วิริยะประกันภัย รับยอดขายรถใหม่ป้ายแดงทรุดหนัก กระทบวงการประกันภัย พร้อมปรับกลยุทธ์งานขายใหม่ ใช้ตัวแทนอุดช่องโหว่ ด้วยการรับตัวแทนใหม่ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 คน  

นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เราประเมินว่าเบี้ยประกันภัยรับของบริษัทในปี 67 นี้ น่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเบี้ยประกันภัยรับของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และครึ่งทางของปีนี้บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับแล้วกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ช่องทางตัวแทนของบริษัทถือเป็นฐานสำคัญในการขยายฐานลูกค้า โดยบริษัทตั้งเป้าตัวแทนใหม่ประมาณ 200 คนต่อปี จากเดิมที่มีตัวแทนอยู่แล้วประมาณ 3,000 คน

นายดลเดช กล่าวอีกว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันวินาศภัยมีการแข่งขันกันรุนแรง และยอดขายรถยนต์ป้ายแดงมีอัตราลดลง และเราก็มองเห็นว่าช่องทางตัวแทนยังคงสามารถสร้างยอดขายเติบโตได้เป็นอย่างดี

"ตัวแทนถือเป็นฐานสำคัญของเราทั้งในส่วนของบุคคล และนิติบุคคล โดยเราต้องเจาะช่องว่าง โดยเฉพาะลูกค้าในกรุงเทพฯ ส่วนผลิตภัณฑ์รถยนต์น่าจะยังเป็นตัวหลักในการเติบโตของเบี้ยประกันอยู่ ถึงแม้ยอดขายรถป้ายแดงจะลดลง แต่ยอดขายประกันรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวี ก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน"

นายดลเดช กล่าวอีกว่า การรับตัวแทนเพิ่มของบริษัทปัจจุบันมีเงื่อนไขเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทั่วไป และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง โดยอาชีพตัวแทนถือเป็นอาชีพที่มั่นคง ซึ่งปัจจุบันถือว่ามีทั้งโอกาสและความท้าทาย

"ตัวแทนประกันในปัจจุบันมีโอกาสมากขึ้นเพราะลูกค้าเข้าใจ และสนใจการทำประกันมากขึ้น ทำให้เป็นโอกาสของตัวแทนในการนำเสนอสินค้า ส่วนความท้าทายในยุคนี้ยังคงเป็นเรื่องของการที่จะสร้างยอดขายอย่างไรท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น"

...

นอกจากทีมงานตัวแทนเรายังมีผู้บริหารที่เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับงานตัวแทนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วยนายวิชัยยุทธ เหลืองสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดองค์กร โดยจะทำการดูแลในส่วนของผลิตภัณฑ์ตะกาฟุล เพื่อให้เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลามอย่างถูกต้องทั้งในแง่ของการรับประกันและการลงทุน

ด้านนางสาวกัญญา สุนทรวร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดดิจิทัลและช่องทางพิเศษ ซึ่งจะช่วยดูแลงานด้านช่องทางการขายที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัท โดยเพิ่มการให้บริการประกันชั้น 1 PayLite จ่ายเท่าที่ขับ คุ้มครองครบครัน และสามารถประหยัดค่าเบี้ยสูงเกือบ 50%

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสอดคล้องในยุค New Normal แบบนี้ พฤติกรรมการใช้รถของผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ ทำให้ทุกคนต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาววัยทำงานที่หันมา Work From Home หรือ Work Hybrid มากขึ้น

ขณะที่นางสาวจิราวรรณ อิ่มสิน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด NON-MOTOR ด้านส่วนบุคคล จะช่วยดูแลด้านตลาดประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ ซึ่งมีสินค้าผ่านผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุ ขับขี่สุขใจ V-Motor Add On ที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคสมัครใจที่มีอยู่แล้ว