MG3 HYBRID+ จัดอยู่ในรถยนต์เซกเมนต์ B แฮตช์แบ็ก เป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดยุโรป ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 HYBRID+ ประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ความจุแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 1.83 kWh กำลังรวมสูงสุดที่ 194 แรงม้า ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 100 กรัมต่อกิโลเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 8 วินาที
...
SAIC Motor CP และ MG Sales Thailand ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย เตรียมนำเทคโนโลยีไฮบริดรุ่นใหม่เข้ามาใส่ใน NEW MG3 HYBRID+ รถยนต์พลังงานทางเลือก พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สีเขียว (Green Mobility) พัฒนาโดย SAIC MOTOR CORPORATION ประสิทธิภาพ พลัง ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การยกระดับมาตรฐานรถยนต์ไฮบริดที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
HYBRID+ ในแบบฉบับของ MG
หลังจากที่ NEW MG3 HYBRID+ ทยอยเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งในประเทศอังกฤษ และบางประเทศในยุโรปที่ยังไม่โดนการกีดกันทางการค้าระหว่างโลกตะวันตกและจีน รวมไปถึงทวีปอเมริกาอย่างประเทศเม็กซิโก ก่อนข้ามมาขายในอีกซีกโลก ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย และฟิลิปปินส์ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด หนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ MG3 2024 เป็นรถเล็กที่น่าสนใจในกลุ่ม B-Segment คือ ระบบ HYBRID+ การบริหารพลังงานในแบบฉบับรถไฟฟ้า มอเตอร์ขับเคลื่อน กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร มอเตอร์ที่ใช้สร้างกระแสไฟ 45 กิโลวัตต์ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พัฒนาขึ้นใหม่จาก SAIC MOTOR CORPORATION มีกำลัง 102 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 รวมแรงม้าของทั้งสองระบบที่ 194 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลัง เกียร์ไฟฟ้า EDU 3 ระดับ แบตเตอรี่ Lithium-Ion ความจุ 1.83 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เป็นโมเดลไฮบริดใหม่ที่ครบสมบูรณ์แบบ จาก 8 โหมดขับเคลื่อน เช่น
ระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid)
ระบบขับเคลื่อนแบบผสานเครื่องยนต์ และมอเตอร์ (Parallel Hybrid)
การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (Pure EV) สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้อย่างราบรื่นและเหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงความเร็ว
...
8 โหมดขับเคลื่อนของ ALL NEW MG3 HYBRID+ จากจุดหยุดนิ่งไปจนถึงวิ่งแบบเต็มพลัง
โหมดจอดหยุดนิ่ง
ระบบจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง (HV BATTERY) เพื่อทำให้ระบบปรับอากาศและระบบอื่นๆ ทำงานได้โดยที่เครื่องยนต์หยุดการทำงาน
โหมดวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนจนถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่งในช่วงความเร็ว 0-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (Pure EV) ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเงียบเหมือนรถไฟฟ้า พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ
โหมดความเร็วที่วิ่งในถนนที่มีการจราจรหนาแน่น
เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงความเร็วต่ำ ใช้งานในเมือง ระบบจะสลับไปยังโหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่แค่เพียงปั่นไฟ และส่งกระแสไฟไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนตัวรถ ทำให้ได้ความรู้สึกนุ่มนวล ตอบสนองฉับไวแบบรถไฟฟ้า และรถมีความคล่องตัวมากขึ้น
โหมดความเร็ววิ่งในเมือง
แต่หากความเร็วไต่ระดับไปที่ 50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมักจะเป็นช่วงสำหรับใช้งานเดินทางออกนอกเมืองด้วยความเร็วปานกลาง โหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) จะยังช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงแรงบิดสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะเครื่องยนต์ยังทำหน้าที่เป็นตัวปั่นไฟช่วยให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อโดยตรงได้แบบรถไฟฟ้า พร้อมส่งกระแสไฟส่วนเกินไปเก็บยังแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง
โหมดความเร็ววิ่งคงที่
เมื่อวิ่งด้วยความเร็วคงที่ในช่วงความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงการขับขี่ระยะไกล ระบบจะสลับเป็นการใช้งานเครื่องยนต์ที่รอบความเร็วต่ำโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องยนต์จะตัดต่อการทำงานผ่าน Hybrid Transmission มี 3 อัตราทดแบบอัตโนมัติ มาขับเคลื่อนที่ตัวล้อโดยตรง ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารถแบบ Series Hybrid ทั่วไป ที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่เพียงปั่นไฟอย่างเดียวตลอดเวลา
...
โหมดวิ่งทางไกล และเร่งแซง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรถอยู่ในช่วงเร่งความเร็ว 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงขับขี่ทางไกล หรือขึ้นทางลาดชัน เมื่อต้องการเร่งแซง เพียงแค่กดคันเร่งเบาๆ ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฮบริดกำลังสูงจะทำงานร่วมกัน (Parallel Hybrid) ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ในทันที เมื่อต้องการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน รถจะสามารถให้อัตราเร่งสูงสุดและตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดี เหนือกว่ารถไฮบริดทั่วไป
โหมดความเร็วสูง
เมื่อใช้ความเร็วสูงกับการขับทางไกลบนไฮเวย์ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์จะทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยขณะที่รถขับเคลื่อนไป ระบบจะแบ่งกำลังส่วนที่เหลือจากเครื่องยนต์ไปหมุนเจเนเรเตอร์ เพื่อปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่
โหมดลดความเร็ว Regenerative
เมื่อผ่อนคันเร่งลดความเร็วลงมาในช่วง 120-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือช่วงขับขี่ลงทางชัน ระบบ HYBRID+ จะใช้มอเตอร์เป็นตัวหน่วงกำลัง ซึ่งจะทำหน้าที่ชาร์จไฟเป็นระบบ Energy Regeneration 3 ระดับ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระดับการรีเจนได้แบบรถไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงสุด
...
ความแตกต่างของระบบ HYBRID+ กับการผสานพลังอย่างลงตัวของเครื่องยนต์ที่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการทำงานกับระบบไฮบริดเพิ่มมากขึ้น แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และระบบ Hybrid Transmission ที่มี 3 อัตราทด ปรับทำงานอัตโนมัติ ช่วยให้เครื่องยนต์ที่ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดมอเตอร์มีช่วงการทำงานที่กว้างมากขึ้น ตอบสนองการเร่งในช่วงความเร็วต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยมีรอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ลดลง NEW MG3 HYBRID+ ยังใช้ไฮบริดมอเตอร์ เป็นเทคโนโลยีมอเตอร์ตัวเดียวกับรถไฟฟ้าแบบ High-performance Permanent Magnet Synchronous Motors
ระบบ HYBRID+ นวัตกรรมยานยนต์สู่การเป็น Green Mobility ที่พัฒนาโดย SAIC MOTOR CORPORATION ทำให้ NEW MG3 HYBRID+ เป็นเครื่องยนต์ไฮบริดแบบใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถยนต์พลังงานผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า กับสมรรถนะที่ทำให้ผู้ขับได้รับความสนุก เตรียมพบกับ NEW MG3 HYBRID+ ที่มีกำหนดเปิดตัวในประเทศไทย เร็วๆ นี้.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358