เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย แต่ถ้าสภาพคล่องทางการเงินไม่ไหว สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ไฟแนนซ์ต่างๆ ก็พร้อมจะหาทางออกให้กับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่กำลังผ่อนรถยนต์ทั้งมือหนึ่ง มือสอง รวมถึงสินเชื่อเช่าซื้อ หรือจำนำทะเบียนรถ ที่กำลังมีปัญหาทางการเงิน
สำหรับใครที่กำลังค้างค่างวดรถ และกำลังหาทางออก รวมถึงคำตอบ "ทีมข่าวยานยนต์ไทยรัฐออนไลน์" มีคำตอบให้ดังนี้ รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้
ค้างค่างวดรถกี่เดือนถึงโดนยึด
- ค้างค่างวด หรือ จ่ายค่างวดรถช้าได้นานสุด 90 วัน เรียกง่ายๆ ว่า 3 เดือน หรือ 3 งวด
- เมื่อเข้าเดือนที่ 3 แล้วยังไม่มีการจ่ายค่างวด ไฟแนนซ์จะเริ่มติดตามทวงถามหนี้
- การทวงถามหนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่างวดรถ
อย่างไรก็ตาม หากรู้ว่าผ่อนรถยนต์ไม่ไหว หรือติดขัดเรื่องการเงินให้รีบติดต่อสถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์ เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ โดยส่วนใหญ่ ไฟแนนซ์มีแนวทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น
- การปรับลดค่างวด
- ยืดเวลาการผ่อนออกไป
- เสนอการผ่อนชำระแบบขั้นบันได เช่น ผ่อนจำนวนน้อยๆ ในช่วงที่มีปัญหา และค่อยๆ ปรับเพิ่มสูงขึ้นเมื่อปัญหาเบาลง เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อน
- การขยายระยะการผ่อนออกไปจะส่งผลให้ภาระจำนวนดอกเบี้ยมีจำนวนสูงมากขึ้นด้วย ส่วนค่างวดจะปรับลดลงได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับมูลค่าของรถยนต์ และความสามารถในการผ่อนเป็นสำคัญ
- เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ควรรีบดำเนินการก่อนที่จะเริ่มค้างชำระเพื่อเป็นการรักษาประวัติเครดิตของตนเองที่จะปรากฏอยู่ในข้อมูลของบริษัท และข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ที่เราเรียกติดปากว่า เครดิตบูโร เพราะการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะกลายเป็น NPL ยังได้รับการยกเว้นไม่ต้องรายงานการปรับโครงสร้างหนี้ไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติด้วยเช่นกัน
...
จำเป็นต้องคืนรถให้ไฟแนนซ์
1. กรณีที่มูลค่ารถยนต์สูงกว่าหนี้ ควรพิจารณาตัดใจลดภาระด้วยการขายรถยนต์คันดังกล่าว โดยใช้วิธี ขายเต็นท์ หรือขายดาวน์ เพื่อให้ผู้ซื้อรายใหม่มารับโอนสัญญาเช่าซื้อไปผ่อนต่อ ข้อดีจากการโอนสัญญาเช่าซื้อ คือ ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อน
เนื่องจากค่างวดเดิม มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มรวมอยู่แล้ว แน่นอนว่าดีกว่าการปิดบัญชีเดิม และไปกู้ใหม่ เนื่องจากจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตอนปิดบัญชีหนึ่งครั้ง และเมื่อกู้ใหม่ก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาประวัติเครดิตของผู้กู้ได้อีกทางหนึ่งด้วย
2. กรณีที่รถยนต์มีมูลค่าต่ำกว่าราคาตลาด ลูกหนี้ควรพิจารณาตัดใจลดภาระด้วยการขายแบบขาดทุน หรือคืนรถให้แก่ไฟแนนซ์ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ต่ำที่สุด ซึ่งการชะลอการส่งมอบรถคืน จะทำให้ไฟแนนซ์ขาดทุนจากการขายทอดตลาด เพราะราคาที่ตกต่ำลงตามอายุของรถ ซึ่งลักษณะแบบนี้จะส่งผลให้ลูกหนี้ต้องแบกรับภาระค่าเสียหายที่สูงขึ้นด้วย
การส่งมอบรถคืนไฟแนนซ์ ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่า ลูกหนี้ มีความตั้งใจในการร่วมแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งลูกหนี้อาจใช้ในการเจรจาเพื่อขอความเห็นใจในการขอผ่อนชำระค่าเสียหายที่ลดลง หรือขอส่วนลดให้มากขึ้นเพื่อบรรเทาภาระหนี้
หากเป็นหนี้ NPL และไม่ยอมคืนรถ
ไฟแนนซ์จำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และใช้สิทธิ์เข้าครอบครอง หรือยึดรถ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการยึด หรือนำรถกลับคืนเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่งด้วย นอกจากนี้ จะทำให้การเจรจาเรื่องค่าเสียหายเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากการไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหนี้
หากไฟแนนซ์ ไม่สามารถติดตามนำรถกลับมาได้ ก็จะทำการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกรถคืน เมื่อศาลพิพากษาแล้ว สถาบันการเงินจะทำการสืบทรัพย์อื่นใดที่ลูกหนี้มี จากนั้นจะมีการร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์นั้นมาจำหน่าย เพื่อนำเงินมาชดเชยหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป
นอกจากประวัติข้อมูลเครดิต และจำนวนความเสียหายที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีโอกาสสูญเสียทรัพย์อื่นๆ ของทั้งตัวลูกหนี้เอง และผู้ค้ำประกันอีกด้วย