เมื่อนึกถึงยี่ห้อยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น Bridgestone Michelin Dunlop Goodyear Yokohama Pirelli Continental Hankook Nitto ฯลฯ รู้หรือไม่ว่าแบรนด์ยางในโลกนี้มีทั้งหมดมากกว่า 200 แบรนด์ ในประเทศไทย มีแบรนด์ยาง 50 แบรนด์ ที่จำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันนี้ แต่มีแบรนด์ในค่าย Bridgestone ที่มีชื่อคล้ายๆ กับ นั่นก็คือ Firestone ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่หลากหลายวางขายมานานแล้ว 

...

Firestone ไฟร์สโตนก่อตั้งในปี 1900 โดย ฮาร์เวย์ ไฟร์สโตน ซึ่งอยู่ในเมืองอาครอน มลรัฐ โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ในช่วงเริ่มต้นการก่อตั้ง Firestone มีพนักงานแค่ 12 คน ในยุคนั้น Firestone ถือเป็นแบรนด์ยางเจ้านวัตกรรม มีการคิดค้นให้ยางมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเทคนิคใหม่ คุณภาพการผลิต ความคงทน เป้าหมายหลักของ Firestone ก็คือ ผลิตยางที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับระยะทางที่ใช้งานและเงินที่จ่ายออกไป เป็นยางที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ อายุยางยาวนาน จุดเด่นของยาง Firestone ก็คือ

ออกแบบดอกยางที่ช่วยให้ไม่ลื่นไถล เพิ่มการยึดเกาะถนนดีขึ้น
เพิ่มชั้นผ้าใบเสริมหน้ายาง ช่วยให้ความดันลมยางสม่ำเสมอทั่วทั้งยาง
สูตรเนื้อยางที่ช่วยให้ยางแข็งแรง คงทน

10 ปีแรก Firestone ผลิตยางได้ 1 ล้านเส้น และ Ford ในฐานะบริษัทอเมริกันเช่นเดียวกันก็ไว้วางใจเลือก Firestone เป็นยางติดรถจากโรงงาน ปี 1905 Ford Motor สั่งจองยาง Firestone 8 พันเส้น เพื่อติดตั้งให้กับรถยนต์ฟอร์ดรุ่น Model T ซึ่งในช่วงเวลานั้น ถือว่าเป็นจำนวนการจองที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Firestone

Firestone ถูกพูดถึงว่าเป็นแบรนด์ยางที่บุกเบิกให้แก่ยางรถยนต์นั่ง ยางสำหรับรถบรรทุก และยางสำหรับเกษตรกรรม มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในกระบวนการผลิตยาง ด้วยนวัตกรรมการออกแบบยา คิดค้นยางที่สามารถทนต่อความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีส่วนร่วมในรายการแข่งขันรถ Indy 500 เพื่อแสดงให้ผู้คนรับรู้ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ Firestone และมีส่วนร่วมสนับสนุน ในการผลิตยางเพื่อใช้ในรายการแข่งรถ Indy 500 ซึ่งเป็นรายการแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา และในปี 1911 นั้นเอง รถแข่งที่ชนะลำดับที่ 1 ก็ใส่ยาง Firestone ปี ค.ศ. 1920 ถึงปี ค.ศ. 1966 Firestone ครองความยิ่งใหญ่โดยรถแข่งที่ชนะการแข่งขันในรายการ Indy 500 ล้วนแต่ใช้ยาง Firestone ถึงขั้นที่ว่า มีวลีอมตะออกมา “ชนะวันอาทิตย์ ขายวันจันทร์” ซึ่งหมายถึง ร้านยาง หรือผู้แทนจำหน่ายยาง จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในวันจันทร์หลังจากแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์และรถที่ชนะนั้นใส่ยาง Firestone

...

ปี 1918 สงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1918 Firestone มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกองทัพ โดยใช้รถบรรทุกซึ่งใส่ยาง Firestone เพื่อขนส่งเสบียงไปยังทัพแนวหน้าของสงคราม แทนที่จะใช้รางรถไฟอย่างเดียว รถบรรทุกสามารถเข้าถึงตรอก ซอก ซอย ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วกว่ารถไฟอย่างมาก สงครามโลกในครั้งนั้นช่วยทำให้อุตสาหกรรมรถบรรทุกเติบโตขึ้นอย่างมาก

...

ปี 1926 Firestone ผลิตยางมากถึง 10 ล้านเส้น นับเป็น 25% ของยางที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีนั้น

ปี 1938 ฮาร์เวย์ ไฟร์สโตน เสียชีวิตลงในวัย 69 ปี ที่เมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา หลังจากการเสียชีวิตของ ฮาร์เวย์ ไฟร์สโตน ลูกๆ ทั้ง 4 คน เข้ามามีส่วนร่วมดูแลในธุรกิจโดยนั่งในตำแหน่ง CEO และบอร์ดบริหาร เพื่อสานต่อความยิ่งใหญ่ของ Firestone มีการพัฒนาเนื้อยางสังเคราะห์ เนื้อยางสูตรใหม่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 

...

ในปี 1988 เวลาผ่านไป 50 ปี หลังจาก ฮาร์เวย์ ไฟร์สโตน เสียชีวิตลง บริษัทยาง Firestone ประสบกับปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากการบริหารที่ผิดพลาด วันที่ 16 ก.พ. 1988 (พ.ศ. 2531) ด้วยข้อตกลงระหว่างกัน แบรนด์ยางญี่ปุ่น: Bridgestone เสนอซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัท Firestone Tyre & Rubber Co. ในราคา 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การประกาศดังกล่าวสร้างความแตกตื่นไปทั่ว Bridgestone บริษัทยางญี่ปุ่น ซึ่งมีรากฐานที่แข็งแกร่งมาจากต้นทศวรรษ 1930 ถือเป็นบริษัทยางยักษ์ใหญ่ในทวีปเอเชียที่พยายามก้าวผ่านไปโลดแล่นในตลาดระดับโลก เนื่องจาก Bridgestone ไม่มีฐานการผลิตในยุโรป และมีโรงงานขนาดกลางเพียงแห่งเดียวในอเมริกาเหนือ ซึ่งก็คือโรงงานยางล้อรถบรรทุกในเมือง La Vergne รัฐเทนเนสซี ที่ได้รับมาจาก Firestone ข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตยางล้อของญี่ปุ่น จะมีโรงงานยางล้อเพิ่มอีก 19 แห่งใน 5 ทวีป และจะทำให้ Bridgestone ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตยางล้อชั้นนำในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ระดับโลก เป็นคู่แข่งกับสองยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำมาโดยตลอด ทั้ง Goodyear และ Michelin

สามอาทิตย์ต่อมาก็เกิดเรื่องราวใหญ่โต Pirelli S.p.A. และ Michelin เคลื่อนไหวเพื่อขัดขวางดีลสำคัญที่อาจทำให้ Bridgestone เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งสองแบรนด์ยางชั้นนำของยุโรป ร่วมกันลงขันเสนอราคาหุ้นที่ไม่พึงประสงค์มูลค่า 58 ดอลลาร์ต่อหุ้น รวมมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเทกโอเวอร์กิจการของ Firestone ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงธุรกิจค้าปลีกยางล้อในอเมริกาเหนือและธุรกิจที่ไม่ใช่ยางล้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยางสังเคราะห์และวัสดุมุงหลังคา การเกทับตัดหน้า ด้วยจำนวนเงินที่มากกว่าของ Pirelli S.p.A. และ Michelin เกือบจะทำให้การประมูลสิ้นสุดลงและบีบให้ Bridgestone กระเด็นออกจากตลาดยุโรป โดยเหลือโรงงานยางล้อในอเมริกาเหนือเพียง 1 แห่งเท่านั้น แทนที่จะเป็น 6 แห่งตามที่คาดหวังไว้ หลังจากนั้น Bridgestone ก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

วันที่ 18 มีนาคม 1988 ผู้บริหารระดับสูงของเทเงินหมดหน้าตักเพื่อเขี่ย Pirelli S.p.A. และ Michelin ออกให้พ้นทาง ด้วยการทำสถิติสูงสุดของการเทกโอเวอร์ในขณะนั้น จากเม็ดเงินมหาศาลมากถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับการควบรวมธุรกิจทั้งหมดของ Firestone ทั้งธุรกิจยางล้อและยางนอก รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ 1,500 แห่ง และโรงงานอีก 27 แห่ง อย่าลืมว่า หุ้นของไฟร์สโตนก่อนโดนควบรวมมีมูลค่าแค่ 35.75 ดอลลาร์ ต่อหุ้นเท่านั้นเอง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ อนุมัติการซื้อกิจการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2533) Bridgestone ควบรวมการดำเนินงานในสหรัฐฯ เข้ากับ Firestone และกลายเป็น Bridgestone/Firestone Inc., และแยกการดำเนินงานของ Firestone โตนในยุโรปออกไป เพื่อก่อตั้งบริษัท Bridgestone/Firestone Europe L.L.C.

ความยากลำบากที่สามารถเอาชนะบริษัทยางคู่แข่งและการได้ Firestone มาครอบครอง กลายเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาอื่นๆ ที่ Bridgestone จะเผชิญหลังการควบรวม

เดือนพฤษภาคม ปี 1988 เพียงไม่กี่วันก่อนที่ SEC จะอนุมัติการซื้อกิจการของ Firestone บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกันอย่าง General Motors Corp. ยกเลิกยาง Firestone ในฐานะซัพพลายเออร์ยางติดรถจากโรงงาน GM ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น โดยทำการยกเลิกโครงการรถยนต์ Saturn ซึ่งเพิ่งได้รับการเสนอชื่อให้ Firestone เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียว

ไม่นาน Bridgestone ก็ได้เรียนรู้ว่าโรงงานหลายแห่งของ Firestone ที่ซื้อมานั้นอยู่ในสภาพที่เลวร้ายกว่าที่คาดไว้ เนื่องจาก John Nevin ประธาน Firestone ปฏิเสธที่จะให้ผู้บริหารของ Bridgestone เข้ามาดู ก่อนสิ้นปีนั้น Bridgestone ทุ่มเงินอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่ออัปเกรดเครื่องจักรกลและปรับปรุงโรงงาน Firestone ในอเมริกาเหนือและยุโรปให้ทันสมัยมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับบริษัทผู้ผลิตยางชั้นนำของโลก 

Bridgestone ยังได้รับผลกระทบด้านรายได้ เนื่องจากการซื้อกิจการด้วยจำนวนเงินมหาศาล ในฤดูใบไม้ผลิปี 1989 หลังจากการเทกโอเวอร์แค่ปีเดียว การเพิ่มจำนวนขึ้นของยาง Firestone ทำให้กำไรของ Bridgestone ลดลงถึง 76 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 107 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำที่สุดในรอบเจ็ดปีที่ รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และ Bridgestone เองคงต้องเข้าสู่ภาวะยากลำบากทางการเงิน หากไม่ขายที่ดินทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 333 ล้านดอลลาร์

การดำเนินงานของ Firestone ในอดีต ทั้งในอเมริกาเหนือและยุโรป ทำให้เกิดผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ จนถึงปีงบประมาณ 1992 -1993 ด้วยความสามารถในการทำธุรกิจที่ตรงไปตรงมาของ Bridgestone ทำให้แบรนด์ยางชั้นนำของญี่ปุ่นเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากต้องลงทุนจำนวนมากในการครอบครองแบรนด์ยาง Firestone ทุกวันนี้ การวางแผนอย่างชาญฉลาดในการทำตลาด การบริหารงานสไตล์บริษัทญี่ปุ่นที่มีความเข้มข้นในทุกกระบวนการ เทคนิคและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบลายดอกยางและสูตรลับในส่วนผสมของเนื้อยางที่เน้นความคงทนเป็นพิเศษ ทำให้ Firestone ภายใต้การกำกับดูแลของ Bridgestone ฟื้นคืนกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และด้วยแรงสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังของ Bridgestone นั่นคือการควบรวมครั้งสำคัญในโลกแห่งอุตสาหกรรมยางรถยนต์ที่ทำให้แบรนด์ยางญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์ยางที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ส่งผลทำให้  Bridgestone ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทยางชั้นนำระดับโลกในที่สุด. 

อ้างอิงข้อมูลจาก  https://www.rubbernews.com/article/20130916/NEWS/130919964/bridgestone-took-on-world-with-firestone-acquisition

Fireston มียางกี่รุ่นที่จำหน่ายอยู่ตอนนี้?

ยางรถยนต์นั่ง
ยางรถเอสยูวี
ยางรถกระบะ
ยางรถบรรทุก

Firestone F-01 ดอกยางจาก ยาง Bridgestone รุ่น Turanza AR10

Firestone Firehawk Sport 01 ดอกยางจาก ยาง Bridgestone รุ่น Potenza Adrenaline RE002

Firestone LE-02 ยางสำหรับรถกระบะ และรถเอสยูวี

Firestone FS555, FS400, T559 ยางสำหรับรถบรรทุก รถโดยสาร.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/