ย้อนเวลากลับไปในปี 1968 ช่วงสงครามเวียดนามที่โลกทุนนิยมและลัทธิคอมมิวนิสต์ได้แบ่งแยกประชาชนของประเทศที่สวยงามแห่งนี้ออกเป็นสองฝั่ง ครอบครัวของทหารเวียดนามเหนือนายหนึ่งได้ให้กำเนิดทายาท ชื่อ Pham Nhat Vuong ออกเสียงชื่อคล้ายๆ “ฝ่าม เญิต เหวื่อง” Mr.Vuong เกิดในครอบครัวที่ยากจน พ่อเป็นทหารอากาศในกองทัพเวียดนามเหนือ แม่ทำอาชีพขายน้ำชา ซึ่งทำรายได้ไม่มากนัก แต่ก็พยายามต่อสู้ จนท้ายที่สุด Mr. Vuong ในวัยเด็กสามารถเรียนจบมหาวิทยาลัยเหมืองแร่และธรณีวิทยาในมหาวิทยาลัยฮานอย ถือเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ได้รับทุนไปเรียนที่ “เอ็มเกออู” หรือมหาวิทยาลัยมอสควา รัสเซีย ในคณะด้านธรณีวิทยา ช่วงที่สหภาพโซเวียตกำลังล่มสลาย Mr.Vuong ได้เห็นสภาพเมืองหลวงที่ระส่ำระสาย ความอดอยากของชาวรัสเซียในยุคของเยลต์ซิน ยุคที่เกิดความยากลำบากไปทั่วรัสเซีย
หลังจากเรียนจบด้านธรณีวิทยา Pham Nhat Vuong แต่งงานกับหญิงชาวเวียดนามที่คบกันมาตั้งแต่ในช่วงเรียนมัธยมด้วยกัน จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่ประเทศยูเครน Mr.Vuong เริ่มต้นชีวิตด้วยความยากลำบาก (อีกแล้ว) บางครั้ง ความขัดสนทำให้ Mr.Vuong ต้องหยิบยืมเงินจากคนในครอบครัวและเพื่อน หลังจากนั้น Mr.Vuong สามารถตั้งโรงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กลายเป็นบริษัทเทคโนคอมฯ อาหารแห้งและผลิตภัณฑ์แปรรูป ในยูเครน ช่วงที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย น้อยคนจะไม่รู้จักผลิตภัณฑ์อาหารแห่งยี่ห้อ “มีวีน่า” ซึ่งเป็นธุรกิจแรกที่เปลี่ยน Mr.Vuong จากชายที่พยายามดิ้นรนเพื่อครอบครัว กลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอาหารแปรรูปอย่างรวดเร็ว และสร้างความรวยอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้น เหมือนกับพวกรัสเซียหัวใหม่สมัยนั้นที่ศึกษาระบบทุนนิยมของฝั่งตะวันตก ในช่วงที่สหภาพโซเวียตแตกเป็นเสี่ยงๆ คนรัสเซียส่วนมากทำมาค้าขายไม่เป็น พวกหัวสมัยใหม่จึงได้เปรียบในการทำธุรกิจ มีการก่อตั้งกิจการได้ก่อน และประสบความสำเร็จจนร่ำรวย ในขณะที่ผู้คนทั่วไปต้องพบกับความยากลำบากในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกคอมมิวนิสต์
...
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตตอนอายุ 40 Mr.Vuong ดีลธุรกิจกับ Nestle บริษัทกิจการอาหารและของใช้ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก แล้วก็สรุปจบที่การขายกิจการเทคโนคอมให้กับทาง Nestle สำเร็จในปี 2010 Mr.Vuong ได้เงินจากการขายธุรกิจอาหารสำเร็จรูปมหาศาลมากถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นจึงพาครอบครัวที่ประกอบไปด้วยภรรยาและลูกอีกสามคน บินจากยูเครนกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนในฮานอย หลังขึ้นศตวรรษใหม่ Mr.Vuong เริ่มลงทุนในเวียดนามด้วยการสร้างรีสอร์ต/สวนสนุก Vinpearl และอาคาร Vincom City Tower ซึ่งในภายหลังมีการควบรวมรวมเป็นบริษัทพัฒนาที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัยภายใต้ชื่อ Vingroup การเจรจาขายธุรกิจอาหารสำเร็จรูปกับ Nestle แล้วกลับมาเวียดนามด้วยเงินจำนวนมากสำหรับการลงทุนในโครงการใหญ่ยักษ์ที่จะทำให้เวียดนามเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนอย่างไทยและสิงคโปร์ Mr.Vuong คือคนที่มีแนวคิดการสร้างสรรค์ในสิ่งที่ประเทศเวียดนามไม่เคยมี นับเป็นแนวคิดในการลงทุนเพื่อสร้างประเทศที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
แผนงานสร้างความมั่งคั่งให้กับธุรกิจและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของคนเวียดนามยุคใหม่ Mr.Vuong ขยายกลุ่มธุรกิจ Vingroup ออกไปอย่างกว้างไกล โดยมุ่งไปที่อสังหาริมทรัพย์และทำการเทกโอเวอร์กิจการร้านสะดวกซื้อ เช่น แบรนด์ OceanMart และ Maximark เปิดโรงพยาบาลเอกชน VinMec และเปิดโรงเรียนกับมหาวิทยาลัยที่มีความทันสมัย เพื่อเพิ่มความรู้และศักยภาพของเด็กเวียดนามรุ่นใหม่ Mr.Vuong มีแนวคิดว่า ในเมื่อทำมาทุกธุรกิจและประสบความสำเร็จทั้งหมด แต่ประเทศเวียดนามยังไม่มีแบรนด์รถยนต์เป็นของตัวเอง นั่นก็คือแบรนด์รถยนต์สัญชาติเวียดนามที่สร้างขึ้นโดยอิงตามความต้องการของการใช้งาน
...
ปี 2017 แผนงานแรกในการสร้างรถยนต์แห่งชาติของเวียดนามก็ได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยการจดทะเบียนการค้าภายใต้แบรนด์ VinFast รวมถึงเริ่มก่อหลักปักฐาน สร้างโรงงานประกอบรถที่เมืองท่าไฮฟอง หลังจากนั้นไม่นาน แบรนด์ VinFast ก็กลายเป็นบริษัทรถยนต์แห่งชาติรายแรกของเวียดนาม พร้อมๆ กับการที่ Forbes จัดอันดับให้ Mr.Vuong ติดอันดับเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเวียดนาม
VinFast เป็นบริษัทลูกของ VinGroup โดยมีความร่วมมือของบริษัทผู้ผลิตและสำนักออกแบบรถยนต์ชื่อดัง เช่น Pininfarina จากอิตาลี, BMW จากเยอรมนี, Magna Steyr จากออสเตรีย และ General Motors หรือ GM จากอเมริกา รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนในรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Bosch, Siemens ทำให้ VinFast กลายเป็นบริษัทออกแบบและผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพอีกแห่งหนึ่งในเวียดนาม
...
VinFast มาจากการเอาคำภาษาเวียดนาม (ซึ่งเป็นตัวอักษรแบบอังกฤษ) หลายๆ คำ ยกบางตัวอักษรมาวางเรียงกัน V, I และ N ก็มาจากคำว่า “เวียดนาม” F มาจากคำว่า “สไตล์” หรือดีไซน์ A มาจากคำว่าความปลอดภัย S มาจากคำว่าความคิดสร้างสรรค์ และ T ตัวสุดท้ายมาจากคำว่าบุกเบิก แปลความหมายรวมๆ ได้ว่าเป็น ยานยนต์เวียดนามผู้บุกเบิกด้านรูปลักษณ์ ระบบความปลอดภัย ความคิดสร้างสรรค์ในยนตรกรรม
...
ในงานแสดงรถยนต์ Paris Motor Show 2018 แบรนด์ VinFast เข้าร่วมจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ โดยทำการเผยโฉมรถยนต์สองรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งทำเอาคนในวงการรถยนต์ถึงกับตื่นตะลึง VinFast ว่าจ้างดีไซเนอร์และวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถยนต์มาช่วยดูแลปรับแต่งรถรุ่นใหม่ จนออกมาเป็นรถที่มีความลงตัว เรื่องการออกแบบ Mr.Vuong ควักเงินจำนวนมากในการจ้างสำนักออกแบบชั้นนำของโลกอย่าง Pininfarina ในอิตาลี สำหรับชิ้นส่วนต่างๆ อะไหล่ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ตลอดจนตัวถัง ได้แนวคิดมาจาก BMW โดยมีการใช้บริการบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ยุโรปอย่าง Magna Steyr อีกตะหาก ซึ่งนับเป็นเงินลงทุนที่ไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว
ซาลูนหรูของค่ายมีชื่อว่า LUX A 2.0 จากรูปลักษณ์ตัวรถทั้งคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบานประตูหน้าที่เหมือนกับ BMW Series-5 รหัส F10 ซึ่งในช่วงนั้นตกรุ่นไปแล้ว เครื่องยนต์ก็ยังเป็น BMW เนื่องจาก VinFast LUX A 2.0 วางเครื่องยนต์ N20B20 ชุดส่งกำลังสุดเริ่ดอย่างเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีดของแบรนด์ชั้นนำจากเยอรมนี เครื่องยนต์จึงเหมือนกับรถ BMW 528i F10 ที่มีขายในประเทศไทย แต่จะระบุตัวเลขแรงม้าต่างกัน (LUX A 2.0 231 แรงม้า) เมื่อส่งไปทดสอบการชน ASEAN NCAP ก็ได้คะแนนเต็มห้าดาว ถึงแม้ว่าเราทราบกันดีว่ามันคือ BMW ที่ทำภายนอกภายในเป็นสไตล์อิตาลี แต่สำหรับการเป็นรถแห่งชาติของชาวเวียดนาม ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ค่อนข้างได้ใจนักเลงรถสายสมรรถนะเป็นอย่างมาก
VinFast รุ่น LUX A นี้ ยังถูกนำไปต่อยอดเป็นรถ SUV ตัวแรงรุ่นพิเศษ ชื่อว่า Vinfast President ตัวถังพื้นฐานเหมือน LUX A ปรับแต่งโฉมให้ดูดุดัน วางเครื่องยนต์ V8 ที่ไม่เผยสัญชาติว่าเอาของใครมา แต่พวกสื่อสายรถยนต์เมืองนอกเห็นฝาสูบ ก็เดาได้ว่าเป็นเครื่อง V8 Pushrod ที่มาจาก GM (Chevrolet Camaro) หรือ FCA (Dodge Charger) เพราะในสเปกของ President, GM และ FCA ต่างก็ระบุว่าเป็นเครื่อง 6.2 ลิตรเหมือนกัน President เป็น SUV หรูพันธุ์ดุ ที่มีพลังมากถึง 462 แรงม้า แรงบิด 624 นิวตันเมตร แต่จะมีการผลิตขายเพียง 500 คัน ในราคาที่สูงกว่า LUX SA ตัวท็อปถึง 2 เท่า
หลังจากซีดานสายเลือด Series-5 ก็ตามด้วย SUV ระดับหรูของ Vinfast ที่มีชื่อว่า LUX SA 2.0 ซึ่งใช้สูตรสำเร็จเดียวกับ LUX A นั่นก็คือ การนำเอาบอดี้หลัก เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง มาจาก BMW X5 รหัส F15 แล้วให้ทางสำนัก Pininfarina ดีไซน์ภายนอกและภายในใหม่ เครื่องยนต์มีให้เลือกเพียงแบบเดียวคือ N20B20 ตัวเดียวกันกับของ LUX A และทดสอบชน ASEAN NCAP ก็ผ่านมาตรฐานสูงสุดห้าดาวอีกเช่นเดียวกัน ทางลัดที่ Vinfast เลือกเดิน หมายถึงการเก็บเกี่ยวความรู้ความเข้าใจในงานวิศวกรรมยานยนต์ของเยอรมนี ซึ่งถือเป็นรถ Luxury ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากไม่มีความรู้บ่มเพาะสะสมจากอายุแบรนด์แค่ 7 ปี แผนก R&D ของแบรนด์เวียดนามจึงใช้วิธีเรียนลัดจากรถยนต์ที่มีไดนามิกดีงานอย่าง BMW
ปี 2021 VinFast มุ่งตรงไปสู่อนาคต ด้วยการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนทั้งหมด จากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทำการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกของทางค่าย คือ VF e34 ที่ นอกจากจะเป็นตัวเริ่มต้นสำหรับการมุ่งสู่ตลาดรถ EV อย่างจริงจังในเวียดนามแล้ว ยังนับเป็นรถรุ่นแรกที่ทาง VinFast พัฒนาโครงสร้างทางวิศวกรรมขึ้นมาเอง ใช้แนวทางคล้ายกับ Tesla และรถไฟฟ้าจีนยุคใหม่ที่มีอุปกรณ์ทันสมัยมากขึ้น e34 เปิดตัวเพียงแค่ 6 เดือน ยอดจองก็มีเข้ามามากถึง 25,000 คัน ซึ่งถือได้ว่าไม่เลวเลยสำหรับรถที่เวียดนามทำเอง และเป็นผู้บุกเบิกเข้าสู่ยุคแห่ง EV
VinFast ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะยกเลิกการผลิตรถยนต์เครื่องสันดาปภายแล้วมุ่งตรงไปสู่การวิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า 100% อีกทั้งยังวางแผนงานการขยายตลาดใหม่ๆ ไปสู่ยุโรป และอเมริกา ล่าสุดกับการเล็งเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาส่งออกขายในอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านที่ขับรถพวงมาลัยขวาอย่างประเทศไทย VinFast พัฒนารถอย่าง VF-8 ซึ่งเป็น SUV ขนาดตัวถังใหญ่กว่า Honda CR-V และ VF-9 ซึ่งเป็น SUV ขนาดใหญ่ ตัวยาวทะลุ 5 เมตร เบาะแบบ สามแถว 7 ที่นั่ง ซึ่ง VinFast ไซส์ใหญ่ทั้งสองรุ่นนี้ มีแนวโน้มที่จะขายดีมากในตลาดที่นิยมรถใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา รวมถึงบางประเทศในสหภาพยุโรป
ท่ามกลางข่าวลบที่สหรัฐอเมริกาเรื่องช่วงล่างของรถ VF-9 และราคาที่แพงกว่า Tesla Model Y ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ การรีคอลรถกลับมาปรับซอฟแวร์ของระบบความปลอดภัย รวมถึงการระดมเงินลงทุนมหาศาลมากถึง 280,000 ล้านบาท ล่าสุด VinFast มีความต้องการที่จะขยายตลาดพวงมาลัยขวา และมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายด้วย เนื่องจากตลาดรถยนต์ EV ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว แผนงานของ VinFast ก็คือ การขายรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคู่แข่งของ Neta VII ในความเป็นจริง VinFast ไม่ได้ต้องการที่จะมาขายแข่งกับเจ้าตลาดอย่าง Toyota หรือ BYD ที่ขายรถยนต์รุ่นใหม่เดือนละหลายพันหรือเป็นหมื่นคัน โดยเลือกจะทำตลาดกลุ่ม EV ราคาประหยัดเป็นการชิมลาง หลังจากนั้นรถไฟฟ้าที่มีตัวถังใหญ่กว่าอย่าง VF-6 และ VF-7 จึงจะตามออกมา แม้จะมีข่าวในแง่ลบกับคุณภาพและความเสถียรของผลิตภัณฑ์ ความตั้งใจในการสร้างแบรนด์ในไทยกลับสร้างกระแสการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการรับรู้ความต้องการของลูกค้าไทย แล้วนำข้อมูลไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาและประสิทธิภาพในการใช้งานของรถ VinFast ที่จะต้องใช้เวลาอีกสักพักหลังจากการเปิดตัวรถรุ่นแรกอย่าง VF-5 ในเดือนมิถุนายน 2567
VinFast ประกอบเวอร์ชันพวงมาลัยขวาในรุ่น VF-5 ส่วน VF-6 และ VF-7 ที่ยังคงเป็นรถไฟฟ้าพวงมาลัยซ้ายนั้น แบรนด์เวียดนามวางแผนที่จะผลิตรุ่นพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออกไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีทั้งไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ส่วนรุ่น VF-8 กับ 9 ต้องดูความเหมาะสมด้านตัวเลขยอดขายของ VF-5 ว่าหลังจากเปิดตัว จะไปได้ดีหรือไม่ VF-5 มีขนาดเล็ก ราคาย่อมเยา มีโอกาสสร้างยอดขายได้มากกว่ารถรุ่น VF-6 / VF-7
ทุกวันนี้ รถยนต์ของ Vinfast ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการในเวียดนาม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของชาวเวียดนามที่มีรถยนต์แห่งชาติ ผลิตในประเทศเวียดนาม โดยคนเวียดนามเป็นเจ้าของแบรนด์ ในสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จในระยะยาวของ Vinfast ยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ตัวเองว่ามีดีมากพอ เนื่องจากยังคงอยู่ในระหว่างการเริ่มต้น VinFast ดูเหมือนจะเป็นบริษัทรถหน้าใหม่ที่ดูจริงจัง และมีความตั้งใจสูง
หลังจากเชิญสื่อมวลชนไทยไปขับทดสอบและรับฟังข้อคิดเห็นหลังการขับ แบรนด์ Vinfast จะเปิดตัว VF-5 รถยนต์ไฟฟ้าไซส์เล็กที่มีระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกประมาณเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ การเพิ่มเติมรายละเอียดและปรับจูนรถรุ่นนี้ให้ตรงกับความต้องการของคนไทยในขั้นตอนสุดท้าย คงต้องติดตามกันต่อไปว่าการเข้ามาทำตลาดของแบรนด์เวียดนามที่ดูเหมือนจะมีความตั้งใจเต็มร้อย โดยทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมทั้งผลิตภัณฑ์และการกำหนดแนวทางการวางตำแหน่งที่ถูกต้องของแบรนด์ เพื่อเตรียมผลิตภัณฑ์ให้พร้อมจริงก่อนลงสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/