แก้มยางทุกยี่ห้อ ทุกขนาด จะมีการปั๊มบ่งบอกถึงขนาดและปีที่ผลิต ตลอดจนประสิทธิภาพของการรับแรงต่างๆ หากเป็นยางรถยนต์ทั่วๆ ไป ซึ่งไม่ใช่ยางรถออฟโรดที่เอาไว้ลุย มักบอกความสูงรวม ยกตัวอย่างเช่น 30 นิ้ว ขอบ 15 จะมีรายละเอียดระบุไว้บนแก้มยาง เช่น 205/60 R15 94H
ตัวเลขและอักษรที่อยู่บนแก้มยาง คือ รายละเอียดของยางเส้นนั้นๆ ที่บอกให้ผู้ใช้ทราบถึงขนาดและประเภทของยางรถยนต์ ตัวเลข 205 หมายถึงหน้ากว้างของยาง โดยวัดจากหน้าสัมผัสจากขวาไปซ้าย บางบริษัทระบุว่าวัดจากแก้มยางส่วนที่ป่องที่สุดจากซ้ายไปขวา โดยยางจะต้องใส่กับล้อที่มีความกว้างตามกำหนด และสูบลมตามที่ได้ระบุไว้
...
แก้มยางโดยทั่วไปจะบอกรายละเอียดต่างๆ เช่น เครื่องหมายวัดการสึกหรอของยาง ยี่ห้อและรุ่น ความกว้างของยาง (มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร) Series หรือความสูงของแก้มยาง ระบุเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ ดัชนีการรับน้ำหนัก สัญลักษณ์ความเร็ว หรือบอกว่าเป็นยาง Tubeless ไม่มียางใน รวมถึงวันเดือนปีที่ผลิต
แก้มยางที่แสดงสัญลักษณ์ตัวเลขและตัวอักษร 215/65R15 95H ตัวเลข 215 หมายถึงความกว้างของยาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร "65" คืออัตราส่วนความสูงต่อความกว้างของแก้มยาง "R" หมายถึงโครงสร้างรัศมี "15" คือรหัสเส้นผ่านศูนย์กลางขอบล้อ และ "95H" คือ ดัชนีการรับน้ำหนัก (95) และอัตราความเร็ว "H" รองรับความเร็ว 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การรับน้ำหนักสูงสุดจะแสดงเป็นกิโลกรัม (กิโลกรัม) และปอนด์ (ปอนด์) และความกดอากาศสูงสุดจะแสดงเป็น kPa (กิโลปาสคาล) และ PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
เลข DOT ยาง ที่อยู่บนตัวยางคือ วันที่ผลิตยาง โดยตัว DOT ยางจะมีตัวเลข 4 ตัว แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม 2 ตัวแรก หมายถึง สัปดาห์ที่ผลิต กลุ่ม 2 ตัวหลัง หมายถึงปีที่ผลิต เช่น 2420 หมายความว่า ยางนี้ถูกผลิตในสัปดาห์ที่ 24 ปี 2020
...
หน้ากว้างของยางรถยนต์ มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของการยึดเกาะกับผิวถนน แม้ยางหน้ากว้างจะเกาะถนนได้ดีกว่ายางหน้าแคบ แต่ก็มีผลเสียคือ สร้างภารกรรมให้กับการขับเคลื่อน หรือกินกำลังของเครื่องยนต์ และกินเชื้อเพลิง รวมถึงยังสร้างความสึกหรอให้กับชิ้นส่วนของช่วงล่างอีกด้วย ควรเลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนัก รวมถึงความกว้างของกระทะล้อหรือล้อแม็กซ์ที่เปลี่ยนใหม่ เพื่อทำให้การเปลี่ยนยางกับล้อมีความลงตัวกับกำลังของรถยนต์คันนั้นๆ
ยาง 205/60R15 ตัวเลข 60 คืออัตราส่วนความสูงของแก้มยางต่อความกว้างของหน้ายาง มีหน่วยเป็น % หรือเรียกสั้นๆ ว่า Series อัตราส่วนยิ่งต่ำ จะแสดงว่ายางเส้นนั้นยิ่งมีแก้มที่เตี้ยลง โดยตัวเลขที่แสดงนั้นต้องผ่านการคำนวณ ถึงจะทราบว่ายางเส้นนั้นมีความสูงของแก้มยางกี่มิลลิเมตร? ยกตัวอย่างเช่น ยางเส้นในภาพมีแก้มสูง 65% ของ 205 นั่นก็คือ 205x60/100=123 มิลลิเมตร
ประสิทธิภาพของยางแก้มเตี้ย
1- ทำให้การขับขี่มีการทรงตัวดีขึ้น
2- สามารถต้านทานต่อการลื่นไถลได้มากกว่า
3- มีความมั่นคงในย่านความเร็วสูง
...
4- เลี้ยวได้ดีกว่ายางแก้มสูง เนื่องจากมีการบิดตัวน้อยกว่า สวยงาม
ส่วนผลเสียของยางหน้ากว้างไซส์ยักษ์แก้มเตี้ยที่ติดตั้งในรถยนต์สมรรถนะสูงก็คือ ราคาแพง กระด้าง จากการซึมซับแรงสั่นสะเทือนได้น้อยกว่ายางแก้มสูง
ดัชนีน้ำหนักบรรทุก
ดัชนีน้ำหนักบรรทุก คือ ตัวเลขที่แสดงน้ำหนักสูงสุดที่ยางแต่ละเส้นสามารถรับได้ R หมายถึง โครงยาง ซึ่งก็คือ เรเดียล ส่วนยางประเภทอื่นๆ เช่น ไบแอส-ผ้าใบ ใช้ตัวอักษร PR ซึ่งย่อมาจาก Poly Rating หรือจำนวนชั้นของผ้าใบ
95 คือดัชนีการรับน้ำหนักต่อยาง 1 เส้น หรือ Load Index เป็นค่าสูงสุดของการรับน้ำหนักที่ยางเส้นนั้นสามารถรับได้ โดยมีหน่วยเป็นกิโลกรัม เช่น 95 รับน้ำหนักตรงตามตารางได้ที่ 690 กิโลกรัม
ตัวเลข 15 คือเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว ยางและล้อต้องมีค่าที่เท่ากันเสมอ
...
สัญลักษณ์ตัวเลขระบุความเร็วที่รองรับได้ในยางรถยนต์ของคุณ
Speed Symbol เป็นตัวอักษรใช้แทนค่าความเร็วของยาง โดยจะมีค่าที่สอดคล้องกับดัชนีการรับน้ำหนักบรรทุกของยางเส้นนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น
L ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
M ความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
N ความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
P ความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Q ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
R ความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
S ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
T ความเร็ว 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
U ความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
H ความเร็ว 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
VR ความเร็วเกินกว่า 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
V ความเร็ว 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
W ความเร็ว 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Y ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ZR ความเร็วเกิน 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/