จากกรณีที่ BYD ประกาศลดราคาอย่างต่อเนื่องในหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Dolphin, Atto 3 หรือล่าสุดกับ Seal ในบางรุ่นย่อย และเป็นการลดราคาอย่างต่อเนื่อง รถบางรุ่น ถ้าใครซื้อปีที่แล้วหรือตอนเปิดตัว ได้รุ่นล่าง วินาทีในงบเท่ากันได้ตัวท็อปเฉยเลย หลายคนสงสัยว่าการลดราคาขนาดนี้ ไม่มีใครทำอะไรได้เลยใช่หรือไม่ เป็นสิ่งที่บริษัทผู้ทำธุรกิจสามารถกระทำได้หรือไม่ แต่ต้องมองอย่างแฟร์ด้วยว่า ไม่ได้มีแต่ BYD ที่ทำ แล้วเจ้าอื่นทำ ต่างกันอย่างไร ทำไมพอ BYD ทำแล้วคนตำหนิเยอะทั้งๆ ที่ค่ายอื่นก็ทำเล่า?
สัปดาห์นี้ ThairathOnline วันอาทิตย์ขอตามกระแสกับเรื่องการลดราคากับเขาสักหน่อย เพราะหลายคนฝากข้อความมาให้ช่วยเขียนด่า BYD ให้ที ว่าไม่รักลูกค้าเก่าเลย ทำได้ลงคอ แหะ แหะ ผมจะบอกว่า ผมคงไม่อยากเอาตัวเองเข้าคุกเพื่อความสะใจของพวกพี่ๆ หรอกครับ เพราะตอนเชียร์ พวกพี่เชียร์ให้คนอื่นไปบวก พี่เชียร์ราวกับมวยไทยตอนกำลังโรมรันแลกหมัด แต่ผมโดนฟ้องขึ้นมา แยกย้ายกันอย่างไวตัวใครตัวมัน ราวตำรวจชุดตรวจลุยเข้ากลางบ่อน ดังนั้นผมมองว่า เกิดอะไรขึ้น ผมไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการด่าเกาะกระแสครับ ผมชอบมานั่งดูตัวเลข ดูความเป็นจริง ว่ากันด้วยเหตุผล การด่าควรมาทีหลัง เมื่อใช้ตัวเลข ใช้เหตุผลแล้วไม่ได้เรื่อง แต่ในเมื่อผมเองก็ไม่ใช่คนซื้อ BYD หลุดปากด่าไป ก็ซวยผมแต่สะใจคนอื่น เราก็ไม่ต้องด่าสิ แต่ดูที่ความเป็นจริงกัน
...
และเราก็จะไม่ได้มุ่งเป้าว่าสื่อมวลชนอื่น เสนอข่าวเรื่องนี้กันอย่างไร มีลับลมคมใน มีการยื่นของให้ข้างหลังก้นกันหรือเปล่า เพราะผมไม่ทราบ และถึงทราบ ก็ไม่ใช่เรื่องของผม ผมเป็นสื่อที่รีวิวรถครับ ไม่ใช่สื่อที่รีวิวสื่ออื่น..ไม่ใช่ไม่ทราบว่าใครเป็นไงหรอก แต่แค่ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะทำ ใครที่ว่าผมเลว ถ้าผมขุดหลังบ้านคุณบ้างก็ควรมั่นใจว่าจะไม่เจออะไรนะครับ
เรามาคุยกันที่เรื่องการลดราคา เอาแบบว่า เราก็ทราบพร้อมๆ กับทุกท่านนี่ละครับว่าลดไปกี่แสนบาทนับตั้งแต่วันเปิดตัวสำหรับ BYD Dolphin, Atto 3 สองตัวนี้คือตัวหลักที่ขายเยอะ คนซื้อเยอะ และลดเยอะ ส่วนพี่ใหญ่อย่าง Seal นั้นยิ่งถ้าเป็นตัวท็อปตัวเก่ง ดูส่วนลดเทียบกับเปอร์เซ็นต์ราคาค่าตัวรถ ไม่ได้เยอะนักหรอก ดูอย่าง Atto 3 Model Year 2023 รุ่น Extended Range ในปีที่แล้ว ราคาเคย 1,199,900 บาท ตอนนี้เหลือ 859,900 บาท นั่นก็คือ ลดลง 28.3% จากราคาแรก ส่วน Dolphin Extended Range ราคาตอนแรกเลขโคตรสวย 859,999 บาท ราคาปัจจุบัน 699,900 บาท นี่คือลดประมาณ 18.6% ส่วน Seal Performance จาก 1,599,000 เหลือ 1,499,000 (6.2%) หรือที่ลดเยอะหน่อยอย่างรุ่น Dynamic ก็ 1,325,000 เหลือ 1,199,000 บาท (9.5%) ย้ำอีกครั้งว่านี่คือราคาวันเปิดตัวโมเดลนั้นๆ กับราคา ณ วินาทีนี้นะครับ ทราบแหละ ว่าบางรุ่นจริงๆ มีการลดมากี่ครั้ง
...
จะเห็นได้ว่า รุ่นที่ส่วนลดเยอะ ก็คือ Atto 3 Model ปี 2023 ซึ่งถ้าว่ากันในทางเทคนิค มันคือโมเดลที่เหมือนกับตกรุ่นแบบกลายๆ จากการอัปเดตสเปก อุปกรณ์ และปรับโฉมบางส่วนของรถนิดหน่อย ก็พอจะพูดได้ว่าเป็นการเคลียร์ Stock เพราะเราก็ทราบกันดีว่า นอกจากมี Atto 3 Model ปี 2024 ขายมาหลายเดือนแล้วนั้น จากนี้ไป ก็จะมี Atto 3 โฉมประกอบในประเทศออกมาขายอีก ในเชิงธุรกิจการขายรถยนต์ Stock รถ ไม่ได้เหมือนคุกกี้ที่ซ้อนชั้นกันได้ รถทุกคัน กินพื้นที่ราว 5 x 2 เมตรในการเก็บ ถ้าคุณเป็นคนขายก็ต้องเร่งเอาของเก่าออก เพื่อเอาที่ไว้สำหรับของใหม่เป็นธรรมดา
แต่พอไม่กดเครื่องคิดเลขออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เห็นอัตราส่วนที่แตกต่าง แล้วมองว่าราคาลดกับราคาเริ่ม ต่างกันสามแสนกว่าบาท แน่นอนว่า หัวอกของคนที่ซื้อในราคาแรกนั้น ถ้ารับได้ ก็ดีต่อสุขภาพจิตของตัวเอง ถ้ารับไม่ได้ ผมก็เข้าใจว่า คงเหมือนการที่คุณเคยต่อสู้เพื่อใครสักคนที่โดนสังคมรุมด่า แล้วคุณก็โดนสังคมรุมบูลลี่ แล้วจากนั้นคนที่คุณปกป้อง ก็หักหลังคุณเสียเอง นี่คือการเปรียบเปรยเฉยๆ นะ แต่ลองไปถามคนที่ไม่พอใจในการลดราคาครั้งนี้ ว่ามันใช่สิ่งที่เขารู้สึกอยู่ไหม จะบอกว่าไม่ใช่ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้นะครับ ในยุค 90s บ้านผมก็ซื้อ Nissan มารุ่นหนึ่งที่ไม่ได้เด่น ไม่ได้ดัง แต่เป็นรถแปลก ราคา 590,000 บาท ซื้อปี 1992 ขับโก้อยู่ราวสองปี ก็ลดราคาเหลือ 470,000 (20%) เราจำความรู้สึกนั้นได้ทั้งบ้านครับ แต่ 16 ปีต่อมา เราก็ซื้อ Nissan อีกเป็นคันที่สอง ไม่ได้ภักดีแบรนด์ครับ แต่ในงบที่มีมันเป็นรถที่ตอบโจทย์ที่สุด
...
ประเด็นต่อมา ถ้าคุณคิดว่า ไม่พอใจกับการลดราคาของ BYD ทำไมไม่ไปรวมตัวกันฟ้องสคบ. ล่ะ?
...
เท่าที่ทราบคือถ้าเราจะดำเนินการอะไรสักอย่างได้กับ BYD ก็จะทำได้ ต่อเมื่อมีกรณีที่ BYD ทำผิดกฎหมายในการพาณิชย์ซึ่งมีระบุไว้ชัดเจนแล้วเท่านั้น ก่อนจะรวมตัวกันยื่นฟ้อง ผมแนะนำว่าหาทนายจริงๆ สักคนที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายการค้าขายและธุรกิจ ว่ามีกฎหมายแค่ไหนที่คุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องนี้ที่คุณสามารถงัดมาใช้ได้บ้าง ผมไม่ใช่นักกฎหมายครับ แต่เท่าที่ทราบ ไม่มี และกรมการค้าภายใน ก็ไม่ได้บัญญัติให้รถยนต์เป็นสินค้าที่ต้องมีการควบคุมราคา พูดง่ายๆคือบริษัทรถ ผู้จำหน่ายรถ ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ BYD จะลดราคาเท่าไร ก็คือสิทธิ์ของเขาครับ นี่คือจุดที่คุณต้องแยกว่า ผิดกฎหมาย กับผิดใจ มันไม่ได้ถูกวาดบน Canvas เดียวกัน
ทีนี้ ลองมาดูประเด็นต่อมาว่า ทำไมค่ายอื่นๆ ทั้งญี่ปุ่นและยุโรป ให้ส่วนลดเยอะแยะกว่านี้ ทำไมไม่มีใครด่า คือคุณจะบูลลี่แต่จีนใช่ไหม สิ่งอื่นถ้าจีนทำโดนด่า ค่ายอื่นทำแล้วเงียบใช่ไหม ถ้าคุณคิดว่าคนทำสื่อฯ รถเงียบเฉพาะบางค่าย คุณลองมองเต็นท์รถสิครับ เต็นท์รถ พ่อค้ารถมือสองนี่ ไม่ใช่กลุ่มที่รับเงินจากค่ายรถ ไม่ได้มีความต้องยำเกรงใดๆ ต่อค่ายรถ ถามว่า แล้วทำไมเขาไม่ออกมาโวยกันในกรณีของค่ายอื่น จะบอกว่าจริงๆ ก็มี แต่น้อย เพราะวิธีการลด และเพราะคนที่โวย ไม่ได้ดังจนสื่อที่ทำมาหากินบนยอดวิวต้องช่วยเอาไปปั่นต่อ
เรื่องวิธีการ คุณจะเห็นความแตกต่างก็คือ บางค่าย จุดพลุบอก คนเห็นทั่ว บางค่าย ทำแบบปิดกระท่อม รูดม่านแล้วกระซิบ ซื้อขายจบแล้วก็ออกไป ชาวบ้านบอกต่อกันแบบเงียบๆ ซึ่งทั้งสองอย่าง ไม่มีอันไหนขาวสะอาดแบบขาวปลอด 100% สำหรับทุกคน มันคือสีเทาเข้ม ที่พร้อมจะดูขาวเท่าสีไข่มุกถ้ามองจากฝั่งที่มีแสง และดำสนิทถ้าถูกบังโดยร่มเงา ปัญหาอยู่ที่แค่ว่าคนที่มอง ยืนมองจากตรงไหนมากกว่า
ถ้าจุดพลุบอก ก็คือ BYD กับ Mercedes-Benz และ Audi คือมีแคมเปญ มีประกาศที่ชัดเจนว่าลดราคากี่บาท วิธีนี้ ถ้าจะชม ก็ต้องชมตรงที่ว่าโปร่งใสตรงไปตรงมา ถือว่าเป็นวิธีการที่มีความกล้าถ้ามองจากมุมของคนที่ “กำลังจะซื้อ” หรือคนที่ “อวยแต่ไม่เคยซื้อและไม่คิดจะซื้อ” ซึ่งก็กล้าจริง และได้ความเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ชัดเจน ซึ่งความเหมือนอีกอย่างระหว่าง BYD กับ Mercedes-Benz แม้จะเป็นรถที่จับลูกค้าคนละรายได้กันชัดเจนก็คือ ทั้งสองดำเนินนโยบายการขายรถแบบ One-price ทั้งประเทศ ทำให้สิ่งเหล่านี้ ส่วนลดเหล่านี้ จำเป็นต้องออกมาจากส่วนกลาง หรือสำนักงานใหญ่
เมื่อถามทาง Mercedes-Benz ว่าลดแบบนี้ลูกค้าไม่ด่าเหรอ ก็ด่าแหละครับ เท่าที่เคยคุยกับผู้บริหารท่านหนึ่ง ก็ทราบว่าคนซื้อรถยุโรปจริงๆ ก็ไม่ได้โปรยเงินเล่นหลังบ้านทุกวัน เขาก็ซื้อรถโดยมีความอ่อนไหวต่อโปรโมชันและส่วนลดเหมือนเราคนเดินดินกินมาม่านั่นแหละครับ เพียงแต่สเกลของราคาสินค้าที่พวกเขาซื้อมันราคาสูงแบบที่พวกเราเอื้อมไม่ถึงมากกว่า นั่นคือสิ่งที่ว่าทำไม ผมบอกให้คุณผู้อ่านรู้จักพิมพ์คำว่า Percentage Decrease Calculation บน Google แล้วลองคำนวณราคาต่างๆ ที่เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ มันจะได้รับรู้ความรู้สึกในใจของคนที่ฐานะทางการเงินต่างกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อย่างบางท่าน บอกว่า BYD ลดสามแสนกว่าบาท ทำไมบูลลี่กันทั้งเมือง ทีเบนซ์ลด 760,000 บาท ใน CLS 220 d ไม่เห็นมีใครด่าบ้าง..ผู้บริหารฝากบอกว่าจริงๆ แล้วก็มีคนด่า พวกคุณแค่ไม่รู้ แต่โอเค สามแสนกว่าบาทในรถราคาล้านนิดๆ กับ 760,000 ในรถที่เคยราคา 4,640,000 บาท คุณว่าคนที่ซื้อเบนซ์ทรงแปลกรุ่นที่ไม่ใช่กระแสหลักในราคาขนาดนี้ จะรู้สึกเจ็บเท่ามนุษย์เดินดินซื้อรถล้านนึงไหม ถ้าพูดถึงเงินมูลค่า 760,000 เท่ากัน บอกเลยแบบไม่ต้องคำนวณว่า 4,640,000 บาท เหลือ 3,880,000 บาท คือ 16.37% ครับ และอีกประการหนึ่งก็คือ รถแต่ละรุ่นที่เบนซ์ลดราคานั้นส่วนมากเป็นโมเดลที่ยอดขายน้อย ไม่ก็ขายมาหลายปีแล้วขายไม่ออก เพราะอะไรไม่ทราบ ถ้ามุมมองส่วนตัวของผม ก็มองว่าหลายรุ่น ราคาเดิมตั้งมาแพงเกิน อย่าง C 200 Coupe และ E 200 Coupe พอลดแล้วดูมีความสมเหตุผลมากขึ้น รถบางคันปักป้ายเลยว่าประกอบมาตั้งแต่ปี 2022 ด้วยซ้ำ อันนี้ก็ต้องว่ากันตามจริง ว่า ถ้าไม่ลด ก็ขายยาก
และผมเดาอีกอย่างหนึ่งว่า การที่ Mercedes-Benz เปลี่ยนจากระบบขายระบบเดิม มาเป็น Retail of the future มันก็รวมถึงการที่รถทั้งหมดที่ขาย ต้องนำมาสต๊อกที่ส่วนกลางของเบนซ์เอง ไม่ใช่สต๊อกที่ดีลเลอร์ คือ ดีลเลอร์จะได้เอารถไปจอด ก็ต่อเมื่อมีลูกค้าสั่งนั่นเอง การมีรถปีเก่า รุ่นเก่า หรือบางรุ่นอย่าง GLC ที่เป็นทรง Coupe นั้น ว่ากันในแบบทางการ ก็ต้องถือว่าตกรุ่นแล้ว เพราะตอนนี้ GLC 350 e Coupe ก็เป็นบอดี้ใหม่แล้ว ถ้าอย่างของเบนซ์ ก็พูดตามตรงว่า คล้ายกับ BYD ขายลดราคา Atto3 รุ่นปี 2023 นั่นละครับ แต่ผู้บริโภคเขาก็ไม่ได้ว่างที่จะมานั่งศึกษาความต่างว่า ของเบนซ์นั้น หลายรุ่นคือรถที่เมืองนอกตกรุ่นแบบมีตัวถังใหม่มาแทนแล้ว แต่อย่างของ BYD Atto 3 โฉม 2023 หรือ 2024 มันไม่ได้ดูต่างขนาดนั้นในสายตาผู้บริโภค อย่างน้อยตัวถังหลักก็ยังเดิม และเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ลด BYD โหดกว่าเบนซ์อยู่พอสมควร
สมมติถ้าจะทำให้คนออก CLS 220 d ราคา 4.64 ล้าน โมโหเท่าคนออก BYD 2023 นั้น เบนซ์ต้องตั้งราคาเท่าไร คำตอบคือ ต้องลดราวๆ 1.3 ล้านบาทครับ ไม่ใช่แค่ 760,000 บาท ทีนี้ สำหรับ Audi Q8 e-tron หรือ e-tron GT ทั้งหลาย คุณก็ลองกดเทียบเปอร์เซ็นต์ดูก่อน จะได้ไม่บ่นว่าสิบล้าน ลดเหลือ 8 ล้าน ทำไมไม่มีใครด่า และอันที่จริงฝากแจ้งด้วยว่า Q8 e-tron ก็คือ “Renamed version” ของ e-tron SUV เดิม และ GT นั้น เมืองนอกไมเนอร์เชนจ์หน้าใหม่ขุมพลังใหม่แล้วครับ
นี่คือการลดราคาสไตล์จุดพลุบอกทั้งโลก...ส่วนค่ายที่ไปลดหลังบ้านกันเอง ไม่ว่าจะเป็นค่ายใบพัดหรือ Toyota หรือ Honda หรือค่ายญี่ปุ่นอื่นๆ เป็นการลดแบบปิดกระท่อมปิดม่านกระซิบ ซึ่งหลายคนทราบดี ไม่ใช่ไม่ทราบ แต่ในเมื่อคนที่ทราบส่วนมากคือคนที่สนใจจะซื้อจริงๆ บางค่ายนี่ให้วางเงินจองก่อนค่อยบอกส่วนลดจริงกับลูกค้าก็มีนะครับ และส่วนลดเหล่านี้ ในเมื่อมันไม่เคยถูกจุดพลุบอกใคร มันจึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความน่ารักของคนขาย หรือตามความน่ารักของคนซื้อ หรือแล้วแต่ผู้แทนจำหน่ายจะหั่นเพื่อแข่งขันกัน ในความซุกซ่อนของธรรมชาติการขายแบบนี้ ก็ไม่ใช่ว่าเลวไปเสียทั้งหมดนะครับ เพราะในเมื่อไม่มีการจุดพลุบอก ลูกค้าที่ซื้อรถไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกหักหลัง จนกว่าจะมีเพื่อนที่ไปซื้อรถที่อื่นมาได้ถูกกว่าแล้วเอามาบลัฟ ลูกค้าก็จะดาวน์จิตอยู่พักหนึ่งจนกว่าจะไปเจอเพื่อนอีกคนที่ซื้อมาในราคาแพงกว่าจากที่อื่น ก็จะรู้สึกว่า “เอาวะ ตรูไม่ได้ซวยหนักสุด”
นอกจากนี้ ไอ้ระบบปิดกระท่อมแบบนี้ทำให้ยากต่อการคาดเดาส่วนลดที่แน่นอน คนที่ขายรถมือสองจึงยึดราคาทางการจากสำนักงานใหญ่เป็นหลัก และคำนวณราคารับซื้อโดยมองจากปัจจัยอื่นๆ เช่น สภาพรถ ปีรถ สภาพเศรษฐกิจ โดยไม่ได้ต้องพะวงว่าบริษัทรถจะมาลดราคากระแทกปังเมื่อไหร่
สำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่ชนิดที่ว่าพอจะมีลูกได้แล้ว และยังเชื่อว่าโลกนี้มีแต่คนดี กับคนไม่ดี มีแต่ขาวกับดำ คุณควรเข้าใจโลกได้แล้วว่า มันไม่มีคนดี 100% หรือเลว 100% หรอกครับ มีแต่ว่าใครยืนอยู่ฝั่งได้ของ หรือฝั่งเสียของ ถ้ายังไม่ซึ้งอีก รบกวนสละเวลาไปดูอนิเมะ Attack On Titan ตั้งแต่ต้นยันจบ แล้วจะซึ้งกับคำว่าโลกไม่มีดีหรือชั่ว มีแต่ใครตาย ใครรอด และคุณยืนอยู่ฝั่งไหน
เมื่อผู้ค้ารถมือสอง กล้ารับซื้อรถของคุณต่อเพราะปัจจัยเรื่องราคามันแข็งปั๋ง คุณก็จะได้ราคาดี ยิ่งรถรุ่นไหนราคาขายต่อยิ่งแข็ง อำนาจจะยิ่งกลับมาหาเจ้าของรถ เพราะตอนนี้คุณเลือกได้ว่าจะเอารถไปขายให้ใครที่เสนอราคาให้คุณสูงกว่า หรือไม่อย่างนั้นก็โพสต์ขายเองมันเสียเลย นี่คือความจริงอย่างหนึ่งที่เพิ่งมาพังทลายลงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่หนักหน่อยในปีนี้ แต่ก่อนหน้าปี 2023 กลไกการขายแบบส่วนลดใครส่วนลดมัน ทำให้ราคามือสองยังยืนอยู่ได้ บริษัทรถบางค่ายก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี เขาจึงไม่ออกมาประกาศลดราคาแบบจุดพลุ แต่มาในรูปของส่วนลดหลังบ้าน ที่ผู้ซื้อเจรจากับดีลเลอร์เอง หรือมาในรูปของแคมเปญดอกเบี้ย 0% หรือของแถมที่ยั่วยวนใจ วิธีนี้ ราคามือสองตอนขายออกไม่กระทบครับ แต่คนที่ซื้อจริง กดเครื่องคิดเลขดูก็จะเห็นว่า “เงินที่ต้องจ่ายจริง” มันลดลงมาก ถ้าคุณเป็นแฟน Honda ตัวยง ลองไปส่องโปรฯ หรือคุยกับเซลส์ดูครับ มันต่างจากปีที่แล้วแบบหน้ามือหลังเท้า คุยง่ายขึ้นเยอะ เล่นตัวน้อยลงเยอะ แต่ตัวรถไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนนะ
ถึงจุดนี้ คุณจะเข้าใจธรรมชาติของการขายครับ ว่าแม้จะไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายข้อใด แต่บางบริษัทรถ ก็จะเลือกนโยบายการดึงดูดผู้ซื้อที่แตกต่างกัน เพื่อหวังผลที่ต่างกัน คนที่ขายในระบบส่วนลดปิดกระท่อม ก็ไม่ได้โชคดีทุกอย่าง เพราะวิธีการขายแบบนั้น ก็ไม่สามารถจัดแถลงข่าว หรือประกาศ ร่อนจดหมายออกสื่อ สร้างหัวข้อข่าวเป็น Talk of the town ได้ มันจึงไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุด วิธีเดียวกัน ทำโดยคนละค่ายกัน ยังอาจได้ผลต่างกันเลยด้วยซ้ำ
ผมจึงจั่วหัวบทความว่า การลดราคาแบบเยอะๆ นี่ มันคือศิลปะอย่างหนึ่ง ..คุณนึกถึงภาพวาด Abstract สักภาพ เอาคนสิบคนมายืนดู ก็จะมีทั้งคนที่บอกสวย ลึก ซึ้ง กินใจ กับคนที่บอกว่าอะไรของมันวะเนี่ย แต่ในที่สุด แนวทางของศิลปินแต่ละคนนั่นละครับ จะเป็นตัวบอกว่า ใครจะเดินเข้ามาชื่นชมผลงานของเขา และใครที่จะส่ายหน้าแล้วเดินจากไป มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ว่าใครดีใครเลว รู้แค่ว่า ถ้าคุณไม่ชอบใคร ก็ไม่ต้องไปดูผลงานของเขาอีก ก็แค่นั้น คุณไปฟ้องศิลปินไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม ส่วนตัวศิลปินเอง ตราบใดที่ยังมีคนยืนมุงดูทุกครั้งที่จัดแสดงงาน คุณก็ยังรอด
แต่ถ้าวันใดจัดงานแล้วไม่มีคนมาดู ต้องวันนั้นแหละ เขาถึงจะเดือดร้อนและต้องทำอะไรสักอย่าง
Pan Paitoonpong