสเตรเลียก็ต้องทดสอบโดยทำสิ่งที่ลูกค้าทำ เช่น ใส่ของเต็มท้าย บรรทุกหนัก วิ่งบนถนนลูกรัง ถนนหิน ไต่เขา ช่วงล่างโดนกระแทกเมื่อลุยร่องน้ำแห้ง ขับฝ่าน้ำท่วมขังลึกกว่า 70 เซนติเมตร ขับเร็วบนทางลูกรังที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือรูดผ่านทะเลทรายแห้งๆ ที่มีหินเต็มไปหมด วิ่งในสภาพอุณหภูมิเกือบ 50 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิติดลบในเขตภูเขาสูงชัน รถต้องไม่พัง..คือเสื่อมสภาพระยะยาวมันนั้นเป็นเรื่องปกติของการใช้งาน แต่ยิ่งทน ชิ้นส่วนต่างๆ เสื่อมช้า ลูกค้ายิ่งอยากได้ Hilux GR Sport ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รับมือกับความหลากหลายของเส้นทาง โดยเฉพาะทางออฟโรดที่มีอยู่ทั่วประเทศ 

...

...

ประเด็นสำคัญที่ทำให้ Toyota Hilux ได้รับความนิยมไปทั่วก็คือ บำรุงรักษาง่าย และ Hilux GR Sport ก็เป็นกระบะสมรรถนะสูงที่ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนหรือซ่อมยาก จุดที่ต้องคอยดูแล ก็ไม่ได้น้อยกว่าอีโคคาร์คันละห้าหกแสนบาท แต่สิ่งที่พูดถึงสำหรับความง่ายนี้ ก็มีความเอี่ยวกับการใช้งานอยู่ เพราะหลายชิ้นส่วนในรถปิกอัพออกแบบมาเผื่อการใช้งานที่ต้องวิ่งทำรอบวันละหลายร้อยหรือหลักพันกิโลเมตร วัสดุ ชิ้นส่วน และปรัชญาในการออกแบบเครื่องยนต์ของ Toyota จึงมุ่งไปที่ความคงทน คือรถต้องทนทรหด เจ้าของไม่ต้องคอยเปิดเช็กนั่นเช็กนี่บ่อยเกินจำเป็น

...

ความง่ายในการบำรุงรักษา ยังมาในรูปของการที่มีศูนย์บริการของพี่โตตั้งอยู่ทั่วทุกหัวระแหง หรือหากไม่นิยมเข้าศูนย์ อยากประหยัดเงิน หรือชอบแต่งเพิ่มเพื่อให้รถมีศักยภาพในการใช้งานที่สูงขึ้นไปอีก อู่นอก หรือสำนักแต่งกระบะออฟโรดก็มีอยู่เยอะจนเลือกไม่ถูก เมื่อมีคนใช้เยอะ อะไหล่ก็ยิ่งแพร่หลายและมีราคาที่ไม่รุนแรงเกินไป เมื่อหมดระยะประกันอู่นอกที่รับซ่อมรถทั่วไปก็สามารถซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอได้ง่าย ยิ่งรถรุ่นไหนขายได้เยอะ ช่างในอู่ก็มีประสบการณ์ในการซ่อมบำรุงจนเชี่ยวชาญ 

Toyota Hilux REVO GR Sport 2.8 6A/T 4WD พัฒนาในดินแดนรกร้างห่างไกลของแดนจิงโจ้ แล้วมาประกอบในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปขายในกลุ่มประเทศที่นิยมรถปิกอัพ เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD Super Power 1GD-FTV (High) แบบ 4 สูบ แถวเรียง 4 วาล์วต่อสูบ DOHC VN Turbo ชุดลดอุณหภูมิไอดี Intercooler ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี กำลังสูงสุด ตอนที่ยังไม่ได้จูนเพิ่ม อยู่ที่ 150 กิโลวัตต์ (204 แรงม้า PS) ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที หลังจากนั้น Toyota ก็ยอมปล่อยของแรง โดยลงมือจูนเครื่อง GD Super Power 1GD-FTV (High) ใหม่หมด ให้มีกำลังสูงขึ้นจาก 150 กิโลวัตต์ 204 แรงม้า เป็น 165 กิโลวัตต์ หรือ 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากของเดิม 500 นิวตันเมตร เพิ่มเป็น 550 นิวตันเมตร เป็นการอัปเกรดเครื่องยนต์ในปี 2567 และมีประจำการอยู่ในของแรงอย่าง Fortuner Legender 2.8 GR Sport แรงบิดระดับนั้นทำให้ขับสนุกขึ้นเยอะ โดยเฉพาะการเร่งแซงนั้นทำได้สูสีกับ Raptor 2.0L Bi Turbo หรือบางจังหวะจะดูเปรียวกว่าด้วยซ้ำ

เครื่องยนต์ถ่ายกำลังไปยังล้อทั้งสี่ หรือสองล้อหลังในยามปกติด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift ระบบรองรับของ Hilux GR Sport ด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริง เหล็กกันโคลงขยายเส้นผ่าศูนย์กลางให้ใหญ่ขึ้น ปีกนกด้านล่างหนาขึ้น คอม้าแบบใหม่แข็งแรงขึ้น โช้คอัพพิเศษแบบ Monotube ระบบรองรับด้านหลังแบบแหนบซ้อน โช้คอัพ Monotube ติดตั้งอาร์มรับแรงสั่นสะเทือน ระบบเบรก ด้านหน้าใช้ดิสเบรกแบบมีครีบระบายความร้อน คาลิปเปอร์เบรกสีแดง สัญลักษณ์ GR ด้านหลังคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ขยายพื้นที่เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกขั้นต้น เปลี่ยนเบรกแอ็กคิวเอเตอร์ใหม่ พร้อมซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานใหม่

การไม่มีของแพงอย่างโช้คสปริง Fox ทำให้ Toyota กดค่าตัวได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท GR Hilux รุ่นปี 2024 ไม่ได้มีพิษสงรอบตัวมากนัก แต่มีสิ่งพิเศษที่ซ่อนอยู่ภายในนั่นก็คือ โช้คอัพโมโนทิวบ์ KYB ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบขนาดใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีระบบกันสะเทือนคอยล์สปริงหน้าและแหนบหลังที่แตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับ GR Hilux รุ่นมาตรฐานที่ขายในไทย เมื่อเปรียบเทียบกับกระบะ High performance รุ่นอื่นๆ ผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับแต่งช่วงล่างของ GR Hilux บนแผ่นดินออสเตรเลียก็คือ ความสูงเพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร ความกว้างของแทร็กด้านหน้าเพิ่มขึ้น 135 มิลลิเมตร และ 155 มิลลิเมตร ที่ด้านหลัง แทร็กที่กว้างกว่าเดิมทำให้ Hilux Gr Sport ทรงตัวได้ดีขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางลูกรัง รวมถึงยังมีความเสถียรและการยึดเกาะที่เพิ่มขึ้นเมื่อขับบนไฮเวย์ ตอนขับทดสอบ ลองรูดบนทางลูกรังขึ้นไปถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังนิ่งใช้ได้ แต่เสียงลมที่ปะทะกระจกมองข้างจะดังเอามากๆในย่านความเร็วนั้น 

ห้องโดยสารของ GR Hilux 2024 ฉีกหนีจาก Hilux รุ่นมาตรฐาน เบาะคนขับปรับไฟฟ้า หุ้มหนังสังเคราะห์แบบไมโครไฟเบอร์ คล้ายกับหนังกลับ Alcantara เบาะสีเทา-ดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง หนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์เจาะรูพรุนทั้งพนักพิงหลังและในส่วนของเบาะรองนั่ง เบาะหลังหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์เช่นเดียวกับเบาะหน้า ส่วนพนักเท้าแขนที่พับเก็บได้ ออกแบบสำหรับวางแก้วเครื่องดื่มได้สองตำแหน่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางไกล พื้นที่ของเบาะหลังมีพอเพียงสำหรับผู้โดยสารสองคน สำหรับตำแหน่งของการนั่งขับ พวงมาลัยปรับสี่ทิศทาง แป้นเปลี่ยนเกียร์ ระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ ระบบอินโฟรเทนเมนต์แบบใหม่ของ Hilux GR เชื่อมต่อเพื่อใช้งานทั้ง iOS และแอนดรอยด์ จุดที่ยอมรับว่าทำได้ดีแม้จะแข็งขึ้นกว่าเดิมก็คือ การขับบนไฮเวย์เรียบๆ พวงมาลัยที่มีการทำงานไม่ขี้เหร่ แม้จะไม่ใช่ไฟฟ้าเหมือน Ranger Raptor แต่น้ำหนักและระยะหมุนเมื่อขับเร็วก็ตอบสนองได้ดี มีแต่ช่วงล่างที่แข็งไปหน่อยเมื่อใส่ยาง Bridgestone Dueler AT และเมื่อขายในไทย ยางจะถูกเปลี่ยนเป็น BF GOODRICH All-Terrain TA KO2 ซึ่งเป็นยางเกรดเดียวกับ Raptor ยางดีแต่ราคาต่อเส้นก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน 

กระบะขับสี่ในเวอร์ชัน GR Sport เป็นรถปิกอัพที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับการเป็นยานพาหนะคันใหม่ ในช่วงที่ประเทศไทยบางพื้นที่ยังคงยากต่อการเข้าถึง หรือมีสภาพถนนที่ไม่เหมาะสมกับรถเก๋งเตี้ยๆ ทางที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงหรือกำลังสร้าง จะเต็มไปด้วยหลุมบ่อ หรือผิวถนนที่ขรุขระ ด้วยโช้คอัพใหม่และการเซตค่าสปริงใหม่ Hilux GR Sport ออกแบบช่วงล่างและใส่ยางออฟโรดที่สามารถรูดผ่านถนนที่มีผิวไม่เรียบได้ ล่าสุดเข้าเดือนสิงหาคม ยอดจองของ Hilux GR Sport จากที่เคยอยู่ในตัวเลข 700 คัน ตอนนี้ แม้เศรษฐกิจจะไม่ดีและยอดขายรถกระบะในไทยนั้นร่วงรูดมานานแล้ว แต่ Hilux GR Sport ทำยอดจองล่าสุดไปได้ที่ 1,550 คัน และคนที่จองวันนี้ จะได้รถอีกทีต้องรอถึงต้นปีหน้ากันเลยทีเดียว. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/