เมื่อพูดถึงรถสปอร์ตที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นตำนานสืบทอดมานานกว่า 60 ปี เราต่างรู้ดีว่าหนึ่งในรถเหล่านั้นมี Mustang รวมอยู่ด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Mustang มีรูปทรง ขนาด ข้อมูลจำเพาะ และรุ่นต่างๆ มากมายจนน่าเวียนหัว Ford Mustang รุ่นที่ 6 ในไทยมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 2.3 EcoBoost และรุ่นใหญ่เครื่อง V8 5.0 ลิตร ในเวอร์ชัน GT สำหรับข่าวคราวล่าสุดกับ Mustang รุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จ ด้วยรถม้าป่าจอมพยศในเจเนอเรชันที่ 7 ซึ่งจะเป็น Mustang คันสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในรูปแบบดั้งเดิม นั่นก็คือ เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนหลัง เครื่องยนต์ V8 ความจุ 5.0 ลิตร เหมือนเดิม นักเลงรถที่มีอายุอยู่ในวัย 45-55 ต่างหลงรัก Mustang Mach-1 ที่โลดแล่นอยู่ในภาพยนตร์ James Bond ปี 1971 ตอน Diamonds Are Forever สำหรับ Mustang กับความหลากหลายของรุ่นในปัจจุบัน อาจทำให้นักข่าวสายยานยนต์ผมหงอกถึงกับเกาหัวได้ ม้าป่ารุ่นที่ 7 Dark Horse กับความเกี่ยวข้องกับ Mustang GT นั้น มีความแตกต่างระหว่างข้อกำหนดทางกฎหมายของสหรัฐอเมริกาและยุโรปในด้านมลพิษ ทำให้ม้าป่ารุ่นใหม่ที่จะขายในยุโรปถูกตอนเรี่ยวแรงให้ลดลง เพื่อทำให้มันผ่านกฎข้อบังคับที่เข้มงวด
...
น่าแปลกใจที่ New Mustang เครื่อง EcoBoost 2.3 ลิตร ยัง ได้ไปต่อ เนื่องจากมีกำลังน้อยเกินไป ลูกค้าขับแล้วไม่สาแก่ใจ มันเหมาะกับลูกค้าที่ชอบรูปลักษณ์ของเจ้าม้าป่ามากกว่าตัวเลขแรงบิด ไม่อยากควักแพงเวลาเติมน้ำมัน แต่เครื่อง EcoBoost 2.3 ลิตร ถ้าอัดหนักๆ ก็ซดอยู่เหมือนกัน สำหรับม้าป่าตัวใหม่ที่จะออกมาขายในช่วงต้นปีหน้าในอเมริกา จะมีให้เลือก คือ Mustang 2.3 Turbo EcoBoost / Mustang GT และ Mustang Dark Horse ทั้งสองรุ่นวางเครื่อง V8 5.0 ลิตร ที่ซดน้ำมันเชื้อเพลิงราวกับอูฐที่หิวกระหาย ม้ารุ่นใหม่จะมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด โดยมี Mustang รุ่น 'Performance Pack' เป็นตัวเลือกในสหรัฐอเมริกา ส่วน Mustang Dark Horses ในตลาดรถสปอร์ตของอเมริกาจะมีพลังมากกว่า Mustang GT แต่ไม่ว่าจะเป็น Dark Horse หรือม้าป่าตัวใหม่รุ่นอื่นที่ขายในยุโรป ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้ Mustang ที่ขายในยุโรปทุกรุ่น ถูกตอนกำลังออกไปพอสมควร กลายเป็นรถที่มีเรี่ยวแรงน้อยกว่า Mustang ที่ขายในอเมริกา ซึ่งหมายความว่าถึงแม้จะมีเครื่องยนต์ที่มีสเปกสูงกว่า แต่จริงๆ แล้ว Dark Horse รุ่นที่ขายในยุโรปจะมีศักยภาพน้อยกว่า Mustang GT รุ่นมาตรฐานของสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก ข่าวดีก็คือ ยังไม่มีนักข่าวคนใดขับรถ Mustang รุ่นมาตรฐานที่จะขายในยุโรป หรือรุ่นอื่นๆ ของยุโรป
...
Ford แจ้งว่า Mustang Dark Horse เป็น รถที่ถูกสร้างขึ้นใหม่หมดทั้งคัน ขึ้นเพื่อยกระดับสมรรถนะบนถนนและในสนามแข่ง Mustang 2024 มีพื้นฐานมาจากม้าป่าโฉมปัจจุบัน แม้ว่าจะได้รับการอัปเกรดอุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำความเร็ว รูปลักษณ์ภายนอกดูดุดันกว่าเดิม แต่ตัวถังภายนอกของ Mustang รุ่นใหม่กลับมีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับงานตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นของใหม่ทั้งหมดอย่างแท้จริง เป็นอีกแง่มุมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ระบบส่งกำลัง 'Coyote' ขนาด 5 ลิตร ยังได้รับการปรับจูนใหม่ รวมถึงระบบกันสะเทือนที่เซตอัพใหม่หมด
...
เครื่องยนต์ V8 ไม่มีระบบอัดอากาศผลิตกำลังได้ประมาณ 446 แรงม้า (328 กิโลวัตต์) ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมาก แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดียวกันถึง 50 แรงม้า Mustang รุ่น Dark Horse มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 461 แรงม้า (339kW) น้อยกว่า Mustang US-spec ที่มีกำลัง 486 แรงม้า (357kW) ไม่ต้องพูดถึงความโหดของ Dark Horse ฝั่งอเมริกา ที่อัปกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 507 แรงม้า (372kW) นี่ถ้ายังเซตช่วงล่างให้ออกไวเหมือนเดิมสงสัยจะมีเฮ!
...
ทั้ง GT และ Dark Horse มีกระปุกเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือกสับ แต่ในกรณีที่คุณคิดว่ามันหยาบกระด้างมากเกินไป กระปุกเกียร์ 6 สปีดของ GT ยังมียูนิตที่ผลิตโดยค่ายเกียร์ชั้นนำอย่าง Getrag ส่วน Dark Horses นั้นใช้ชุดเกียร์ของ Tremec ซึ่งถูกเลือกโดยวิศวกรของ Ford มีการปรับอัตราทดให้สั้นกระชับมากกว่าสำหรับรองรับงานในสนามแข่งโดยเฉพาะ
Mustang 2024 ในยุโรปมีรุ่น Performance Pack จัดเหล็กค้ำยัน, โช้คอัพแม่เหล็ก, สปริงแบบใหม่ที่สั่งทำพิเศษ, เฟืองท้าย Torsen, เบรก Brembo ล้อและยางที่ใหญ่กว่าเดิม Dark Horse ได้รับระบบกันสะเทือนที่ปรับแต่งมาเฉพาะ ด้วยการตั้งโปรแกรมค่าการทำงานของโช้คอัพไฟฟ้าที่แตกต่างจากรุ่นอื่น เหล็กกันโคลงด้านหน้าที่หนาขึ้น หม้อน้ำระบายความร้อนเพิ่มเติม สำหรับเครื่องยนต์และเฟืองท้าย พร้อมพัดลมระบายความร้อนที่ทนทานมากยิ่งขึ้น
ยังไม่มีตัวเลขประสิทธิภาพของ Mustang Dark Horse แต่พิจารณาจากกำลัง น้ำหนัก ประสิทธิภาพของรถจะมีชีวิตชีวาโดยไม่ทำร้ายกล้ามเนื้อคอของคนขับมากเกินไป สิ่งที่น่าประทับใจกว่าคือความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ V8 NA ถึงแม้จะมีการปรับแต่งที่ยกระดับศักยภาพของเครื่องยนต์ แต่ก็ไม่ได้อัดแน่นอยู่ในพาวเวอร์แบนด์แคบๆ ในทางตรงกันข้าม Mustang Dark Horse มีแรงบิดที่เหมาะสมในย่าน 2,500 รอบต่อนาที แรงกระตุ้นยังคงอยู่จนคนขับลากรอบเกิน 7,000 รอบต่อนาที นี่ไม่ใช่เครื่องยนต์ V8 รุ่นสุดท้ายที่จะขายในสหราชอาณาจักร แต่เครื่องยนต์ที่ปล่อยมลพิษอย่างดุเดือดคือสายพันธุ์ที่กำลังจะตายอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ V8 หายใจเองยังคงมีเสียงท่อที่หนักแน่น Ford ออกแบบระบบวาล์วในท่อระบายไอเสียให้คนขับสามารถปรับระดับเสียงได้อย่างหลากหลายตามใจชอบ ตามเจตนารมณ์ของม้าป่าในอดีตที่มักจะส่งเสียงกระหึ่มเมื่อคันเร่งถูกกดลงจนสุด
เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด จากมิชิแกน ให้ความสบายสำหรับขับในเมืองเป็นหลัก ส่วนเกียร์ Tremec 6 สปีด กลับเหมาะกับลักษณะของรถมากกว่ามาก การตั้งค่าระบบกันสะเทือน ปรับปรุงให้เหมาะกับถนนมากที่สุด Dark Horse ถูกปรับให้คนขับสามารถควบคุมรถได้ดี เช่นเดียวกับ Mustang รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับกันสะเทือนใหม่และแร็คพวงมาลัยใหม่ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จากการบังคับเลี้ยวยังคงให้ความรู้สึกคลุมเครือ การยึดเกาะถนนไม่ดีไปกว่าเดิม เข้าโค้งเร็ว ราบรื่น และคงที่ แน่นอนว่าหากคนขับมีฝีมือมากพอ มันจะดริฟต์จนกว่ายางหลังจะแตกกระจาย การควบคุมค่อนข้างเป็นกลาง 'Handling Pack' มีการปรับแต่งระบบกันสะเทือนอีกแบบ ยางขนาดใหญ่ (เพิ่มขึ้นห้าและสี่ส่วนด้านหน้าและด้านหลังตามลำดับ) สตรัทหน้าหมุนได้ 180 องศาเพื่อให้แคมเบอร์ลบมากขึ้น ดาวน์ฟอร์ซที่เสริมการปรับแต่งทางอากาศพลศาสตร์ เกิดผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง นั่นคือ Mustang สมัยใหม่ที่เชื่อมโยงกับคนขับ สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีแว้งบ้างถ้าใส่มาล้นเกินไป
ห้องโดยสารแบบใหม่ปรับสภาพแวดล้อมในการขับขี่ให้ดีขึ้น แป้นหมุนแบบเก่าและสวิตช์เกียร์ที่เกะกะถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว ถูกแทนที่ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันสองจอ หน้าจอขนาด 12.4 นิ้วในส่วนของแผงหน้าปัดมาตรวัด หน้าจอมอนิเตอร์กลางขนาด 13.2 นิ้ว สำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์ Ford SYNC 4 ออกแบบซอฟต์แวร์เพื่อเปิดโอกาสให้คนขับสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การเลือกโหมดท่อไอเสีย 1 ใน 4 โหมด ไปจนถึงการเลือกว่าคุณต้องการให้เครื่องยนต์ส่งเสียงยังไง เพียงแค่กดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม
การกำหนดค่าใหม่ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ดีที่มีความน่าใช้งาน มาตรวัดต่างๆ รวมถึงจอมนิเตอร์กลาง แสดงผลอย่างชัดเจน และไม่ทำให้คนขับสับสน แน่นอนว่า หากคุณกำลังจะตั้งค่าที่มีรายละเอียดเป็นพิเศษ ก็จะต้องดึงและให้ความสนใจระบบอย่างเหมาะสม เป็นรูปแบบการปรับตั้งที่ค่อนข้างง่ายและสบายตา งานตกแต่งภายในปรับปรุงคุณภาพของวัสดุที่ใช้ พื้นที่เบาะคู่หน้ามีเหลือเฟือ แต่เบาะหลังยังสร้างความอึดอัดเหมือนเดิม ซึ่งเป็นสไตล์ท่ีไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ซึ่งมีการออกแบบย้อนหลังนานกว่า 12 ปี เมื่อไม่ได้ติดตั้งเทอร์โบหรือระบบไฮบริด การปรับแต่งทำได้ง่ายขึ้น โช้คอัพแม่เหล็กเต็มไปด้วยของเหลวที่เปลี่ยนความหนืดตามความแรงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า โช้คอัพแม่เหล็กดังกล่าวถูกนำมาใช้โดยผู้ผลิตอย่าง Ferrari, Audi, Honda และ Lamborghini มานานหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า Ford ขาดแคลนวิศวกรในแผนกเทคโนโลยี ฟังก์ชั่น 'Line Lock' ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากรุ่นก่อนถูกส่งต่อมายังรถรุ่นใหม่ ฟังก์ชั่นนี้ ระบบสามารถหมุนล้อหลังโดยล็อกเบรกหน้าไว้จนกว่าควันจากยางจะบดบังจนมองอะไรไม่เห็น โหมด Drag Strip ที่รวมอยู่ในส่วนควบคุมพิเศษ ฟังก์ชั่น 'Flat-Shift' ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้ในขณะที่เท้าขวายังคงกดคันเร่งอย่างแน่วแน่ 'ดริฟต์เบรก' ใหม่ ซึ่งเป็นระบบเบรกที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ สามารถออกแรงกดได้หลายเท่าเมื่อเทียบกับเบรกมือแบบทั่วไป มีฟังก์ชั่นบนพวงกุญแจที่เรียกว่า "การหมุนล้อฟรีทิ้งจากระยะไกล" ซึ่งทำให้รถกดคันเร่งแบบอัตโนมัติด้วยตัวของมันเองโดยที่คนขับไม่ได้อยู่ในรถ
Mustang Dark Horse ไม่ใช่รถสปอร์ตคันโตที่วิ่งได้เร็วที่สุดหรือควบคุมได้ดีที่สุด จริงๆ แล้วมันยัง ห่างไกลจาก 911GT3 แต่สำหรับบุคลิกที่แท้จริง ซึ่งห่อหุ้มด้วยรูปลักษณ์ที่กลายเป็นตำนาน กลับมีเสน่ห์ที่รถสปอร์ตคู่แข่งไม่อาจทำได้ Mustang Dark Horse มีจิตวิญญาณของม้าป่าในอดีตอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งกลายเป็นแรงดึงดูดยิ่งกว่าที่เคย.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/