Toyota Motor Corporation และ Toyota Australia ยังคงเดินหน้าสร้าง "ศูนย์ความเป็นเลิศทางยานยนต์" ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างยิ่งใหญ่ บนพื้นที่กว่า 137.5 ไร่ ของสำนักงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์ของ Toyota โดยมีที่ตั้งอยู่ในย่านชานเมืองเมลเบิร์น โรงงานเก่าของแบรนด์สามห่วงแห่งนี้ถูกปรับปรุงด้วยการ renovate ใหม่หมด เพื่อทำให้เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์รถกระบะตราสามห่วงแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า Toyota Technical Center Australia (TTC-AU) ที่นี่คือสำนักงานออกแบบและทดสอบรถยนต์มูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสายการผลิตเครื่องยนต์ Toyota มาก่อน แต่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ หลังจากโรงงานเล็กๆ แห่งนี้ทำการผลิตระบบส่งกำลังมาเป็นเวลาถึง 39 ปี ณ ศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์แห่งนี้มีวิศวกร นักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักพัฒนาอุปกรณ์เสริมของยานยนต์ Toyota ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันที่แข็งแกร่ง ระหว่างพนักงาน Toyota ในออสเตรเลียและเจ้าหน้าหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งมีทั้งไทย ญี่ปุ่น และอเมริกัน ภายใต้การกำกับดูแลของ Toyota Motor Corporation

...

ทีมวิจัย พัฒนาและประเมินผลยานพาหนะ (VED) ของ Toyota Australia มีบทบาทสำคัญในโครงการพัฒนา Toyota Hilux GR Sport การทดสอบความทนทานของรถยนต์ Hilux Land Cruiser (Series-300 / Series-200 Prado) สำนักงานของทีม VED ที่ Product Centre มุ่งไปที่การออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนต่างๆ ของรถกระบะรุ่นใหม่ที่จะออกขายในอนาคต ภายใต้สถานที่ทดสอบอันกว้างใหญ่ไพศาลของทวีปออสเตรเลียก่อนดันขึ้นสู่สายการผลิต รถต้นแบบที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่รกร้างห่างไกลในออสเตรเลียซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 15 เท่า เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งในโลกแห่งความเป็นจริง

...

...

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทดสอบรถออฟโรดของ Toyota เนื่องจากเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลก บนพื้นที่ของความต่างซึ่งมีทั้งทางลูกรังที่มากกว่าทางลาดยางถึง 60% รวมถึงทะเลทรายที่แห้งแล้งและมีอุณหภูมิสูงกว่า 47 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ทางตอนเหนือของทวีปก็มีสภาพอากาศคล้ายกับประเทศไทย บางพื้นที่เต็มไปด้ายหล่มโคลน ซึ่งภูมิประเทศที่สุดขั้วดังกล่าวเหมาะกับการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ต้องรองรับการใช้งานหนักในออสเตรเลียและเอเชียใต้ บนเงื่อนไขสภาวะการใช้งานที่มีความแตกต่างกันออกไป ถือเป็นสภาพแวดล้อมการทดสอบและการพัฒนายานยนต์ออฟโรดในอุดมคติ ธรณีวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกของออสเตรเลียเพียบพร้อมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเส้นทางทดสอบของจริงไม่สามารถจำลองได้ในห้องปฏิบัติการ ศูนย์ผลิตภัณฑ์ Toyota Technical Center Australia (TTC-AU) ยังเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยและออกแบบยานยนต์ระดับโลก 13 แห่ง ของ TMC รับงานดีไซน์และทดสอบอุปกรณ์ตกแต่งที่ประทับตราสัญลักษณ์ Toyota อุปกรณ์เสริมของรถกระบะและรถเอสยูวี (การ์ดกันจิงโจ้และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของรถ Toyota 4X4) สำหรับตลาดออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป แอฟริกาใต้ 

...

นอกจากงานออกแบบรถกระบะรุ่นใหม่และการผลิตชิ้นส่วนของยานยนต์ออฟโรดแล้ว แผนก VED ยังได้รับมอบหมายให้ทำการทดสอบเปรียบเทียบรถยนต์ Toyota กับรถคู่แข่ง ในแง่ของความทนทาน ทั้งบนถนนปกติ หรือเส้นทางออฟโรด การทดสอบยังควบรวมถึงประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ แผนก VED มีหุ่นยนต์ควบคุมการบังคับเลี้ยวที่จำลองสถานการณ์ของการเลี้ยวโค้งในรูปแบบต่างๆ เครื่องตั้งศูนย์ล้อด้วยเลเซอร์ เครื่องตรวจจับการทำงานของโช้คอัพ และเครื่องตรวจวัดที่พัฒนาขึ้นเองภายในบริษัทฯ รวมถึงแท่นทดสอบระบบกันสะเทือนแบบพิเศษ

สตูดิโอแห่งใหม่มีห้องสำหรับทำแบบจำลองดินเหนียวขนาดเท่ารถคันจริง การออกแบบเสมือนจริงร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือกับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถกระบะรุ่นขายดีอย่าง Hilux มีเครื่อง CNC ห้าแกนสองเครื่อง เครื่องพิมพ์ 3D printer สิบเครื่อง ห้องพ่นสีสเปรย์น้ำ พื้นที่สำหรับยานยนต์ต้นแบบท่ามกลางสภาพแวดล้อมของแสงที่มีการควบคุม ห้องจัดแสดงรถยนต์พร้อมแท่นหมุน 3 ตัว พร้อมการควบคุมแสงภายในสตูดิโอสำหรับนำรถต้นแบบมาวิเคราะห์เพื่อประเมินผลการออกแบบใหม่ๆ รวมถึงการถ่ายภาพและเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่

โครงการพัฒนา Toyota Hilux GR Sport ซึ่งใช้เวลากว่า 5 ปี ต้องย้อนกลับไปในปี 2018 เมื่อ Toyota Technical Center Australia ได้รับมอบหมายให้ทำการพัฒนารถกระบะที่มีประสิทธิภาพรอบด้าน เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถบุกตะลุยไปได้ในทุกพื้นที่ Hilux GR Sport ยังมีดีเอ็นเอของรถแข่งดาการ์อย่าง GR DKR Hilux T1 รถแข่งที่ชนะการแข่งขันแรลลี่สุดโหดในปี 2019/2022/2023 แรลลี่ดาการ์ให้กำเนิดรถกระบะที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ เป็นรถที่สามารถขับฝ่าทางลูกรังด้วยความเร็วสูง ผ่านทะเลทราย ป่าดิบที่มีหล่มโคลน พร้อมบรรทุกสัมภาระทั้งยางอะไหล่และเชื้อเพลิง มีความสะดวกสบายเพื่อลดความเหนื่อยล้าของนักแข่งตลอดสองอาทิตย์ที่ทำการแข่งขัน  

Nic Hogios หัวหน้าทีมออกแบบ (chief designer Toyota design studio Australia) กล่าวว่า แม้ว่า Toyota Australia จะสนับสนุนการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ และดำเนินการทดสอบในออสเตรเลีย แต่งานด้านวิศวกรรมของตัวรถทั้งหมดมาจากประเทศไทย และส่วนอื่นๆ ของโลก

ทีมออกแบบ Toyota design studio Australia เริ่มนำเสนอรูปแบบการดีไซน์ในปี 2019 โดยใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality - VR) ทำให้ผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบโครงการรู้สึกประทับใจ และสนับสนุนให้มีการพัฒนารถ Hilux GR เพื่อขายในตลาดโลก ไม่ใช่แค่ขายในตลาดออสเตรเลียเท่านั้น

Nic Hogios หัวหน้าทีมออกแบบฯ ระบุว่า เป้าหมายของการออกแบบในครั้งนี้คือ พัฒนาภาพลักษณ์ของกระบะ Hilux ให้ก้าวล้ำไปอีกระดับ ในฐานะรถออฟโรดสมรรถนะสูง เพื่อให้ผู้ขับสัมผัสกับประสบการณ์การขับสไตล์มอเตอร์สปอร์ตแบบเดียวกับรถ GR Hilux ที่ลงแข่งในศึกดาการ์แรลลี่

“ด้วยจุดยืนของแบรนด์ GAZOO Racing แน่นอนว่าหน้าที่หลักของเราก็คือ การนำเสนอแนวคิดที่ว่า ความสวยงามต้องมาพร้อมกับการใช้งานจริง ด้วยเหตุนี้ทุกองค์ประกอบของรถต้องมีวัตถุประสงค์ในตัวของมันเอง และการออกแบบก็สะท้อนขีดความสามารถของรถคันนี้ได้อย่างแท้จริง”

“GR Hilux ที่ลงแข่งในรายการดาการ์แรลลี่ ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างไร และมีเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างไร และทีมออกแบบในออสเตรเลียต้องการที่จะถ่ายทอดคุณลักษณะดังกล่างให้อยู่ใน HiLux GR Sport” ในขณะที่ทีมออกแบบของ Toyota design studio Australia เป็นผู้นำในกระบวนการออกแบบ ระหว่างนั้นก็ได้มีการถ่ายทอดทิศทางแนวคิดการพัฒนารถรุ่นนี้ให้กับบริษัทในเครือ Toyota ซึ่งบริษัทเหล่านี้ให้ข้อมูลและความคิดเห็นเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการอนุมัติการออกแบบในขั้นตอนสุดท้าย นอกจากนี้การออกแบบห้องโดยสารยังสะท้อนคุณลักษณะของรถ GR Hilux ที่ลงแข่งในรายการดาการ์แรลลี่ ซึ่งงานในส่วนนี้มีทีมงานของ Toyota Motor Asia (Thailand) Co., Ltd. รับหน้าที่เป็นออกแบบ ในขณะที่การพัฒนาระบบช่วงล่างและระบบส่งกำลังนั้น มีการออกแบบ วางโครงสร้าง และทดสอบร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมงาน Toyota ในประเทศอาร์เจนตินา และ Toyota Motor Corporation ในประเทศญี่ปุ่น

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา วิศวกรฝ่ายประเมินยานพาหนะของ Toyota Australia ทำการทดสอบและประเมินรถ Hilux GR Sport เป็นระยะทางมากกว่า 100,000 กิโลเมตร โดยทำการทดสอบที่ศูนย์ทดสอบในเมืองแองเกิลซี รัฐวิกตอเรีย เพื่อให้มั่นใจว่ารถ GR Sport จะมีสมรรถนะตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงได้มีการทดสอบในเนินทรายรอบๆ เมืองโรบ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย พื้นที่ทะเลทรายรอบๆ เมืองมิลดูรา และที่ราบสูงของรัฐวิกตอเรีย รวมถึงการทดสอบที่ระดับความสูงในประเทศอาร์เจนตินา ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ รถ Hilux GR Sport ที่บรรลุเป้าหมายด้านสมรรถนะการขับขี่ในทุกพื้นที่ 

สมรรถนะที่แข็งแกร่งขึ้นของ GR Sport นั้นเป็นผลโดยตรงจากการขยายระยะล้อให้กว้างขึ้น ทุกชิ้นส่วนตัวถังได้รับการออกแบบให้เข้ากับตัวรถ เริ่มจากกันชนหน้ากว้างที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ด้านหน้าของตัวรถมีระยะห่างจากพื้นมากขึ้นและช่วยปกป้องขอบพื้นรถด้านล่างด้วย อีกทั้งยังมีการปรับปรุงช่วงบนของรถให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ มีการนำเอาโครงสร้างแบบ Air Curtains เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในแง่การใช้งาน การทดสอบรถรุ่นนี้ในอุโมงค์ลมและพบว่าการติดตั้งช่องดักอากาศไว้ที่ขอบด้านนอกของกันชน บริเวณข้างไฟตัดหมอก จะช่วยให้ลมไหลผ่านซุ้มล้อหน้าได้ดีขึ้น

ตัวรถมีกระจังหน้าสีดำที่ออกแบบมาเป็นพิเศษพร้อมลวดลายตาข่ายสไตล์ GR ทำให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้น และช่วยระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กันชนล่างทำจากวัสดุสีเงินและสีเทา ออกแบบมาเพื่อให้ HiLux GR Sport สามารถขับผ่านพื้นผิวที่เป็นมุมสูงชันเมื่อเดินทางแบบออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น

ขอบกันชนหน้าบรรจบกับซุ้มล้อสีเทาเข้มขนาดใหญ่ สอดรับกับระยะล้อที่ขยายกว้างขึ้น

ด้านระบบส่งกำลัง วิศวกรพัฒนากำลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบ 1GD-FTV 4 สูบ โดยปรับปรุงการทำงานของเทอร์โบชาร์จและการควบคุมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านการปรับจูน ECU
ผลลัพธ์ที่ได้คือกำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้นถึง 10% โดยมีกำลังสูงสุด 165 กิโลวัตต์ ที่ 3,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 550 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ได้รับการปรับจูนใหม่เพื่อใช้ประโยชน์จากกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นของ HiLux GR Sport รุ่นนี้อย่างเต็มที่ด้วยการปรับวิธีควบคุมแรงดันน้ำมันเกียร์ ทำให้ความเร็วของการเปลี่ยนเกียร์ดีขึ้น การตอบสนองของเกียร์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ขับรู้สึกได้ถึงการตอบสนองของรถที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งในโหมดปกติและโหมดสปอร์ต การเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวลของ GR Spor มีการติดตั้งแป้นแพดเดิลชิฟต์ไว้ด้านหลังพวงมาลัยเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ HiLux GR Sport คือการพัฒนาระบบช่วงล่างเพื่อสอดรับกับโครงสร้างระยะล้อที่กว้างขึ้น GR Sport อัปเกรดระบบช่วงล่างเพิ่มเติม รวมถึงการปรับจูนคอยล์สปริงให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยปรับคอยล์สปริงด้านหน้าให้แข็งขึ้น โช้คอัพหน้าและหลังอัปเกรดมาใช้โช้คอัพแบบ Monotube ของ KYB ซึ่งมีลูกสูบที่ใหญ่ขึ้น และมีการปรับจูนให้เหมาะสมกับ Hilux GR Sport ส่วนระบบเบรกมาพร้อมกับจานเบรกที่มีการเจาะรูระบายความร้อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ พร้อมกับคาลิเปอร์สีแดงแบบ 4 สูบในด้านหน้า และแบบสูบเดียวในด้านหลัง

ทีมออกแบบของ Toyota Australia ซึ่งประจำอยู่ในเมลเบิร์นยังมีบทบาทสำคัญในการออกแบบ Toyota Hilux เจเนอเรชันถัดไปที่จะเปิดตัวในปี 2026 สำหรับการพัฒนา Toyota Hilux GR ซึ่งเป็นรถกระบะที่ครองตำแหน่งรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของออสเตรเลียติดต่อกันเป็นปีที่ 7 โดยมีฐานการผลิตหลักในประเทศไทย

กระบะรุ่นเรือธง Hilux GR Sport เน้นสมรรถนะการใช้งานในทุกพื้นที่ และเปิดตัวในออสเตรเลียด้วยราคาเริ่มต้นที่ 73,990 ดอลลาร์ (สำหรับราคาในประเทศไทยอยู่ที่ 1,499,000 บาท) เป็นผลผลิตจากการพัฒนาอย่างเข้มข้น โดยทีมออกแบออสเตรเลียและทีมประเมินทางวิศวกรรมของไทย ทำให้ HiLux GR Sport ยกระดับขีดความสามารถของรถกระบะออสเตรเลียไปสู่อีกระดับ โครงสร้าง ระบบส่งกำลัง และการปรับเปลี่ยนช่วงล่างใหม่ ทำให้ HiLux GR Sport มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร กำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ โดยมีกำลัง 165 กิโลวัตต์ 224 แรงม้า พร้อมแรงบิด 550 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ปรับจูนใหม่ 

GR Sport มีแทรค หรือความกว้างฐานล้อเพิ่มขึ้น 135 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า และ 155 มิลลิเมตร ที่ด้านหลัง ความสูงเพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนของ GR Sport ติดตั้งโช้คอัพโมโนทิวบ์ KYB แบบพิเศษที่ปรับแต่งมาสำหรับรถยนต์กระบะโดยเฉพาะ การถอดเหล็กกันโคลงด้านหลังออกเพื่อเพิ่มระยะให้ตัวปีกนกที่ออกแบบใหม่และเพลาล้อหลังเสริมความแข็งแรง เพื่อรองรับสภาพภูมิประเทศที่ขรุขระ โช้คอัพแบบท่อเดี่ยวโมโนทิวบ์ KYB มีแรงหน่วงและความสามารถในการกระจายความร้อนที่สูงขึ้น คอยล์สปริงแข็งขึ้น ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังที่ถูกปรับความสมดุลอย่างเหมาะสม เพิ่มเสถียรภาพของการควบคุม ให้การตอบสนองของพวงมาลัยที่แม่นยำ การปรับจูนตัวรถทั้งหมดยังเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการขับใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก

Hilux GR Sport ติดตั้งยาง AT Bridgestone Dueler ขนาด 265/65R17 ล้ออัลลอยสีดำเงา ขอบ 17 นิ้ว ความสามารถในการลากจูงเทรลเลอร์หนัก 3,500 กิโลกรัม ติดตั้งแผ่นกันกระแทกด้านหน้าที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง Dakar รางเหล็ก Rock Rail และจุดลากด้านหลังสีแดง ซึ่งทั้งหมดได้รับการพัฒนาบนพื้นที่ทุรกันดารของออสเตรเลีย โดยทีมวิศวกรของ TMCA สำหรับชิ้นส่วนภายนอกที่ออกแบบโดย Toyota design studio Australia เริ่มจากกระจังหน้าสีดำ พร้อมตัวอักษร 'TOYOTA' กันชนหน้าที่ปรับปรุงรูปทรงให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ ชิ้นส่วนตกแต่งด้านล่างกระจังหน้าสีเงิน บังโคลนซุ้มล้อสีเทาเข้มที่สอดรับกับการเพิ่มระยะล้อ กรอบกระจกมองข้างและที่จับประตู ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนทั้งสี่ล้อพ่นสีแดงพร้อมโลโก้ GR

ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งที่หุ้มด้วยหนังผสมและหนังกลับไมโครไฟเบอร์ที่มีรูพรุน เข็มขัดนิรภัยสีแดงพวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง โดยมีสัญลักษณ์ตรงกลางสีแดง โลโก้ GR แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift แป้นเหยียบอะลูมิเนียม ระบบเสียง JBL®5 พร้อมลำโพง 9 ตัว

Toyota Product Design Center มูลค่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเมืองเมลเบิร์น นับเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ความเป็นเลิศทางผลิตภัณฑ์มูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไซต์งาน Altona ซึ่งมีพนักงาน Toyota ทั้งหมดประมาณ 700 คน ซึ่งรวมถึงหน่วยงานของตัวแทนจำหน่าย การฝึกอบรมและการเพิ่มทักษะพนักงานฝ่ายขายอีกด้วย. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/