4Runner Hybrid สอดคล้องกับเป้าหมายในการทำให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอนของ Toyota ในการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มยานยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด เป็นไปตามแผนงานเดิมที่วางเอาไว้ในช่วงปลายปี 2021 ว่า Toyota จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจำนวน 70 รุ่น ภายในปี 2568 อันที่จริง ในปี 2568 Toyota ทุกรุ่นจะมีระบบไฟฟ้าให้เลือกทั้ง EV PHEV และ HEV ไม่ว่าจะเป็นเอสยูวี Sequoia และกระบะตัวโตอย่าง Tundra ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานผสมอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ Tacoma และ Land Cruiser ใหม่ ที่ใช้ระบบไฮบริด คาดว่า 4Runner รุ่นใหม่ปี 2567 ก็จะกลายเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดเหมือนกับรถรุ่นพี่
4Runner มีสไตล์ที่ดูดีขึ้น ตั้งแต่ปี 2009 มีการแชร์ชิ้นส่วนทำให้เกิดความคล้ายคลึงหลายจุดกับ Tacoma ปิกอัพขายดีของแบรนด์สามห่วงในอเมริกา สำหรับ 4Runner เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด อาจมีความคล้ายกับ Tacoma เจเนอเรชันใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัว ด้วยกระจังหน้าแบบสองชั้น ตัวถังทรงกล่องเน้นเหลี่ยมมุมที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง เพื่อแยกความแตกต่างจากรถ SUV แบบ monocoque ของ Toyota
...
4Runner เจเนอเรชันถัดไปจะมีหลายรุ่นให้เลือก รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งที่มีสไตล์เฉพาะตัว และมีคุณสมบัติที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ออฟโรด ตั้งแต่โลโก้ “TOYOTA” ที่เน้นสีบรอนซ์ ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของรถเอสยูวีในอดีต แถบไฟ LED ขนาด 20 นิ้ว กระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Toyota ไฟตัดหมอกสลับสีขาว/เหลือง ล้อแบบพิเศษ ยางกึ่งออฟโรด A/T พร้อมประสิทธิภาพในด้านความคงทนของการใช้งานหนักที่สร้างความแตกต่างจากรถคู่แข่ง
4Runner เจเนอเรชันใหม่ล่าสุดจะใช้แพลตฟอร์ม TNGA-F ของ Toyota ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของรถรุ่นพี่อย่าง Sequoia และ Tundra การปรับปรุงให้เหนือกว่า รุ่นปัจจุบัน รวมถึงการลดน้ำหนัก คุณภาพการขับที่ดีขึ้น การจัดการบนถนนที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ช่วยขับที่เชื่อมโยงกับระบบความปลอดภัย TSS-3.0 รวมถึงความเงียบในห้องโดยสาร ระบบกันสะเทือนของ 4Runner มีการปรับโช้คอัพและสปริงใหม่หมดเพื่อทำให้นั่งได้นุ่มกว่าเดิม
ภายใน มาพร้อมกับแผงจอภาพมาตรวัดขนาด 8 จอภาพมอนิเตอร์กลาง 14 นิ้ว เป็นจอภาพระบบใหม่ที่ให้ความละเอียดคมชัดดีขึ้น รวมระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ หน้าจอยังมาพร้อมกับปุ่มหมุนน้อยหนึ่งปุ่มเพื่อให้สามารถเปลี่ยนระดับเสียงได้อย่างรวดเร็ว ระบบเสียงมัลติมีเดียกับการเชื่อมต่อ เช่น Drive Connect, Cloud Navigation และ Destination Assist ยิ่งไปกว่านั้น 4Runner ยังเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สายและ Android Auto, Amazon Alexa, กล้องมองภาพรอบทิศทาง, เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบปรับอากาศ, ระบบควบคุมสภาพอากาศภายในห้องโดยสารแบบอัตโนมัติดูอัลโซน, ระบบเสียงระดับพรีเมียมของ JBL
...
...
เบาะนั่ง IsoDynamic
Toyota นำเสนอเบาะนั่ง IsoDynamic Performance Seat สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าใน 4Runner เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งอาจติดตั้งในรุ่นพิเศษ TRD Pro เบาะนั่งให้ความนุ่มนวลเมื่อขับขี่บนถนนขรุขระและภูมิประเทศที่ทุรกันดาร ระบบโช้คอัพแบบ air-over-coil ช่วยให้การเคลื่อนตัวในแนวตั้งและด้านข้าง ดูดซับแรงกระแทกและทำให้ศีรษะกับคอมั่นคงเพื่อให้อยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลัง ผู้โดยสารสามารถปรับระดับการลดแรงกระแทกได้ตามใจชอบผ่านคันโยกที่พนักพิง
ไฮไลต์อื่นๆ ของ 4Runner ใหม่ จะมี Digital Key แบบพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้า แท่นชาร์จแบบไร้สาย Qi ระบบเสียง JBL ลำโพง 10 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์และลำโพง Bluetooth แบบถอดได้ของ JBL Flex
Toyota Safety Sense 3.0 ระบบความปลอดภัยเชิงรุกและระบบช่วยเหลือผู้ขับ ถูกยกมาประจำการใน Toyota 4Runner 2024 มาพร้อมกับ Pre-Collision System พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลนพร้อมระบบช่วยบังคับพวงมาลัย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วยเรดาร์ความเร็วเต็มพิกัดแบบ All Speed ระบบช่วยติดตามรถในช่องทาง ระบบอ่านป้ายจราจร ไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยขับเชิงรุก
...
ระบบส่งกำลัง
Toyota 4Runner จะใช้ระบบส่งกำลัง Hybrid i-Force Max แบบเดียวกับ Tacoma Hybrid ปี 2024 รายงาน Automotive News ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2023 ระบุว่าระบบส่งกำลังของ 4Runner Hybrid เหมือนกับที่ประจำการอยู่ใน Tacoma รุ่นใหม่ เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.4 ลิตร ขับเคลื่อนผสมผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 48 แรงม้า ในเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กำลัง 326 แรงม้า พร้อมแรงบิด 630 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถปั่นไฟไปเก็บเป็นพลังงานสำรองเอาไว้ในชุดแบตเตอรี่ NiMH ขนาด 1.87 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อนของ Toyota 4Runner Hybrid คล้ายกับ Lexus GX Hybrid เนื่องจากการใช้แพลตฟอร์ม TNGA-F ผสมผสานการใช้พลังงานไฟฟ้า
Lexus GX Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จขนาด 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโมดูลด้านหน้าที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าในตัวและคลัตช์แบบเปียก ชุดแบตเตอรี่ที่จ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ด้านหลัง ใต้พื้นของรถ จุดประสงค์ของการใช้พลังงานไฟฟ้า แรงบิดรอบต่ำในสภาพถนนแบบออฟโรด นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นเมื่อเทียบกับรถที่ไม่มีระบบไฮบริด
Toyota 4Runner มีกำหนดเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา ช่วงครึ่งหลังของปี 2024 คาดว่า Toyota จะเริ่มทดสอบ 4Runner เจเนอเรชันใหม่ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การเพิ่มระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้าและการอัปเดตอื่นๆ น่าจะทำให้ราคาสูงขึ้น โดยรุ่นไฮบริดจะเริ่มต้นที่ประมาณ 47,000 เหรียญสหรัฐ (1,672,000 บาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า)
แม้ว่า 4Runner จะเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่ชอบรถ SUV ในสหรัฐอเมริกา แต่นักวิจารณ์และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถส่วนใหญ่รายงานว่า เครื่องยนต์ V6 กินน้ำมัน เกียร์อัตโนมัติที่ตอบสนองช้า การขับและการควบคุมที่เหมือนรถบรรทุก แม้จะถูกสร้างมาอย่างดีแต่ดูไม่ดึงดูดใจและดูโบราณ เครื่องยนต์มีสมรรถนะต่ำ ส่งผลให้การเร่งความเร็วบนไฮเวย์ยังห่างไกลจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ V6 4.0 ลิตรอยู่ใต้ฝากระโปรง ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ไม่ดี คุณภาพสีภายนอกและการตกแต่งภายในยังคงเป็นส่วนที่รถรุ่นใหม่จะต้องปรับปรุง
การจัดการกับข้อเรียกร้องของลูกค้าเก่า ด้วย 4Runner เจเนอเรชันล่าสุดที่ยกระดับงานปรับปรุงใหม่ทั้งคัน การตกแต่งภายในที่ทันสมัย พร้อมฟีเจอร์ไฮเทคและอุปกรณ์ความปลอดภัยมากขึ้น เป็นรถ SUV รุ่นใหม่ที่มีการควบคุมง่าย ช่วงล่างเน้นความนุ่มนวลมากกว่ารุ่นก่อน รับประกันวัสดุที่มีคุณภาพดีกว่า ทั้งในห้องโดยสารและภายนอก เกียร์ 8 สปีดแบบใหม่ ตอบสนองได้ดีกว่าเกียร์ 6 สปีด นั่นคือรายละเอียดคร่าวๆ ของเอสยูวีที่ขายเฉพาะในอเมริกาเหนือเท่านั้น.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/