ค่ายตรีศูล เผยโฉมรถยนต์รุ่นล่าสุดจากโปรแกรม Bespoke ในโครงการ Maserati Fuoriserie เพื่อสร้างรถยนต์ในรูปแบบเฉพาะของตัวเอง โดยร่วมมือกับ Marchese Antinori ผู้ผลิตไวน์ชื่อดังเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 50 ปีของไวน์ที่มีชื่อเสียงก้องโลก Tignanello ระบบขับเคลื่อนประกอบด้วยมอเตอร์แม่เหล็กถาวรแบบฟลักซ์สามตัว แต่ละตัวมีอินเวอร์เตอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ของตัวเอง สองตัวติดตั้งอยู่ด้านหลัง มอเตอร์อีกตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้า แต่ละตัวสามารถรองรับกำลังได้สูงสุดถึง 300 กิโลวัตต์ ซึ่งหมายถึงกำลังสูงสุดตามทฤษฎีที่ 900kW (1,207 แรงม้า) น่าเสียดายที่แบตเตอรี่ไม่สามารถให้พลังงานได้ขนาดนี้ แม้จะเป็นการระเบิดพลังงานสูงสุดเพียงสั้นๆ ก็ตาม วิศวกรอ้างว่า Maserati GranCabrio Folgore Tignanello มีกำลังสูงสุด 818 แรงม้า (610kW) ในโหมด "MaxBoost" ส่วนการใช้งานปกติทั่วไป รถจะมีกำลัง 751 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนรูปตัว T วางอยู่ระหว่างด้านหน้าและด้านหลังของเบาะผู้โดยสาร ด้วยรูปแบบที่เหมาะสมของชุดแบตฯ ทำให้ได้สัดส่วนแบบคลาสสิกของ GranCabrio ซึ่งไม่สามารถวางแบตเตอรี่แบบหนาติดตั้งอยู่บนพื้นรถได้ แบตเตอรี่มีความจุ 92.5kWh แต่ใช้ได้เพียง 83kWh เท่านั้น นั่นหมายความว่า Maserati จำกัดแรงดันไฟชาร์จสูงสุด และบางทีอาจเป็นแรงดันไฟจ่ายขั้นต่ำของแต่ละเซลล์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานมากกว่า ระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking ภายใต้การเบรกแบบจ่ายพลังงานใหม่ สามารถดูดซับพลังงานไฟฟ้าถึง 400kW ในเวลาอันสั้น ในแง่ของการชาร์จอย่างต่อเนื่อง อาจต้องใช้พลังงาน 270kW จากสถานีชาร์จไฟที่สามารถชาร์จจาก 20 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเพียงแค่ 18 นาทีเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจคือ Maserati ดูเหมือนจะไม่มั่นใจในความพร้อมใช้งานของสถานีชาร์จที่สามารถรองรับสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ของ GranCabrio ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการติดตั้ง "DC Booster" ซึ่งฟังดูเหมือนตัวแปลง DC-DC ที่สามารถเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าต่ำจากสถานี ให้เป็นระบบโวลต์ 800 ซึ่งจำเป็นต่อการชาร์จชุด Folgore หากใช้ระบบนี้ สามารถชาร์จได้ที่ 50kW ดีกว่าการรอจนทำให้ไปถึงจุดหมายไม่ทันนัด! เมื่อชาร์จไฟจนเต็มจะทำให้ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello วิ่งไกลประมาณ 440 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
...
เพื่อร่วมฉลอง 50 ปีของ ‘ติญาเนลโล’ (Tignanello) ไวน์แดงชื่อดังระดับโลกสัญชาติอิตาลี Maserati รังสรรค์ยนตรกรรมเวอร์ชันพิเศษในตระกูล กรันคาบริโอ โฟลกอเร (GranCabrio Folgore) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเปิดหลังคาและใช้หลังคาผ้าของ Maserati รถยนต์เปิดประทุนรุ่นพิเศษนี้ ถูกสร้างขึ้นแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ มาร์เคเซ่ อันติโนริ (Marchesi Antinori) สำหรับการประมูลที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ในงาน Arts for all Gala ที่จัดขึ้นใน Festival Napa Valley ซึ่งเป็นเทศกาลงานศิลปะการกุศลชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในโอกาสครบ 110 ปีของค่ายตรีศูล มาเซราติ ได้ร่วมมือกับ Marchesi Antinori ตระกูลผู้ผลิตไวน์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี และสืบทอดการบ่มไวน์ต่อกันมาถึง 26 รุ่น จนเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี และด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการให้ความสำคัญกับคุณค่าของประเพณีที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ ทำให้ Marchesi Antinori เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตไวน์ที่ดีที่สุดของโลก Marchesi Antinori และ Tignanello จึงสะท้อนถึงความรู้สึกและแพสชันที่เป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของ Maserati ได้อย่างชัดเจน ในฐานะที่เป็นพระเอกและผู้นำในประวัติศาสตร์แห่งวงการยานยนต์และขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งยุค
...
แรงบันดาลใจในการรังสรรค์รถยนต์พิเศษรุ่นนี้ เริ่มขึ้นในไร่องุ่นซึ่งเปรียบได้กับรากเหง้าและอาณาจักรส่วนตัว ทั้ง Marchesi Antinori และ Tignanello ต่างก็มีอาณาจักรที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ของตน จากห้องใต้ดินอันเป็นแดนมหัศจรรย์ที่สรรค์สร้างและหมักบ่มไวน์ชั้นดี จากฉลาก Tignanello ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา และการที่ผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นที่รู้จักยอมรับ เช่นเดียวกับการเป็นแบรนด์ระดับไอคอนของค่ายตรีศูล
...
รถยนต์ที่มีบุคลิกพิเศษ โดยการผสมผสานกับคุณค่าของ Marchesi Antinori และ Tignanello ได้วิจัยค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ไวน์ชั้นนำดังกล่าว รวมทั้งยกย่องครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ ด้วยการเลือกสีสัน วัสดุที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และรายละเอียดสุดประณีต ทำให้ GranCabrio Folgore Tignanello กลายเป็นเสมือนบทกวีที่ร้อยเรียงขึ้น เพื่อสรรเสริญไร่องุ่น Tignanello และความเป็นมา 50 ปี ของไวน์ชั้นนำ
...
รูปลักษณ์ภายนอกของ GranCabrio Folgore Tignanello เกิดจากการออกแบบพิเศษเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีตัวถังพิเศษ ‘Terra di Tignanello’ หรือสีน้ำตาลเชสต์นัท แรงบันดาลใจ จากสีของดินในไร่องุ่น เพิ่มโทนอบอุ่นด้วยสีเบอร์กันดีเหลือบทองแดง ซึ่งสื่อถึงโทนสีแดงของถังบ่มไวน์ Tignanello ทำให้เนื้อสีเข้มข้นมีเงาเมทัลลิก นับได้ว่าเป็นสีแห่งความเหนือระดับที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งแวดล้อมในไร่องุ่น ขอบและก้านเบรกเป็นสีดำด้านและดำมันตามลำดับ ตราสัญลักษณ์สีทองแดง โลโก้ Maserati สีทองแดงมันบนพื้นผิวมัน หลังคาผ้าแบบซอฟต์ท็อปเป็นสีดำเช่นกัน
รายละเอียดที่โรแมนติกที่สุดคือการตกแต่งภายใน ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของ Tignanello และเฉลิมฉลองประวัติอันยาวนานของผู้ผลิตไวน์ได้ชัดเจน รวมทั้งนำธรรมเนียมประเพณี นวัตกรรม และความประณีต มาผสานรวมกันอย่างลงตัว เบาะนั่งทำจากหนังตกแต่งด้วยวัสดุหลายอย่างในโทนสีเงินและสีแดงเบอร์กันดีที่ถักทอเข้าด้วยกันด้วยวัสดุของบริษัท Vegea ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นซึ่งพัฒนามาจากวัสดุในไร่องุ่น ชวนให้นึกถึงต้นองุ่นที่เรียงรายเป็นแนวบนเนินเขา Tignanello ที่มีหินอัลบาเรส (Alberese) อยู่ตรงกลาง วัสดุนี้ทั้งดูเหมือนหนัง และให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในยนตรกรรมของ Maserati วัสดุอื่นๆ ล้วนทำจากวัสดุธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นไม้สีเข้มสลักด้วยเลเซอร์ เพื่อสื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มไวน์ การตกแต่งที่ประตูมีรายละเอียดสะท้อนถึงการผลิตไวน์ Tignanello พนักพิงศีรษะปักลายหรูผสานทั้งตราตรีศูลของ Maserati และดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งประทับอยู่บนฉลากของไวน์ Tignanello มานาน นอกจากนี้ยังได้สลักเลข 1971 และ 2021 ด้วยเลเซอร์ลงบนคอนโซลกลาง ย้อนเวลาไปถึง 50 ปี ที่ไวน์ Tignanello ออกสู่ตลาด
เคลาซ์ บุสซ์ (Klaus Busse) หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Maserati กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ Marchesi Antinori ในครั้งนี้ช่วยให้เรามีโอกาสทำให้การตกแต่งพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนงานหลักของโครงการ Maserati Fuoriserie มีบุคลิกที่ชัดเจน ด้วยการรังสรรค์รถยนต์ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการขับให้โดดเด่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับที่ไวน์ชั้นดีช่วยเพิ่มความประทับใจบนโต๊ะอาหารการเล่าเรื่องราวความเป็นสุดยอดสไตล์อิตาลีนับเป็นความภูมิใจของเรา และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยโปรแกรม Fuoriserie จะผลักดันให้เราทุ่มเทสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้”
Piero Antinori กล่าวว่า “นี่คือความท้าทายที่ไม่มีวันสิ้นสุด คือความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและการตั้งคำถามกับตัวเอง การค้นหาและสร้างสรรค์คุณภาพที่ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายของความร่วมมือระหว่างเรากับ Maserati แบรนด์ที่ทั่วโลกยึดมั่นว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของอิตาลี รถยนต์รุ่นนี้เป็นหนึ่งเดียวที่สร้างขึ้นโดยมี Tignanello เป็นแรงบันดาลใจในโอกาสฉลอง 50 ปี มีเอกลักษณ์ และเป็นที่ยอมรับอย่างมากเช่นเดียวกับไวน์ของเรา โครงการความร่วมมือนี้ทำให้ครอบครัวเราภาคภูมิใจมาก และ GranCabrio Folgore คันนี้จะถูกนำไปประมูลในงาน 2024 Arts for All Gala ที่จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Napa Valley เพื่อนำเงินเข้าสมทบการกุศลต่อไป”
GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนล่าสุดจาก Maserati เซราติ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า
ทำความเร็วได้สูงสุดในตลาดรถสปอร์ตพลังงานสะอาด การผสานสมรรถนะ ความสะดวกสบาย สไตล์ที่โดดเด่น และความหรูหราทำให้รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่นมาก รวมทั้งยังมีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยซึ่งพัฒนามาจากเครื่องยนต์ของฟอร์มูล่า อี ทำให้ทรงพลังแต่ยังคงสะดวกสบาย มีสไตล์หรูหราในแบบฉบับของค่ายตรีศูล
Maserati GranCabrio เป็นรถยนต์สองประตูเปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่ง มีหลังคาผ้าแบบซอฟต์ท็อปน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบและรายละเอียดที่เปี่ยมนวัตกรรมมากมาย เช่น ระบบอุ่นต้นคอสำหรับการเดินทางแบบเปิดประทุนที่ให้ความสบาย แม้ในขณะที่อุณหภูมิภายนอกลดลง หรือระบบหยุดกระแสลมที่จะช่วยลดแรงลมหมุนวนภายในห้องโดยสาร
Tignanello เป็นไวน์แดง Sangiovese ที่หมักบ่มในถังไม้ นับเป็นไวน์แดงรุ่นใหม่ที่ผสมผสานองุ่นหลายพันธุ์ใหม่ (โดยเฉพาะ Cabernet) และเป็นหนึ่งในไวน์แดง Chianti Classico ชนิดแรก ที่ไม่ได้ใช้องุ่นขาวในการผลิต Tignanello นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญและเป็นไวน์ที่สื่อถึงจิตวิญญาณและคติของตระกูล Antinori ‘Te Duce Proficio’ แปลว่า ‘เมื่อเดินตามรอยท่าน เราจะรุ่งโรจน์’ ไวน์ Tignanello ถูกหมักบ่มจากองุ่น Sangiovese และ Cabernet ที่เก็บเกี่ยวมาจากไร่องุ่นชื่อเดียวกันในเมือง Tenuta Tignanello ใจกลางแถบ Chianti Classico ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 57 เฮกเตอร์ (141 เอเคอร์ หรือประมาณ 356 ไร่) และได้รับแสงแดดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358